Saturday, April 30, 2016

ฤดู ภาษาอังกฤษ - seasons

ฤดู ภาษาอังกฤษ
ฤดู ภาษาอังกฤษ - season

วันนี้ อยากพูดถึง คำว่าฤดูในภาษาอังกฤษ ในแบบฉบับของเกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ
คำจำกัดความของฤดู ก็คือ ส่วนของปีซึ่งแบ่งตามภาวะของดินฟ้าอากาศ เช่น ฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน, เวลาที่กำหนดสำหรับงานต่างๆ, เวลาที่เหมาะ คราว, สมัย เป็นต้น

ทีนี้มาดูคำว่าฤดู ในภาษาอังกฤษ ซึ่งคงจะคุ้นเคยกันอยู่แล้วนะครับ ในภาษาอังกฤษจะใช้ตรงกับคำว่า season (noun - ซีซั่น) ถ้าเป็น adjective ก็จะใช้คำว่า seasonal (adj - ซีซันเนิล) แปลว่าตามฤดูกาล ส่วนคำว่าไม่เป็นไปตามฤดูการก็จะใช้คำว่า unseasonal/nonseasonal/off-season (อันซีซั่นเนิล/นอนซีซั่นเนิล/ออฟซีซั่น)

ตามมาดูกันครับว่าจะมีฤดูอะไรบ้างและฤดูใหนที่ท่านรู้จักและอันใหนที่ไม่เคยรู้ว่าภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไร

season in a year

ฤดูกาล - seasons and weather

มาดูกันถึงฤดูที่หมายถึงฤดูกาลตามภูมิอากาศ (one of the main periods into which a year is divided, which each have a particular type of weather. In the west, the seasons are spring, summer, autumn, and winter) ซึ่งจะมีดังนี้

summer (ซัม'เมอะ) ในฤดูร้อน
dry season (ดราย ซีซัน) ฤดูแล้ง
rainy/wet season (เรนนี่/เวท ซีซั่น) ฤดูฝน
winter (วิน'เทอะ) ฤดุหนาว
autumn/fall (ออ'ทัมน์/ฟอล) ฤดูใบไม้ร่วง
spring (สปริง - ฤดูใบไม้ผลิ)

ในบ้านเราจะมีสามฤดูที่บางที่ก็เรียกว่า
hot season (ฮอท ซีชั่น) ฤดูร้อน 
cool season  (คูล ซีชั่น) ฤดูหนาว
rainy season  (เรนนี่ ซีชั่น) ฤดูฝน

ฤดูตามกิจกรรมต่าง - season and activities

ส่วนฤดูที่หมายถึงเวลาที่เหมาะ ก็ใช้คำว่า season เหมือนกัน แต่จะมีคำอื่นๆมาขยายเพื่อบอกว่าเป็นฤดูอะไร (a period of time in a year during which a particular activity takes place, or during which something usually happens)
monsoon season  (มอนซูน ซีซั่น) ฤดูมรสุม (ซึ่งอาจจะหมายถึงฤดูฝนด้วยก็ได้)
harvest season (ฮาร์เวสท์ ซีซั่น) ฤดูเก็บเกี่ยว
mating season/breeding season/seasonal breeders (เมททิง ซีซั่น/บรีดดิงซีซั่น/ซีซั่นเนิล บรีดเดอร์) ฤดูสัตว์ผสมพันธุ์
spawning season (สพอนนิ่ง ซีซั่น) ฤดูวางไข่ (ทำไมถึงเรียกว่า spawning ดูเหตุผลที่ใช้คำนี้ได้ที่ ว่าด้วยเรื่องของ ไข่ ในภาษาอังกฤษ)

เคยเห็นฝนที่ตกในหน้าแล้งหรือหน้าหนาวไหมครับ เราน่าจะเรียกว่าฝนหลงฤดู คำว่าฝนหลงฤดูภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า unseasonal rain/off-season rain
ส่วนฤดูนำ้หลาก จะใช้คำว่า flood/flooding season  (ฟลัด/ฟลัดดิง ซีซั่น)  

ฤดูกาลกับผลไม้ - fruit and season

ส่วน seasonal fruit ก็จะแปลว่า ผลไม้ตามฤดู ตรงกันข้ามกับ non-seasonal fruit 
ถ้าจะบอกว่าเป็นฤดูผลไม้อะไรก็ใช้คำว่า season for ตามด้วยชื่อผลไม้ ซึ่งก็น่าจะมีความหมายว่า หน้าในบ้านเรานั่นเอง
เช่น season for durian/durian season ก็เป็นฤดูทุเรียนหรือหน้าทุเรียน  season for rose apple/rose apple season ก็เป็นฤดูหรือหน้าชมพู่ season for rambutan/rambutan season ก็เป็นฤดูหรือหน้าเงาะ

ส่วนผลไม้พวกมะละกอก็จัดเป็น non-seasonal fruit ซึ่งผลไม้พวกนี้ออกตลอดทั้งปี

ถ้าแบ่งตามภูมิประเทศของการเพาะปลูก ผลไม้เมืองร้อน จะเรียกว่า tropical fruit (ทรอพพิเคิล ฟรุท) ส่วนผลไม้เมืองหนาว จะเรียกว่า cold weather fruits (โคลด์ เวธเธอร์ ฟรุท) ส่วน temperate fruits (เทมเพรท ฟรุท) คือ ผลไม้เขตอบอุ่น
แต่ถ้าแบ่งตามหน้าของมัน ผลไม้หน้าหนาวจะเรียกว่า winter fruits (วิน'เทอะ ฟรุท) สผลไม้หน้าร้อนก็จะเรียกว่า summer fruit (ซัมเมอร์ ฟรุท) ผลไม้ฤดูใบไม้ผลิก็จะเรียกว่า spring fruit (สพริง ฟรุท)

ถ้าเป็นผักเราก็เปลี่ยนจาก fruit เป็น vegetable คำนี้อ่านว่า เวจทะเบิล นะครับไม่ใช่  เวเจทเทเบิล เช่น
ผักตามฤดูการก็เป็น seasonal vegetable ผักที่มีกินซื้อหาได้ตลอดทั้งปี ก็จะเรียวกว่า non-seasonal/unseasonal vegetable 

มีดอกไม้บางจำพวกก็เกิดตามฤดูการเช่นกัน เราเรียกดอกไม้พวกนี้ว่า seasonal flower อยากรู้ดอกอะไรออกหน้าใหนไปดูได้ที่ Seasonal Flower ซึ่งเขาได้จำแนกได้เป็น summer/spring/summer/winter/fall flower

ถ้าหากเป็นพวกอาหารก็ใช้คำว่า seasonal food หรือ non-seasonal/unseasonal food เพื่อบอกถึงอาการตามฤดูการและอาหารที่หาได้ตลอดทั้งปี

ฤดูสำหรับเพาะปลูก ภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า planting/growing season (แพลนทิง/โกรอิง ซีซั่น)

ฤดูการท่องเที่ยว ฤดูการแข่งขัน

high/peak season (ไฮ/พีค ซีชั่น) คือฤดูที่มีคนท่องเที่ยวเยอะ ตรงกันข้ามกับคำว่า off-season/low season (ออฟซีซั่น/โล ซีชั่น) ซึ่งก็คือช่วงฤดูที่ไม่ค่อยมีคนท่องเที่ยว

holiday season/tourist season ก็คือฤดูหรือช่วงเวลาที่มีการหยุดยาวๆ เหมาะแก่การท่องเที่ยว

holiday season (AE) คือ ช่วงวันหยุด ของอเมริกา คือช่วง Thanksgiving ไปถึง New Year ซึ่งรวมวัน Christmas, Hanukkah และวันหยุดอื่นๆด้วย
festive season (BE) คือช่วง Christmas and New Year

อีกคำที่เห็นกันบ่อย คือ season's greetings (ซีชั่นซ์ กรีททิงซ์) เป็นข้อความที่เขียนบนการ์ดอวยพร วันคริสมาส ปีใหม่ หรืออื่นๆ

racing season  คือ ฤดูแข่งขัน
fishing season คือ ฤดูตกปลา
hunting/shooting season คือ ฤดูล่าสัตว์
hiking season คือ ฤดูปีนเขา



trees through the seasons
CR: i.pinimg.com
football/cricket etc season ฤดูการแข่งกีฬาก็ใช้คำว่า season เหมือนกัน เช่น football/soccer season ก็คือฤดูแข่งฟุตบอล cricket season ก็คือฤดูแข่งกีฬาคริกเก็ต boxing season ก็คือฤดูการแข่งขันชกมวย

off-season(AE)/close season(BE)/closed season (ออฟ ซีซั่น/โคลส ซีซั่น/โคลสด์ ซีซั่น) คือหมดฤดูการที่มีการแข่งขันกีฬา หรืออีกคำหนึ่งที่ใช้กัน คือ out of season (เอ๊าท์ ออฟ ซีซั่น) ซึ่งรวมไปถึงหมดฤดูการล่าสัตว์อีกด้วย

