Wednesday, May 20, 2020

WHY DO WE PERSPIRE - อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเหงื่อไหล




why do we perspire
sweat - shutterstock.com

วันนี้นอกจากเกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษจะพาไปเรียนภาษาอังกฤแล้วยังจะพาก็ไปรู้จักกับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา นั่นก็คือ เหงื่อ นั่นเอง ใกล้มากเลยใช่ไหมครับ ทีนีถ้าจะพูดถึงเหงื่อเราๆคงรู้จักกันเป็นอย่างดีโดยเฉพาะหน้าร้อนแบบนี้ พบเจอกันบ่อยมากจนอยากอยู่ห่างๆกันบ้างแต่ก็กลัวเปลียงค่าไฟ  ไม่เป็นไรคใหนๆก็หลีกหนีไปไม่พ้น งั้นมารู้จักหน้าค่าตาของเหงื่อกันให้ลึกซึ่งไปเลย ทั้งที่มาและที่ไปของเขา

ในภาษาอังกฤษ เหงื่อเขา (อย่าถามนะครับว่าใคร เดี๋ยวผมจะตอบไม่ได้) ใช้คำว่า perspiraton (เพอสพิเร'เชิน - noun) ซึ่งค่อนข้างเป็นคำที่ใช้เป็นทางการซักหน่อย คำกริยาของคำนี้คือ perspire (เพอสไพ'เออ - verb)  อีกคำหนึ่งที่ได้ยินกันบ่อยและใช้แบบไม่ค่อยเป็นทางการ (informal) ซึ่งเป็นทั้งคำนามและคำกริยาพร้อมกันแบบ two in one นั่นก็คือคำว่า sweat (สเวท - noun/verb)  ซึ่งเจ้า sweat/perspiration หรือว่าเหงื่อนี่ เกิดจากต่อมเหงื่อ ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า sweat gland (สเวท แกรนด์ - noun - ต่อมเหงื่อ) นั่นเอง ถ้าอยากทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้นก็เชิญที่ A short history of sweat gland biology แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะคราบ ศัพท์แสงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนา 

ในสมัยกาลก่อน มีคำกล่าวที่ว่า "horses sweat, men perspire" เป็นคำกล่าวที่แสดงเป็นนัยๆคล้ายๆกับว่า คำว่า sweat ให้ใช้กับสัตว์ และคำว่า perspireให้ใช่กับคน แต่ในปัจจุบันดูเหมือนว่าสองคำนี้ถูกใช้แทนกันได้และยิ่งไปกว่านั้น เจ้า sweat ดูเหมือนจะถูกอกถูกใจฝูงชนจนคนจำนวนมากจนถูกนำไปใช้บ่อยกว่า perspire ซะอีก 

ก่อนที่จะพาเขารกเข้าพงจนหาทางกลับไม่เจอ เรากลับมาที่เกร็ดความรู้ที่ว่า why do we perspire? หรือ  why do we sweat? ทำไมเหงื่อเราถึงออก ที่จั่วหัวไว้ก่อนดีกว่า เคยสงสัยกันไหมครับว่ามีสาเหตุอะไรบ้าง ที่ทำให้เราเหงื่อออก อาจจะเดาๆกันได้บ้าง แต่ลองมาดูเหตุผลลึกๆเชิงวิทยาศาตร์ซิว่าร่างกายเราทำงานยังไงก่อนที่จะผลิดเหงือออกมา 

WHY DO WE PERSPIRE?

The body could be considered a permanent furnace. The food we take in is "fuel," which the body "burns up." In this process, about 2,500 calories are being used every day in the body.

ถ้ามองร่างกายคนเราว่าเป็นเตาหลอมแบบถาวร อาหารที่เรากินเข้าไปก็จะเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งร่างกายก็นำไปเผาผลาญ ซึ่งในขั้นตอนนี้ (พลังงาน)ประมาณ 2,500 แคลอรี่ ถูกนำไปใช้ทุกๆวันในร่างกายของเรา

Now this is quite a bit of heat. It's enough heat to bring 25 quarts of water to the boiling point! What happens to all this heat in the body? If there were no temperature controls in the body, we could certainly think of ourselves as "hot stuff." But we all know that the heat of the body doesn't go up (unless we're sick). We know that our body heat remains at an average temperature of 98.6 degrees Fahrenheit. 

ซึ่งนี่เป็นความร้อนที่ค่อนข้างมาก (quite a bit - ไควท์ อะ บิท) ซึ่งร้อนพอที่จะทำให้น้ำ 25 ควอร์ทเดือด (1 ควอร์ท = 1/4 แกนลอน 25 ควอร์ทก็ประมาณ 6 แกนลอนนิดๆ) เกิดอะไรขึ้นกับความร้อนเหล่านี้ในร่างกายของเรา ถ้าไม่มีการควบคุมอุณหภูมิในร่างการของเรา เราคงไหม้ไปแล้ว แต่เราทุกคนก็คงรู้ว่าความร้อนในร่างกายเราจะไม่สูง(มากเกินไป) ยกเว้นว่าเราป่วย เรารู้ว่าความร้อนในร่างกายคนเราจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 98.6 องศาฟาห์เรนไฮท์ (37 องศาเซลเซียส)

Perspiration is one of the ways we keep our body "furnace" at a nice normal temperature. Actually, our body temperature is controlled by a center in the brain known as the temperature center. It consists of three parts: a control center, a heating center, and a cooling center.