คำว่าฤดูยังเอาไปใช้กับโรคภัยไข้เจ็บด้วยครับ มีไข้หวัดใหญ่ที่มีชื่อเป็นทางการว่า seasonal influenza (ซีซันเนิล อินฟลูเอน'ซะ) ก็คือไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่จะระบาด ในช่วงฤดูหนาวหรือในเขตที่มีอากาศหนาว (winter or temperate regions) เป็นการติดเชื้อ Influenza virus ซึ่ง สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ในคนมีหลายสายพันธุ์แต่ที่จะยกตัวอย่างที่เป็นกันบ่อยๆ คือ สายพันธุ์ H1N1 และ H3N2 เป็นการติดเชื้อทางเดินระบบหายใจ

หรือแม้กระทั้งโรคภูมิแพ้ประเภทที่เป็นตามฤดูกาล ที่เรียกว่า seasonal allergies/allergic rhinitis (ซีซันเนิล แอล' เลอจีซ์/แอล' เลอจิค ไรไน'ทิส) ซื่งอีกชื่อหนึ่งก็คือ hay fever ที่เรียกว่า ไข้ละอองฟาง







Put them in sentences.

The season for durians is typically from June to August
ฤดูทุเรียนโดยทั่วไปจะอยู่ช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือน สิงหาคม

The planting season is in spring, with harvest (season) in the fall.
ฤดูเพาะผลูกอยู่ในฤดู ใบไม้ผลิ ส่วนฤดูเก็บเกี่ยวอยู่ในฤดูไบไม้ร่วง

The racing season starts in June.
ฤดูแข่งขันเริ่มในเดือนมิถุนายน

The season for strawberries usually starts in early June.
โดยปกติฤดูสตอร์เบอรี่เริ่มในเดือนมิถุนายน

The end of the football season.
สิ้นสุดฤดูการแข่งฟุตบอล

He was caught fishing out of season.
เขาถูดจับได้ขณะที่ตกปลานอกฤดูกาล

Some footpaths are closed during the shooting season.
ถนนจะถูกปิดในช่วงฤดูการล่าสัตว์

African rivers turn to hard mud during the dry season.
แม่น้ำในแอฟฟริกาจะกลายเป็นโคลนช่วงฤดูแล้ง

There are two boat trips a day, more in high season.
มีเรือสองเที่ยวต่อวัน และจะมีเที่ยวมากขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยว

We arrived at the height of the tourist season.
เราไปถึงในช่วงฤดูแห่งการท่องเที่ยว

There are 3 types of seasonal influenza viruses – A, B and C.
ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลจะมี 3 สายพันธ์ คือ สายพันธ์ A, B และ C


Read more at:
Share:
Read More

Monday, April 25, 2016

Family Album USA


Family Album USA
Family Album USA

Hello Everyone,

Today I would like to introduce you to one of the greatest English video courses. It is Family Album USA. Family Album, U.S.A. is a 1991 book by George Lefferts that later became a television course teaching English on an example of American everyday life. The story is about the Stewarts' family life in New York. Richard Stewart is a professional photographer who decided to make a book of pictures about the USA, called "Family Album USA".

I found this video course very helpful and at the same time enjoyable. It is real English learning which bring you everydayAmerican English expression and conversation. This will also help to expose you to real English usage and also American culture. I hope you will like it as much as I do

The website have a complete set of the video and also the video script and it could be found at Family Album USA. You can also get some more information about Family Album USA and the links to 26 episodes at Family Album USA Episode List.

www.learnrealeng.com
family album usa

สวัสดีอีกทีครับเป็นภาษาไทย วันนี้ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษมี video ภาษาอังกฤษดีๆ มาฝากครับ เป็น video สอนภาษาอังกฤษที่ขอเรียกได้ว่าดีที่สุดอันหนึ่ง ซึ่งก็คือ  Family Album USA บางท่านอาจจะเห็นผ่านหูผ่านตามาบ้าง ผมอยากจะบอกว่า ส่วนหนึ่งของภาษาอังกฤษที่ผมได้ทุกวันนี้ มาจาก video ชุดนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นสำนวน a piece of cake (อะ พีซ อัฟ เคกค์) ที่ไม่ได้หมายถึง แค่ เคกชิ้นหนึ่ง อย่างที่เห็น แต่หากหมายถึง ส่ิงที่ง่ายมากๆ หรืออาจจะเทียบกับภาษาไทยเราว่า กล้วยๆ นั้นเอง ซึ่งจะอยูที่ episode ที่ 4 - Episode 4 - A Piece of Cake หรือ จะเป็นวัฒนธรรมของอเมริกาที่ตอนแต่งงานต้องมี ของสี่อย่าง เข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นก็คือ something old, something new, something borrowed, and something blue ใน episode ที่ 19  - Episode 19 - I Do

นับได้ว่า Family Album USA เป็น video สอนภาษาอังกฤษแบบอเมริกาที่พูดได้ว่าครอบคลุมการใช้งาน ตั้งแต่การเจอกันครั้งแรก การใช้ชีวิต การออกเดท การแต่งงาน และอื่นๆอีกมากมาย ถ้าดู  video นี้และจำคำพูดที่ใช้ใน video ชุดนี้ได้ และนำเอามาใช้ได้ ผมว่า คุณพูดภาษาอังกฤษได้แน่นอนครับ

where where is where where LOL ใหนๆก็ใหนละ อีดนิดหนึ่งเกี่ยวกับ Family Album USA ในแต่ละ episode จะประกอบไปด้วย สาม ตอนย่อยๆ ที่เรียกว่า ACT และในตอนท้ายแต่ละ ACT จะเป็นการสอน  english expression หรือการใช้ภาษาอังกฤษ ที่ใช้ ในแต่ละตอน ต้องบอกว่า I'm really impressed with Family Album USA ต้องขอยอมรับว่า การเรียบเรียงการออกแบบและดำเนินเรื่องของ George Lefferts ทำไว้ได้ดีมากๆ (The plot in each episode were perfectly disigned and planed)

เนื้อเรื่องใน video ชุดนี้จะเกี่ยวกับครอบครับ Stewarts ซึ่ง plot ของ เรื่องก็คือ Richard (อ่านว่า ริเชิด นะครับ ไม่ใช่ ริชาด) ซึ่งเป็นนักถ่ายภาพมืออาชีพตัดสินใจทำหนังสือรูปภาพขึ้นมา และเขาตั้งชื่อหนังสือของเขาว่า Family Album USA  ก็คือชื่อเรื่องนั่นเอง Richard ได้ให้คำอธิบายหนังสือของเขา ไว้ว่า

It's an album of pictures of the United States:the cities, the special places, and the people. And these are pictures of people working:steel workers, bankers, police, street vendors, ambulance drivers, doctors etc.

นั่นก็คือ เป็นอัลบัมรูป ของประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง ซึ่งจะประกอบไปด้วย เมืองต่างๆ สถานะที่ที่สำคัญ ผู้คนในอเมริกา ซึ่ง ได้แก่ stell worker คือช่างที่ทำงานเกี่ยวกับเหล็ก  police ก็คือตำรวจ  (อ่านว่า เพอะลิส  ไม่ใช่ โปลิส นะครับ อิอิ) street vendors อันนี้ บ้านเราก็มี ก็คือพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของตามริมถนน หรือแผงลอย ที่ไม่ได้มีร้านเป็นหลักแหล่ง ambulance driver ก็คนขับรถพยาบาล doctor หมอ  และอื่นๆอีก อันนี้จะอยู่ที่ ตอนแรกของเรื่องครับ ชื่อตอนว่า 46 Linden Street

You don't want to miss Family Album USA, if your goal is to be able to speak English fluently. ถ้าเป้าหมายของคุณๆท่านๆ คือการที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ละก็ Family Album USA ก็น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือก (once of your choice) ของท่านที่จะนำไปช่วยเป็นหนึ่งอาวุธในการก้าวไปสู้ เป้าหมายนั้นครับ ที่สำคัญ Free of Charge ไม่มีค่ใช้จ่ายครับ ขอแค่เข้า net ได้ก็เป็นใช้ได้  let enjoy the world wide web world as there is no learning boundary

หากติดขัดหรือมีคำถามอะไรไม่ว่าจะเกี่ยวกับ Family Album USA หรือเรื่องภาษาอังกฤษอื่นๆ จัดมาได้เลยครับ ผมยินดีช่วยเต็มที่ครับ only ask and I will be happy to help.

Enjoy while learning and please come back again.



Read more at:
Share:
Read More

Tuesday, April 19, 2016

It's raining all over the place and I only had a bucket to get water

แซงคิว-jump the queue
bucket in the rain
source: mexicoinsmallbytes.com

หลายเดือนมาละผมได้เข้าประชุมกับ finance ที่อเมริกา ผ่านทาง online ที่เรียก webx (ไม่ได้ดูเวปโป้กันนะ) ด้วยความรู้อันน้อยนิด ของผมเกี่ยวกับ บัญชี ทำให้ผมไม่ค่อยเข้าใจขบวนการมากเท่าใหร่ พอประชุมเสร็จ IT ฝั่ง US ถามผมว่าประชุมเป็นใงมั้ง (How was the meeting?  - ฮาว วอซ เธอ มีททิง) ผมก็เลยตอบว่า

It seemed like it's raining all over the place and I only had a little bucket to get water (อิท ซีมท์ ไลค์ อิทซ์ เรนนิง ออล โอเวอร์ เธอ เพลซ แอนด์ ไอ โอนลี แฮด เออะ ลิททึล บัคเคท ทู เกท วอร์เทอร์)

rain
rain
Source: ytimg.com
ความหมาย (literally) ก็ประมาณว่า มันเหมือนกับว่าฝนตกทั่วฟ้าแต่ผมมีแค่ถังน้ำใบเล็กๆไว้รองน้ำ ความหมายจริงๆก็คือ เขาพูดถึงเรื่อง บัญชีกันเยอะแยะแต่ผม เก็บความรู้ได้แค่นิดเดียวเอง

There were a lot of detail that has been talked in the meeting and I only could picked some up.

จำได้ว่า เจ้าหน้าที่ IT คนนั้นก็ปลอบว่า It's ok, you still have some time to keep up with these stuffs and I will help you get up to speed (อิทซ์ โอเค ยู สทิล แฮฝ ซัม ไทม์ ทู คีพ อัพ วิธ ดีส สตัฟซ์ แอนด์ ไอ วิล เฮลพ์ ยู เกท อัพ ทู สพีด)

คำว่า to get up to speed ในที่นี้ แปลว่าให้เรียนรู้หรือให้ตามให้ทัน อีกความหมายหนึ่งคำนึ้ก็แปลว่าได้รับข้อมูลที่ล่าสุด  (to have the most recent information)

It took a long time for the FBI to get up to speed on computer crime.
FBI ใช้เวลานานมากเพื่อที่จะให้ได้ข้อมูลล่าสุดของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

to keep up with + someone/something แปลว่า ตามให้ทัน จะตามทันคนหรือตามทันอะไรก็ใส่ คำนั้นหลัง with เช่น

I need to keep up with my classmate as I have been away from school for awhile.
ผมต้องตามให้ทันเพื่อนของผม  เพราะผมไม่ได้ไปเรียนไปพักหนึ่ง

Everyone in the web team needs to keep up with the latest technology.
ทุกๆคนในทีมเว็บต้องตามให้ทันเทคโนโลยี่ล่าสุด

อีกคำหนึ่ง เราสามารถใช้คำว่า to catch up with + someone/something ได้ในความหมายเดียวกัน

If you miss a lot of classes, it's very difficult to catch up.
ถ้าคุณขาดเรียนหลายๆครั้ง การตามให้ทันเพื่อนจะทำได้ยาก

Drive faster - they're catching up with us.
ขัดเร็วกว่านี้หน่อย พวกเขาจะตามทันเราแล้ว
Share:
Read More

Friday, April 15, 2016

ไข้หวัด ภาษาอังกฤษ

ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ภาษาอังกฤษ
source: www.diabetesplan.org - ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ภาษาอังกฤษ/

เห็นมีคนสงสัยถามกันมากมายว่า ไข้หวัด ในภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ อย่างเราก็เห็นจะไม่เอาคำตอบมาชี้แจงแถลงไข ก็เห็นจะกระไรอยู่ จัดไปครับตามแบบฉบับของ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ
ดูบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่ เจ็บ ปวด ภาษาอังกฤษ | สุขภาพ ภาษาอังกฤษ | ลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน ภาษาอังกฤษ

คำว่าไข้หวัด ก็คือ คำว่า cold (noun - โคลด์) หรือ common cold (noun - คอมมอน โคลด์) นั่นเอง
เวลาเป็นไข้หวัด ในภาษาอังกฤษก็จะจับคู่ cold กับคำกริยา get หรือ have หรือ catch เช่น
have a cold (phrv verb - แฮฝ เออะ โคลด์)
get a cold (phrv verb -เกท เออะ โคลด์)
catch a cold (phrv verb -แคทช์ เออะ โคลด์)

ซึ่งคำเหล่านี้ล้วนแปลว่า เป็นไข้หวัด
ที่นี้ อาการของไข้หวัดเป็นอย่างไร ในภาษาอังกฤษเขาบอกว่าอย่างไรไปดูกันครับ

อาการที่เป็นก็คือ difficult to breathe through your nose หายใจ(ผ่านจมูก)ลำบาก เพราะ จะมีน้ำมูก  ที่เรียกว่า runny nose/running nose (รันนี่ โนส/รันนิ่ง โนส) นั่นเอง  อาจจะมีการจาม (ในที่นี้ไม่ใช่ขวานนะครับ :-) แป๊ก) ซึ่งเรียกว่า  sneeze (verb - สนีซ) บวกกับมีการไอ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า cough (verb - คอฟ)  บางที่อาการไอจะเป็นแบบ ไอแห้งๆ ก็เรียกว่า dry cough (noun - ไดร คอฟ)

ส่วนมากอาการไข้หวัด (cold symptom - noun - โคลด์ ซิมพฺ'เทิม) ก็จะเริ่มด้วย sore throat (ซอร์ โธรท) ก็คือเจ็บคอ ซึ่ง หายไปเองภายในสองสามวัน (goes away after a day or two - โกซ์ อะเวย์ แอฟเทอร์ เออะ เดย์ ออร์ ทู)  แล้วตามมาด้วย runny nose อย่างที่บอกไว้ข้างบน ถัดจากนั้นอาจจะมี อาการไอ  cough ในวันที่ 4-5 หลังจากนั้นก็จะมีไข้ตามมา ที่เรียกว่า fever (noun - ฟีเวอร์) บางทีก็เรียกว่า temperature (noun - เทมเพอะเจอ)

เวลาที่พูดถึงการมีไข้ ลำดับของไข้ก็จะ มีตั้งแต่อ่อนๆถึงไข้สูง ซึ่งถ้าไข้อ่อนๆฝรั่งเข้าก็จะพูดว่า low/slight fever (noun-โล/สไลท์ ฟีเวอร์) ถ้ามีไข้สูงก็จะบอกว่า  high fever (noun-ไฮ ฟีเวอร์)  หรือถ้าใช้กับ temperature ก็จะเป็น low/slight temperature (noun-โล/สไลท์ เทมเพอะเจ้อ)
และ high temperature (noun-ไฮ เทมเพอะเจ้อ)  ซึ่งการจะดูว่าเป็นไข้หรือเปล่า ดูจากอุณหภูมิของร่างกาย ที่เรียกว่า body temperature (บอดี เทมเพอะเจ้อ)  อุณหภูมิของคนปกติ หรือที่เรียกว่า normal body temperature (นอร์มัล บอดี เทมเพอะเจ้อ) จะอยู่ที่ 37°C หรือ 98.6°F ถ้าอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า normal body temperature แสดงว่ามีไข้ ซึ่งตัวที่ใช้วัดไข้เราเรียกว่า thermometer (noun - เธอมอม'มิเทอะ)

ถัดมาหลังจากมีไข้ ก็จะมีอาการน้ำมูกไหล ซึ่งนำ้มูกเขาเรียกว่า mucus (noun - มิวเคิส) และมีอาการคัดจมุกตามมา อาการคัดจมูก จะเรียกว่า stuffy nose (noun - สทัฟฟี โนส) หรือ nasal congestion (noun - แนซัล คานเจสเชิน)

กริยาที่ใช้เมื่อมีไข้ก็ใช้ have (got) a fever หรือ have (got) a temperature แต่ถ้าเป็นไข้แบบไม่ลดมีไข้ต่อเนื่อง ก็จะเรียกว่า persistent fever/temperature (noun - เพอซิส'เทินทฺ ฟีเวอร์/เทมเพอะเจ้อ