การขับเหงื่อออกจากร่างการเป็นวิธีหนึ่งที่คอยคุมให้ร่างกายเราเผาใหม่ (furnace - เฟอร์'เนส - เตาหลอม/ หลอมละลาย - noun/verb) ที่อุณหภูมิที่เหมาะสม จริงๆแล้วร่างกายของเราถูกควบคุมจากศูนย์ควบคุมในสมองซึ่งเรียกว่า ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ ศูนย์ควบคุม ศูนย์ทำความร้อน และ ศูนย์ทำความเย็น

Suppose the temperature of the blood drops for some reason. The heating center goes to work and certain things begin to happen. Special glands give out more chemical substances to burn, the muscles and the liver use up more "fuel," and soon our internal temperature rises.

สมมุติว่าอุณหภูมิของเลือด(ในร่างกายเรา)ลดลงโดยเหตุผลบางอย่าง ศูนย์ทำความร้อนก็จะเริ่มทำงานและเกิดการกระทำบางอย่างขึ้น ต่อมที่เกี่ยวของก็จะหลั่งสารเคมีออกมามากขึ้นเพื่อให้เกิดการเผาผลาญ กล้ามเนื่อและตับก็จะใช้พลังงาน(เกิดการเผาผลาญ) มากขึ้น และในไม่ช้าอุณหภูมิข้างในร่างกายก็จะสูงขึ้น

Now suppose the temperature of the blood rises for some reason. The cooling center goes to work. The process of oxidation, or burning up of fuel, is slowed up. And another important thing happens. The vessels in the skin are dilated, or opened, so that the extra heat can radiate away, and also to help our perspiration to evaporate.

ทีนี้ สมมุติว่าอุณหภูมิของเลือด(ในร่างกาย)สูงขึ้นโดยเหตุผลบางประการ ศูนย์ทำความเย็นก็จะทำงาน ขบวนการออกซิเดชัน หรือ การเผาไหม้เชื้อเพลิง ก็จะค่อยๆช้าลง และสิ่งที่สำคัญอื่นๆก็จะตามมา หลอดเลือด (vessel - เวส'เซิล - noun) ใต้ผิวหนังก็จะขยายตัว (dilated - ไดเลททิด - adj) หรือเปิด เพื่อที่จะกระจายความร้อนส่วนเกินออกไป (radiate - เร'ดิเอท - แผ่/กระจาย) และก็ช่วยให้เหงื่อของเราระเหยออกไป (evaporate - อีแวพ'พะเรท - verb)

When a liquid evaporates, it takes away heat. For example, we feel cold after a bath because the water which remains in contact with our warm skin is evaporating rapidly and cooling us off. So perspiration is part of the process of cooling the body.

เมื่อน้ำหรือของเหลวระเหยออกไป ความร้อนก็ถูกนำออกไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น หลังจากอาบน้ำเราจะรู้สึกหนาวเพราะว่าน้ำที่ยังเกาะอยู่ตามผิวหนังอุ่นๆของเรากำลังระเหยอย่างรวดเร็ว (rapidly - แรพ'พิดลิ - adv) และทำให้เรารู้สึกเย็น ดังนั้นการที่เหงื่อไหลไคลย้อยเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทำให้ร่างกายเย็นลง

Perspiration is like a shower which washes the body from within. The fluid flows out through millions of tiny openings in the skin in the form of microscopic drops. And these tiny drops can evaporate quickly and cool the body quickly when necessary.

การที่เหงื่อออกก็เหมือนกับการอาบน้ำที่ชะล้างร่างกายของเราจากภายใน เหงือก็จะไหลออกไปทางรูขุมขนเล็กๆที่เปิดอยู่ใต้ผิวหนังของเราจำนวนหายล้านรู ซึ่งออกมาในรูปหยดน้ำขนาดเล็กมาก และหยดน้ำขนาดเล็กเหล่านี้ก็สามารถระเหยได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ร่างกายเราเย็นได้อย่าวรวดเร็วเมื่อถึงคราวจำเป็น

On humid days, we suffer because the water on our skin can't evaporate easily. So we use fans to carry away the moist air and to help the evaporation of our perspiration.

ในวันที่อากาศชื้น เราจะรู้สึกร้อนเพราะว่าเหงื่อที่ผิวหนังของเราไม่สามารถระเหยออกไปได้อย่างง่ายๆ ดังนั้นเราก็เลยต้องใช้พัดลมช่วยพัดอากาศที่ ชื้น (moist - มอยซฺทฺ - adj) ออกไปและช่วยให้เหงื่อของเราระเหยไปด้วย (นะสิบอกให้)

From: The Big Book Of Tell Me Why -  Arkady Leokum

จากบทความ การที่เหงื่อเราไหลใคลเราย้อยก็เกิดจากขบวนการในร่างกายที่พยายามปรับสมดุลนี้เอง
แต่นอกจากที่กล่าวมาแล้ว มันก็มีสาเหตุอื่นๆอีกที่ทำให้เราเหงือไหล เช่น  อารมณ์และความเครียด เช่น anxiety (แองไซ'อิที - ความวิตกกังวล - noun) อาหาร เช่น อาหารรสจัด วัยหมดประจำเดือน หรือเกิดจากการเจ็บป่วย ซึ่งไม่ขอลงรายละเอียดในตอนนี้ ไม่งั้นบทความจะยาวมาก

แต่ถ้าเมื่อใหร่ก็ตามที่คุณเหงื่อออกประกอบกับมีอาการตามด้านล่างนี้ควรไปพบแพทย์ครับ 
  • chest pain (เชสท เพน) เจ็บหน้าอก
  • dizziness (ดิซ'ซีเนิส) อารการวิงเวียนศรีษะ
  • shortness of breath (ชอร์ทเนิท ออฟ เบรธ) หายติดขัด
  • continued perspiration for an extended period of time without cause เหงื่อออกเป็นเวลานานมากโดยไม่มีสาเหตุ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่
Share:

0 comments:

Post a Comment