อาการของ ไข้หวัดโดยปกติจะ เป็นอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ โดยประมาณ แล้วก็จะหายเอง  (cold symptom will last about 1 week or so - โคลด์ ซิมพฺ'เทิม วิล แลสท์ เออะเบ๊า วัน วีค ออร์ โซ ) แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังจาก 1 อาทิตย์ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะ ติดเชื้อแบคที่เรีย ที่เรียกว่า bacterial infection (noun - แบคทีเรียล อินเฟคเชิน) ซึ่งต้องใช้ยาปฏิชีวนะ antibiotic (noun - แอนไทไบออททิค/แอนทีไบออททิค

โดยปกติไข้หวัดจะเป็นและหายเอง  แต่อะไรละเป็นสาเหตุของมัน จริงๆแล้วไข้หวัด สามารถเกิดจาก เชื้อไวรัสหลายๆชนิดได้ แต่โดยทั่วๆไปตัวการที่ทำให้เกิดเชื้อไวรัสก็คือ  เชื้อไรโนไวรัส (Rhinoviruses)  ซึ่งเชื้อไวรัสก็คือ virus (noun - ไวรัส) (อันนี้ใช้ได้ทั้งที่เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นโรคและไวรัสในเครื่อง computer)

เชื้อไข้หวัด ที่เรียกว่า cold virus เข้าสู่ร่างการได้ทาง  ปาก (mouth) ตา (eyes) หรือ จมูก (nose) เชื้อไวรัสสามารถแพร่เชื้อผ่านละอองเล็กที่อยู่ในอากาศที่มาจากคนที่เป็นไข้หวัด ไอ หรือ จาม (cough or sneeze) หรืออีกทางก็คือ ผ่าน hand-to-hand contact คือผ่านการสัมผัส ซึ่งอาจจะผ่านการสัมผัสหรือการใช้ของร่วมกับผู้ป่วย

When to see the doctor เมื่อใหร่ต้องไปพบแพทย์

เมื่อผู้ใหญ่หรือเด็กมีอาการเหล่านี้ต้องรีบพาไปพบแพทย์ (When having these following symptoms, you need to seek medical attention - เวน แฮฝวิง ดีส ฟอลโลวิง ซิมพฺ'เทิมซ์ ยู นีด ทู ซีค เมดิคัล แอทเทนเชิ่น)

ผู้ใหญ่ (adults - เออะดัลท์)

  • มีไข้ เกิน  38. 5 องศาเซนเซียส  (101.3 องศาฟาเรนไฮ)  (having fever greater than 38.5 C - (101.3 F))
  • มีไข้ติดต่อกันตั้งแต่ 5 วันเป็นต้นไป (fever lasting five days or more)
  • หายใจลำบาก (shortness of breath)
  • หายใจมีเสียงฟืดฟาดหรือฮืดฮาด (wheezing)
  • มีอาการเจ็บคออย่างรุนแรง ปวดหัว หรือปวดบริเวณไซนัส (severe sore throat, headache or sinus pain)

บริเวณไซนัส
  • บริเวณหน้าผาก ใกล้กับหัวคิ้วทั้ง 2 ข้าง (frontal sinus - ฟรอนทัล ไซนัส)
  • บริเวณหัวตาทั้ง 2 ข้าง (ethmoid sinus - เอธมอยด์ ไซนัส)
  • บริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง (maxillary sinus - แมกซิล'ละริ ไซนัส)
  • บริเวณกะโหลกศีรษะ ใกล้ฐานสมอง (sphenoid sinus - สฟี'นอยดฺ ไซนัส)



เด็ก (children - ชิลเดรน)

โดยทั่วไปเด็กๆไม่จำเป็นต้องไปพบหมอถ้ามีอาการของ ไข้หวัดธรรมดา (common cold) แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ต้องพาไปพบแพทย์ด่วน
  • มีไข้ 38 องศาเซนเซียส (100.4 องศาฟาเรนไฮ) ในเด็กแรกเกิด (newborn - นิวบอร์น) ถึง 12 สัปดาห์ 
  • มีไข้สูงขึ้น หรือ มีไข้มากกว่า 2 วัน ในเด็กทุกวัย (rising fever or fever lasting more than two days in a child of any age - ไรซิง ฟีเวอร์ ออร์ ฟีเวอร์ แลสททิง มอร์ แธน ทู เดย์ซ อิน ชาย ออฟ แอนิ เอจ)
  • มีอาการไม่ดีขึ้น เช่น มีอาการปวดหัว (headache - เฮดเดค) หรือไอ (cough -  คอฟ) หรือหายใจมีเสียง (wheeze - วีซ)
  • ปวดหู (ear pain - เอียร์ เพน)
  • ซึมผิดปกติ (unusual drowsiness - อันยูสชวล ดราวซินิส)
  • เบื่ออาหาร (lack of appetite - แลค ออฟ  แอพ'พิไททฺ)

การรักษา (treatment)

การรักษา ในภาษาอังกฤษมีใช้อยู่หลายคำ ที่เห็นบ่อยๆ ก็จะเป็น treatment  (noun - ทรีทเมินทฺ) อีกคำก็คือ remedy (noun - เรมมิดี)  หรือจะใช้คำว่า cure (noun/verb - คิวเออะ) การรักษา หรือ รักษา

ที่นี้ว่าด้วย treatment หรือการรักษาของ ไข้หวัด เขาบอกว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้   (there's no cure for the common cold - แธร์ส โน คิวเออะร์ ฟอร์ เธอะ คอมมอน โคลด์) นอกจากรักษาไปตามอาการ (treatment is directed at relieving signs and symptoms - ทรีทเมินทฺ อีส ไดเรคทิด แอท รีลีฝวิง ไซน์ซ์ แอน ซิมพฺ'เทิมซ์) เพราะจริงๆแล้วถ้าเป็น ไข้หวัดธรรมดา ก็จะหายได้เอง อย่างที่บอกไว้แล้ว เขายังบอกอีกว่ายาปฏิชีวนะ ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้จัดการการกับ ไวรัสไข้หวัดและไม่ควรใช้หากไม่ติดเชื้อ (antibiotics are of no use against cold viruses and shouldn't be used unless there's a bacterial infection - แอไทไบออร์ทิคซ์ อาร์ ออฟ โน ยูส เออะเกนซท์ โคลด์ ไวรัสซิส แอน ชูดซึนท์ บี ยูสท์ อันลิส แธร์ซ แบคทีเรียล อินเฟคเชิ่น )

ตัวอย่าง

In winter, you have to keep yourself warm so you don't catch a cold.
ในหน้าหนาว คุณต้องทำให้ตัวอุ่นตลอดเวลาเพื่อที่จะไม่เป็นไข้หวัด

Children younger than six are at greatest risk of colds, but healthy adults can also expect to have two or three colds annually.
เด็กที่อายุน้อยกว่า 6 ขวบมีโอกาสสูงที่จะเป็นไข้หวัด แต่ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงก็มีโอกาสเป็นไข้หวัดได้ 2-3 ครั้งต่อปี

Most people recover from a common cold in a week or 10 days.
โดยทั่วไปคนเราจะหายจากเป็นหวัดธรรมดาภายใน หนึ่งสัปดาห์หรือ 10 วัน

Symptoms of a cold might last longer than a week in people who smoke.
อาการของไข้หวัดอาจจะหายช้ากว่า 1 สัปดาห์สำหรับคนที่สูบบุหรี่

If symptoms of a cold don't improve, see your doctor.
ถ้าอาการของไข้หวัดไม่ดีขึ้น ให้ไปพบหมอ


อ่านเพิ่มเติม :
http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/common-cold/symptoms-causes/dxc-20199808
Share:
Read More

Saturday, April 9, 2016

ทำไมฉี่ของเราถึงมีสีเหลือง | why our urine is yellow?

Why our urine is yellow?
Why our urine is yellow?
source: dailymail.co.uk

Have you ever wondered why our urine is yellow.  If your answer is yes, then we will help to open the door to the answer for you and at the same time this answer will help you learn English. Let find out the answer to why our urine is yellow.

เคยสงสัยไหม๊ครับว่าทำไมฉี่เราถึงมีสีเหลือง ถ้าเคยและยังไม่รู้ว่าทำไม เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ วันนี้จะพาไปพบคำตอบ ว่า ทำไมฉี่ของเราถึงมีสีเหลือง มาหาคำตอบไปกับบทความภาษาอังกฤษ ที่นำมาฝาก เรียนภาษาอังกฤษกับเราแล้วจะได้มากกว่า ภาษาอังกฤษ เพื่อให้ไม่เป็นการเสียนาฬิกา (แฮ คุ้นๆว่าเคยเล่นมาแล้ว '--) มาเริ่มกันเลยครับ

คำว่า ฉี่ ในภาษาอังกฤษ ก็อย่างที่จั่วหัวเอาไว้ ครับ เรียกว่า pee (noun/verb - พี) ซึ่งเป็นได้ทั้งกริยาและก็คำนาม

คำว่าฉี่นี้เป็นภาษาพูด ถ้าเป็นภาษาทางการก็จะใช้คำว่า ปัสสาวะ ในภาษาอังกฤษ คำว่าปัสสาวะจะใช้คำว่า urine (noun - ยูรีน) ส่วนกริยาที่แปลว่า ทำการปัสสาวะก็คือ urinate (verb - ยูระเนท) ซึ่งเป็นคำที่มีรากศัพท์เดียวกันกับ urine คำคุณศัพท์ ของคำๆนี้ก็คือ urinary (adj - ยุริแนรี) แปลว่า เกี่ยวกับปัสสาวะ เช่น urinary system ระบบทางเดินปัสสาวะ  urinary bladder กระเพาะปัสสาวะ

สรุปก็คือ
urine (noun) - urinate (verb) - urinary (adjective) = ปัสสาวะ 
pee (noun, verb)  = ฉี่

line up
Urine Color
Source:  http://www.ehealthstar.com/test/urine-color-chart

ไปดูกันดีกว่าครับว่าทำไม ฉี่ถึงได้มีสีอย่างที่เราเห็น

Urine gets its yellow color from a pigment called urochrome. That color normally varies from pale yellow to deep amber, depending on the concentration of the urine. Darker urine is usually a sign that you're not drinking enough fluid
- www.webmd.com

จากบทความข้างบน แปลได้ประมาณว่า

สีเหลืองของปัสสาวะมาจากสีของ Urochrome สีที่ว่านั้นก็จะมีความแตกต่างกันไป เริ่มจาก สีเหลืองอ่อน ไปจน สีอำพันแก่ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข็มข้นของปัสสาวะ ปัสสาวะที่มีสีเข้มกว่าปกติเป็นสัญญาณบอกว่า คุณดื่มน้ำไม่พอ

ทีนี้มาดูว่า Urochrome คืออะไร
Urochrome is a yellow pigment that comes from the processing of dead blood cells in the liver. The liver protects your body from harmful substances by screening out the stuff in your blood that flows directly from your stomach and intestines.
- www.colourlovers.com
แปลว่า

Urochrome คือสีเหลืองที่เกิดจากขบวนการของเซลล์เม็ดเลือดที่หมดอายุในตับ ตับทำหน้าที่ปกป้องร่างกายของคุณจากสารอันตราย โดยการกรองสิ่งที่ปนมากลับเลือดของคุณออกไป ซึ่ง(สิ่งที่ปนมา)จะถูกขับออกไปทางช่องท้องและลำใส้ของคุณ

อีกบทความจาก healthline.com ครับ
Urine is produced in the kidneys, which are important organs for the health of our body. When we take fluid in, it passes from our digestive system into our circulatory system, where it is filtered through the kidneys. The kidneys get rid of waste products through the urine. The ureters are tubes that connect the kidneys to the bladder. The bladder empties the urine via the urethra, the tube through which we urinate.

Dark urine is most commonly due to dehydration and concentrated urine. However, it may be an indicator that excess, unusual, or potentially dangerous waste products are circulating in the body. For example, dark brown urine may indicate liver disease due to the presence of bile products. Bloody (reddened) urine is an indication of many other potential problems, including direct injury to the kidneys.
- www.healthline.com
อันนี้แปลว่า

ปัสสาวะถูกสร้าง (ผลิต) ที่ไตซึ่งไตเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อสุขภาพของเรา ตอนที่เราดื่มน้ำเข้าไป น้ำจะถูกผ่านไปจากระบบย่อยอาหารไปที่ระบบไหลเวียน ซึ่งที่นั่นน้ำจะถูกกรองโดยไตของเรา ไตจะกำจัดของเสียแล้วไปอยู่ในรูปของปัสสาวะ ท่อไตเป็นท่อที่ต่อจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะจะกำจัดปัสสาวะผ่านท่อปัสสาวะ ซึ่งเป็นท่อที่เราขับถ่ายปัสสาวะออกมา

ปัสสาวะที่สีเข้มโดยทั่วไปมีสาเหตุมาจากการขาดน้ำและความเข็มข้นของปัสสาวะ อย่างไรก็ดีการที่ปัสสาวะมีสีเข้มอาจจะเป็นสัญญาณบอกว่ามีของเสียที่เป็นอันตรายที่ถูกหมุนเวียนอยู่ในร่างกายของเรา ยกตัวอย่างเช่น สีของปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลเข้มอาจจะเป็นสัญญาณบอกว่ามีเชื่อโรคอยู่ที่ตับซึ่งอยู่ในรูปของน้ำดี ถ้าสีของปัสสาวะเป็นสีเลือด (สีแดง) อาจจะเป็นสัญญาณบอกถึงความเป็นไปได้ที่จะเก็ดปัญหาอื่นๆที่ไต รวมถึงอาจจะเกิดจากการบาดเจ็บที่ไตได้ด้วย

สรุปก็คือ ฉี่มีสีเหลืองเพราะสารที่ชื่อว่า urochrome นี่เอง จะสีเข้มตอนที่ฉี่ออกมามากน้อยแค่ใหน ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนน้ำที่เราดื่มเข้าไป แต่ถ้าหากพบว่า ฉี่มีสีแดงคล้ายๆน้ำล้างเนื้อ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีนะครับ


Vocabulary (คำศัพท์) ที่เกี่ยวข้อง
​คำประเภทคำอ่านความหมาย
urine (N)ยุรีนปัสสาวะ
urinate (N)ยูระเนทปัสสาวะ
pee (N,V)พีฉี
pigment (N)พิก'เมินทฺรงควัตถุ, สีย้อม
Urochrome (N)ยุโรโครมสารสีเหลือง
vary (V)แวร์รีแปรผัน แปรเปลี่ยน
pale (ADJ)เพลซีด สีอ่อนๆ
fluid (N)ฟลู'อิดของเหลว น้ำ
sign (N)ไซน์สัญญาณ สัญลักษณ์
concentrated (ADJ)คอน'เซินเทรทิดมีความเข้มข้น
concentration (V)คอน'เซินเทรเชินความเข้มข้น
harmful (N)ฮาร์มฟูลมีอันตราย
stomach (N)สทัม'มัคท้อง ช่องท้อง
screen out (N)สกรีน เอาร์กรองออกไป
intestine (N)อินเทสไตน์ลำใส้
organs (N)ออร์แกนซ์อวัยวะ
kidney (N)คิดนี่ไต
ureters (N)ยูเรเทอร์ท่อไต
urethra (N)ยูรี'ธระท่อปัสสาวะ
bladder (N)แบลดเดอกระเพาะปัสสาวะ
liver (N)ลิเวอร์ตับ
dehydration (N)ดีไฮเดรเชินการเสียน้ำของร่างกาย
bile (N)ไบล์น้ำดี
indicate (V)อินดิคิทส่งสัญญาณ
indication (N)อินดิเคเชินสัญญาณ



Read more at:
Share:
Read More

Monday, April 4, 2016

น้ำท่วมหลังเป็ด | when pigs fly

when pigs fly
น้ำท่วมหลังเป็ด - when pigs fly
source: lowres.jantoo.com

เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษวันนี้ มีสำนวนมาฝากครับ ส่วนเป็นสำนวนอะไร ไปติดตามกันเลยครับ

มีสำนวนหนึ่งที่เราใช้กันบ่อย และฝรั่งก็ใช้กันเยอะไม่ต่างจากเรา สำนวนนั้นก็คือ นำ้ท่วมหลังเป็ด ครับในภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า when pigs fly (เวน พิกซ์ ฟลาย) หรือ pigs might fly (พิกซ์ ไมท์ ฟลาย)  หรือ pigs can fly (พิกซ์ แคน ฟลาย)

จะสังเกตุเห็นว่าฝรั่งเล่นสำนวนโดยเปรียบเทียบกับหมูแต่เราเปรียบเทียบกับเป็ด แต่ไม่ว่าจะเป็น เป็ดหรือ หมู ก็ได้ความหมายทำนองเดียวกัน เพราะ pig can never fly หมูบินไม่ได้ ทำนองเดียวกับ น้ำไม่เคยท่วมหลังเป็ด there will never be a flood over the duck back

แน่นอนครับ สำนวนทั้งที่เป็นของไทยเรา น้ำท่วมหลังเป็ด หรือของอังกฤษ เมื่อหมูบินได้ (when pigs fly) ก็ใช้กับเรื่องหรือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (used to talk about something that is highly unlikely to ever happen)

มาลองดูตัวอย่างกันครับ
A: I'll have ​finished my work by 7 o'clock ​tomorrow.
B: And ​pigs might ​fly!
A: ผมจะงานเสร็จพรุ้งนี้ตอน 7 โมงเช้น
B: น้ำคงท่วมหลังเป็ด (หมูคงบินได้)

When pigs fly and then he will pay for our meal, I have never seen him paying for anyone in my life.
น้ำคงท่วมหลังเป็ดแล้วเขาก็จะจ่ายค่าอาหารให้เรา ฉันไม่เคยเห็นเขาจ่าย(ค่าอาหาร)ให้ใครในชิวิตของฉัน

A: Marry might wake up early tomorrow and clean her room.
B: Yes, she’ll do that when pigs fly
A: แมรี่น่าจะตื่อเช้าพรุ้งนี้และทำความสะอาดห้องของเธอ
B: อื่ม เธอคงทำตอนที่น้ำท่วมหลังเป็ด

I will go out on a date with him when pigs fly. There will never be a day that I'm going to like him.
ฉันจะออกเดทกับเขาก็ตอนที่น้ำท่วมหลังเป็ด ไม่มีวันที่ฉันจะชอบเขาหรอก

A pigs cannot fly, and he can't never stop loving at you. So, he will stop loving you when pigs can fly.
หมูบินไม่ได้และเขาก็ไม่สามารถหยุดรักคุณได้ เขาจะหยุดรักคุณได้ ก็ต่อเมื่อน้ำท่วมหลังเป็ด (เลี่ยนไปไหม๊ครับ)



The saying or idiom in English pigs might fly or pigs can fly or when pigs fly used to talk about thing that could never happen or thing that is impossible.

In Thai, we also have the very similar saying which refer to something that is highly unlikely to ever happen. The saying in Thai is "น้ำท่วมหลังเป็ด" (Narm Tuam Lung Ped), literally this means when there is a flood higher than duck's back.

In English, the comparison of the saying is done with the pig and verb to fly. But, the comparison is done with duck and the flood in Thai. These comparisons really make sense, don't you think. As, the pig will never be able to fly. Likewise, there will never be a flood that is higher than a duck's back no matter how bad the flood is.



Share:
Read More

Sunday, April 3, 2016

ลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน ภาษาอังกฤษ | take leave

sick leave reason
sick leave reason
source: news.com.au


เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ ในครั้งที่ผ่านมาได้พูดถึงเรื่อง เจ็บ ปวด ในภาษาอังกฤษ และเรื่อง สุขภาพ ในภาษาอังกฤษ วันนี้ผมลาป่วยที่บริษัท คิดว่าน่าจะมีคนพูดถึง เรื่อง การ ลาป่วย ในภาษาอังกฤษ ในเชิงลึกไม่มากนัก ก็เลยอยากจะพูดถึงเรื่องนี้ไว้เผื่อท่านๆอาจจะได้รับปประโยชน์และมีโอกาสนำไปใช้

Leave

คำว่าลาป่วยในภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า take sick leave (phrasal verb - เทค ซิค ลีฝ) แต่ถ้าอยากจะบอกว่าลาเฉยๆโดยที่ไม่อยากระบุว่าลาอะไรก็อาจจะใช้คำว่า take leave (phrasal verb - เทค ลีฝ)

คำว่า leave (noun - ลีฝ) แปลว่าการลา หรือพูดเต็มๆก็คือ leave of absence (noun -  ลีฝ ออฟ แอบซึน)

เมื่อพูดถึง leave ถ้าไม่พูดถึงคำว่า หยุดงาน ก็เห็นจะไม่ได้ คำว่าหยุดงาน ในภาษาอังกฤษ ก็คือ take time off (phrasal verb - เทค ไทม์ ออฟ) หรือ take day off (phrasal verb - เทค เดย์ ออฟ)

Paid and Unpaid Time Off 

ทีนี้เมื่อมีการลา ก็จะมีเรื่องของการจ่ายเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง การลาบางประเภทก็จะมีการจ่ายเงิน ซึ่งจะใช้คำว่า paid (adj -  เพด) นำหน้าการลาประเภทนั้นๆ เช่น paid sick leave การลาป่วยแบบมีการจ่ายค่าแรง ส่วนกรณีที่ไม่มีการจ่ายเงิน ก็จะใช้คำว่า unpaid (adj -  อันเพด) นำหน้าชนิดของการลา เช่น unpaid sick leave การลาป่วยแบบไม่จ่ายเงิน อย่างกรณีที่มีการลาป่วยเกินจำนวนวันที่กำหนด วันที่เกินก็จะตัดไปเป็น unpaid sick leave ไป การหยุดแบบมีการจ่ายเงินในวันหยุด ก็เรียกว่า paid time off (เพด ไทม์ ออฟ) หรือ paid day off (เพด เดย์ ออฟ)

call in sick การโทรขอลาป่วย ภาษาอังกฤษ เรียกว่า call in sick (phrasal verb - คอล อิน ซิค)  เมื่อมีการลาป่วย ก็ต้องมี ใบรับรองแพทย์ ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า doctor's certificate (noun - ด๊อกเตอร์ซ เซอร์ทิฟิคิท)  หรือ medical certificate  (noun - เมดิคัล เซอร์ทิฟิคิท) ใบรับรองแพทย์ ซึ่งก็เรียกอีกอย่างว่า proof of illness/sickness/injury (noun - พรูฟ ออฟ อิลเนส/ซิคเนส/อินเจอรี) การยื่นใบรับรองแพทย์ก็ใช้คำว่า provide proof of illness/sickness/injury (verb -โพรไวด์ พรูฟ ออฟ อิลเนส/ซิคเนส/อินเจอรี) injury ก็คือการบาดเจ็บ

คำว่า certificate  (noun - ซอร์ทิฟิคิท) แปลว่า หนังสือสำคัญ, ใบรับรอง, หนังสือรับรอง ซึ่งเป็นใบรับรองหรือหนังสือรับรองอะไรก็เอาคำนั้นๆมาไว้ข้างหน้า เช่น medical certificate ใบรับรองแพทย์ อย่างที่กล่าวไว้ข้างบน  หรือ birth certificate ซึ่งก็คือ สูติบัตร (แปลตรงๆก็คือ ใบรับรองการเกิด) นั่นเอง death certificate ก็คือใบมรณบัตร  (แปลตรงๆก็คือใบรับรองการเสียชีวิต) ส่วน marriage certificate ก็คือ ทะเบียนสมรส (แปลตรงๆก็คือ ใบรับรองการแต่งงาน)

กลับมาที่เรื่องการลากันต่อครับก่อนที่จะออกนอกเรื่องไปไกล
ช่วงเวลาที่ลาอยู่เราก็จะเรียกว่า on leave หรือถ้าระบุการลาก็เพิ่ม ประเภทการลาข้างหน้า leave เช่น on sick leave ก็แปลว่า อยู่ในช่วงเวลาลาป่วย on annual leave กำลังลาพักร้อน on personal leave กำลังอยู่ในช่วงลากิจ เป็นต้น

เมื่อมีการลาก็ต้องกล่าวถึงจำนวนวันที่มีสิทธ์ลา ซึ่งก็จะเรียกว่า leave entitlement (noun - ลีฝ เอนไทเทิลเมน) สิทธิ์ในการลาป่วย ก็จะเรียกว่า sick leave entitlement (noun - ลีฝ เอนไทเทิลมัน) เมื่ออยู่ในรูปของ verb form หรือกริยา (โดยจะอยู่ในรูปของ passive) ก็จะพูดว่า be entitled to + จำนวนวันลา + ประเภทการลา แปลว่า  ได้รับสิทธิ์ในการลาประเภทนั้นๆเป็นจำนวน...วัน
เช่น be entitled to 30 days of sick leave  ได้รับสิทธิ์ในการลาป่วย 30 วัน

sick leave
sick leave
Source: benefitspro.com

การลาบางประเภทเช่น ลาพักร้อน บางที่มีข้อบังคับว่าต้องแจ้ง หัวหน้าล่วงหน้า ซึ่งจะต้องแจ้งก่อนกี่วันก็ขึ้นอยู่กับที่ทำงานแต่ละแห่ง การแจ้งการลาก็คือ การ leave notification (noun - ลีฝ โนทิฟิเคเชิน) แจ้งวันลาก็ เพิ่มคำว่า give เข้าไป เป็น give leave notification (verb -  กิฝ ลีฝ โนทิฟิเคเชิน)
กรณีที่ต้องการแจ้งคนที่ส่ง email หาเราให้รู้ว่าเราลา ซึ่งเป็นการตอบกลับแบบอัตโนมัติ จะเรียกว่า notification message (noun - โนทิฟิเคเชิน แมสซิจ) (อย่าเขียนผิด message เป็น massage นะครับ จะกลายเป็นการแจ้งเตือนด้วยการนวด LoL) หรือ เรียกอีกอย่างว่า notification email (noun - โนทิฟิเคเชิน อีเมล์) หรือจะเรียกแบบเต็มยศก็ได้ เป็น leave notification message/leave notification email 
ซึ่งเจ้า notification ที่ว่า ใน email application แต่ละเจ้า เช่น gmail เป็นต้น ก็จะให้เราตั้งค่าไว้ล่วงหน้าไว้ได้  เมื่อมีคนส่งเมลล์หาเราในวันที่เราตั้งค่าไว้ ระบบตอบกลับอัตโนมัติก็จะทำงานโดยการ ส่ง notification message  กลับไปด้วยข้อความหรือ message ที่เราตั้งค่าไว้

ตัวอย่าง leave notification email/message

Subject: On Leave
Message: I will be out of the office from (วันที่เริ่มลา) until (วันที่สิ้นสุดวันลา). If you need immediate assistance please contact (คนที่จะติดต่อ).

Subject: On Leave
Message: 
Hi,
I will be out of the office this week. If you need immediate assistance while I’m away, please email (email ของคนที่สามารถให้ความช่วยเหลือแทนเราได้).

Subject: On Vacation from 4/13/2016 - 4/30/2016
Message: 
Hi
I am on annual leave. If there is anything urgent please call me at [เบอร์โทร]

อีกคำหนึ่งที่เห็นใช้กันในกรณีแจ้งการลาล่วงหน้าก็คือ notice of leave (noun - โนทีซ ออฟ ลีฝ) เช่น notice of personal leave การแจ้งลาพักร้อน หรือ notice of private leave การแจ้งลากิจ ช่วงเวลาที่จะต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า เรียกว่า notice period  (โนทิส เพียเรียด)

เมื่อมีการลาแล้ว หลังจากนั้นถ้าจะกลับไปทำงานก็เรียกว่า return to work (phrasal verb - รี เทิร์น ทู เวิร์ค) คือการกลับไปทำงานหลังจากที่ลานั่นเอง

ส่วนใบลา จะเรียกว่า leave application form (noun - ลีฝ แอพพลิเคเชิน ฟอร์ม) ปัจจุบันบริษัทใหญ่ๆที่มีการนำ computer เข้ามาช่วย จะไม่มีการลาโดยใช้ leave application form แล้ว แต่จะทำการลาหรือส่งใบลาผ่านระบบ ที่เรียกว่า online leave system (noun -ออนไลน์ ลีฝ ซิสเตม) หรือ online leave application (noun - ออนไลน์ ลีฝ แอพพลิเคเชิน) บางที่ก็จะเรียกระบบตัวเองว่า  e-leaving (noun - อี ลีฝวิง) E ก็ย่อมาจาก electronic leaving นั่นเอง เหมือน e-mail ที่มีคำเต็มๆว่า electronic mail (ผมเริ่มเอามะพร้าวห้าวมาขายส่วนอีกละ อิอิ)

ทีนี้มาดูว่านอกจาก ลาป่วย หรือที่เรียกว่า sick leave มีการลาประเภทอื่นๆอะไรบ้าง(และในภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร)
  • annual/vacation leave (noun - แอนนวล/เวเคเชิน ลีฝ)  ลาพักร้อน
  • private/personal leave (noun - ไพร์วิท/เพอร์ซันนัล ลีฝ) ลากิจ
  • maternity leave (noun - มะเทอะนะที ลีฝ) ลาคลอด
  • family responsibility leave (noun - แฟมิลี เรสปอนซิบิลิที ลีฝ) หรือบางที่ก็เรียกว่า family care leave (noun - แฟมิลี แคร์ ลีฝ) ก็คือ การลาหยุดเพื่อดูแลครอบครัว เช่น หยุดเฝ้าไข้ลูก งานศพสมาชิกครอบครัว
  • compassionate/bereavement leave (noun - คัมแพชเชินนิท/บิรีฝมัน ลีฝ) ลาหยุดเมื่อครอบครัวหรือญาติใกล้ชิดเสียชีวิต
  • study leave (noun - สตัดดิ ลีฝ) ลาไปเรียนต่อ
  • marriage leave (noun - แมร์ริจ ลีฝ) ลาไปแต่งงาน
  • paternity leave  (noun - พะเทอร์นะที ลีฝ) สิทธิของบิดาในการลาเพื่อดูแลบุตร 
  • ordination/priesthood leave  (noun - ออร์ดิแนเชิล/พรีสทฺ'ฮูด ลีฝ) ลาบวช
  • military service leave (noun - มิลิแทริ เซอร์วิซ ลีฝ) ลารับราชการทหาร
  • sterilization leave(noun - สเทอริไลเซ'เชิน ลีฝ) ลาเพื่อทำหมัน
  • pandamic leave(noun - แพนดามิค ลีฝ) ลาเนื่องจากโรคละบาด


Vocabulary (คำศัพท์) ที่เกี่ยวข้อง
​คำประเภทคำอ่านความหมาย
illness (N)อิลเนสป่วย
sickness (N)ซิคเนสป่วย
leave (N)ลีฝการลา
on leave (V)ออน ลีฝอยู่ในช่วงการลา
take day off (V)เทค เดย์ ออฟหยุดงาน
take time off (V)เทค ไทม์ ออฟหยุดงาน
sick leave (N)ซิค ลีฝลาป่วย
certificate (N)ซอร์ทิฟิคิทใบรับรอง หนังสือรับรอง
call in sick (V)คอล อิน ซิคโทรลาป่วย
entitlement  (N)เอนไทเทิลมันสิทธิ์
beforehand (ADV)บีฟอร์แฮนด์ล่วงหน้า
in advance (ADV)อิน แอดวานซ์/แอดแวนซ์​ล่วงหน้า
notification (N)โนทิฟิเคเชินการแจ้งเตือน



sick certificate
sick certificate - s3.amazonaws.com

Put them in sentences.

I'm not feeling very well, I am taking sick leave today.
ผมรู้สึกไม่สบาย ผมลาป่วยวันนี้

I'm going to ask our boss for a leave of absence.
ผมจะขอลาหยุดงานกับหัวหน้า

I am asking your permission to take annual leave for 3 days.
ผมขออนุญาติ ลาพักร้อน 3 วัน

It is a company's regulation to show a medical certificate when you take more than 3 days of sick leave.
เป็นกฏของบริษัทที่จะต้องยื่นใบรับรองแพทย์เมื่อมีการลาป่วยมากกว่า 3 วัน

If you’ve been employed for more than six months, you’re entitled to five days’ sick leave
ถ้าทำงานมาเป้นเวลามากกว่า 6 เดือน จะได้รับสิทธ์ลาป่วยได้ 5 วัน

I woke up with a terrible cold and had to call in sick last week.
ผมตื่นมาพร้อมกับพบว่ามีไข้อย่างหนัก และต้องโทรไปลาป่วย

Notice of personal leave must be given at least one day in advance.
การลาพักร้อนต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า อย่างน้อย 1 วัน

In our company, we submit our leave through an online leave application called e-Leaving.
เราส่งใบลาผ่านระบบลาออนไลน์ที่เรียกว่า e-Leaving.

I am going to renew my driving license on next Monday. I will need to submit personal leave today.
ผมจะไปต่อไบขับขี่วันจันทร์หน้า ผมจะต้องส่งใบลากิจวันนี้



Read more at:
Share:
Read More

Tuesday, March 29, 2016

ลางเนื้อชอบลางยา | one man's meat is another man's poison

one man's meat is another man's poison
ลางเนื้อชอบลางยา
source: lowres.jantoo.com


เคยได้ยินสำนวนนี้ไหมครับ ลางเนื้อชอบลางยา สำนวนนี้น่าจะเคยได้ยินมาบ้าง รู้ไหมว่า มีความหมายว่าอย่างไร ถูกต้องละครับ ความหมายของสุภาษิตคำนี้ก็คือ ส่ิงที่เป็นอาหารของคนหนึ่งอาจจะเป็นยาพิษของอีกคนหนึ่ง หรือสิ่งที่เป็นประโยชน์กับคนหนึ่งอาจจะไปเกิดโทษกับอีกคน หรือ สิ่งที่ดีหรือเหมาะสำหรับคนหนึ่งอาจจะไม่ดีสำหรับอีกคนหนึ่งก็ได้  หรือแม้กรทังอาจจะหมายความว่า สิ่งที่คนหนึ่งชอบอาจะไม่ใช่สิ่งที่อีกคนหนึ่งชอบ แต่ละคนก็ชอบแตกต่างกันไป ในภาษาอังกฤษก็มี สำนวนที่ใกล้เคียงกันเช่นกัน นั่นก็คือ  one man's meat is another man's posion

meat (noun -  มีท) แปลว่า เนื้อสัตว์ หรือ เนื้อผลไม้ก็ได้ รวมทั้งอาจจะแปลว่าอาหารก็ได้ อย่าเช่น meat and drink ก็จะแปลว่าอาหารและน้ำ

ทีนี้ในกรณีที่มีความหมายว่าเนื้อ ก็มีตัวอย่างให้เห็นประมาณนี้ครับ
crabmeat เนื้อปู
mincemeat ก็คือเนื้อบด
apple meat เนื้อของผลแอปเปิล
แต่ dogmeat คือเนื้อให้สุนัก

poison (noun - พ่อยซัน) ยาพิษ
food poisoning  อาหารเป็นพิษ
blood poisoning เลือดเป็นพิษ

อีกสำนวนหนึ่งที่มีความหมายเดียวกับคำว่า ลางเนื้อชอบลางยาก็คือ every man to his taste แปลว่าแต่ละคนก็มีรสนิยมแตกต่างกันออกไป อันนี้จะตรงข้ามกับ one size fits all ขนาดเดี่ยวใส่ได้ทุกคน

สำนวนภาษาอังกฤษ ที่มีความหมายคล้ายกับ one man's meat is another poison มีดังต่อไปนี้ครับ

  • one man's trash is another man's treasure
  • one man's ceiling is another man's floor
  • one's man's pleasure is another's pain
  • a thing which is a sin to one is a blessing to another
  • one man's loss is another man's profit
  • one man's fault is another man's lesson




http://image.slidesharecdn.com

Put them in sentences

I don't like the taste of that fruit, but my sister like it. It's like one man's meat is another man's poison
ผมไม่ชอบรสชาจิของผลไม้อันนั้นเลย แต่น้องสาวของผมกับชอบซะอีก ลางเนื้อชอบลางยาโดยแท้

Fred: What do you mean you don't like French fries? They're the best food in the world!
Alan: One man's meat is another man's poison
เฟรด: คุณหมายความว่าใงนะที่ว่าไม่ชอบมันฝรั่งทอด มันเป็นอาหารที่ดีที่สุดในโลกนะ
อลัน: ลางเนื้อชอบลางยา

John likes English very much but his friend does not at all, every man to his taste.
จอร์นชอบภาษาอังกฤษอย่างมากแต่เพื่อเขาไม่ชอบเลย แต่ละคนก็มีรสนิยมต่างกันไป


Everyone has their own taste in music, one may like rock music and the other may like classical music. It is every man to his taste.
คนละคนมีรสนิยมทางตนตรีแตกต่างกันไป บางคนก็ชอบร็อค บางคนก็ชอบดนตรีคลาสิค มันเป็น



In English

One man's meat is another man's poison has the meaning that things that is good for one people maybe bad for someone else or Something that one person likes may be distasteful to someone else.

In Thai we also have the proverb that has the same meaning as the English proverb version. This proverb is ลางเนื้อชอบลางยา (Larng Nuea Chorb Larng Yar) literally means some medicine is good for someone and might be bad for the others.

Read more at:
  • http://idioms.thefreedictionary.com/One+man's+meat+is+another+man's+poison
Share:
Read More

Sunday, March 27, 2016

สอนจระเข้ว่ายน้ำ | teach grandmother to suck eggs

teach grandmother to suck eggs
สอนจระเข้ว่ายน้ำ
Source:azimo.com

ครั้งที่แล้ว ผมเขียนถึง สุภาษิตสำนวนภาษาอังกฤษ เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ซึ่งกลับไปดูได้ที่  เอามะพร้ามห้าวไปขายสวน ภาษาอังกฤษ

มาครั้งนี้ก็อยากจะพูดถึงสำนวนที่มีความหมายใกล้เคียงกันกับ เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ก็คือ สอนจระเข้ว่ายน้ำ หรือ สอนหนังสือสังฆราช ซึ่งในภาษาอังกฤษ มีสำนวนในทำนองเดียวกัน คือ teach grandmother to suck eggs หรือ teach one's grandmother to suck eggs นั่นเอง แปลตรงๆก็คือ สอนคุณยายหรือคุณย่าให้ดูดไข่หรือกินไข่ ความหมายในภาษาอังกฤษก็คือ giving ​advice to someone about a ​subject that they already ​know more about than you.

ภาษาไทยเรา เปรียบคนที่มีความรู้กับจรเข้ หรือพระสังฆราช สำนวนนี้ก็มีความหมายว่า การแสดงความรู้ อวดฉลาดกับคนที่มีความรู้ ความชำนาญในสิ่งนั้นมากกว่าตน

ภาษาอังกฤษเปรียบเทียบคนที่มีความรู้คือคุณย่าคุณยาย ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน
ในกรณีที่จะบอกว่า อย่าสอนจระเข้ว่ายน้ำ หรือ อย่าสอนหนังสือสังฆราช ก็เพิ่ม don't หรือ neverข้างหน้า ประโยค เป็น

don't/never teach grandmother to suck eggs

เคยเห็นสำนวนที่น่าจะมีความหมายคล้ายๆกันคือ
don't teach your grandmother how to milk ducks
don't teach your grandmother to steal sheep

ตัวอย่างการใช้สำนวนนี้

Hey, you don't teach your grandmother to suck eggs. He is a programmer and he knows how to write that easy piece of code.
เฮ ไม่ต้องมาสอนจระเข้ว่ายน้ำ เขาเป็น programmer เขารู้วิธีการเขียน code แบบง่ายๆนั้น

I know the way around here Mitty I can even close my eyes and do the walking, you don't need to teach your grandmother to suck eggs.
ผมรู้ทางแถวนี้เป็นอย่างดี มิตตี้ ผมหลับตาเดินยังได้เลย ไม่จำเป็นต้องสอนหนังสือสังฆราชหรอก

Teaching your teacher how to count is like teaching your grandmother to suck eggs.
สอนคุณครูให้นับเลขก็เหมือนกับการสอนหนังสือสังฆราช

The one who has open minded will not complain when someone tries to teach him something he already know well even it is like teaching grandmother to suck eggs.
คนที่ใจกว้างจะไม่บ่นเมื่อมีคนพยายามสอนเขาในเรื่องที่เขารู้ดี ถึงแม้มันจะเหมือนสอนจระเข้ว่ายน้ำ

She was a sensible girl who didn’t talk very much or try to teach her grandmother to suck eggs.
เธอเป็นผู้หญิงอ่อนไหวผู้ซึ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดมากหรือ(ไม่)พยายามเป็นคนอวดรู้อวดฉลาด

Explanation In English

There is a saying in Thai meaning "to give ​advice to someone about a ​subject that they already ​know more about than you" and this has the very same meaning to English proverb or idiom "to teach grandmother to suck eggs". This Thai saying is สอนจระเข้ว่ายน้ำ (Sorn Jorrake Wai Narm - teaching a crocodile to swim) or สอนหนังสือสังฆราช  (Sorn Nung Seu Sang Ka Rart - teaching the Supreme Patriarch to read and write)

In Thai, with this saying, crocodile is referred as the expert in swimming and Supreme Patriarch  is the expert in reading and writing. So there is no need to teach the the crocodile to swim as it has an expertise in swimming and the same way with the Supreme Patriarch who has great knowledge in writing and reading. While in English The comparison is done with grandmother who is older and has more experience in life.


Read more at:
Share:
Read More

เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน | carry coals to Newcastle

carry coals to Newcastle
เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน

รู้ไหมครับว่า สุภาษิตหรือสำนวนภาษาอังกฤษที่ ว่า เอามะพร้ามห้าวไปขายสวน ฝรั่งเขาพูดว่าอย่างไร

สำนวน เอามามะพร้าวห้าวไปขายส่วน ในภาษาอังกฤษ ก็คือ
carry/take/sell/bring coals to Newcastle

แปลว่า เอาถ่านหรือนำถ่านหรือขายถ่านที่เมือง Newcastle ซึ่งก็คือเมืองๆหนึ่งในประเทศอังกฤษ

คนไทยเราใช้มะพร้าวห้าว ส่วนฝรั่งเขาใช้ ถ่านหิน และทำไมต้องเป็น เมือง Newcastle ทำไมถึงเป็นถ่าน หิน เรื่องนี้มีที่มาที่ไปครับ เรื่องของเรื่องก็คือ ในประเทศอังกฤษ เมือง นิวคาวเซิล (Newcastle) เป็นเมืองที่มีการส่งออกถ่านหินให้กับเมืองอื่นๆในประเทศอังกฤษนั่นเอง  นี่ก็เลยเป็นที่มาที่ไปที่ว่าทำไมต้องเป็น coal และ Newcastle และเป็นที่มาของสำนวน carry/take coals to Newcastle ด้วยประการละฉนี้

ทีนี้ผมขออนุญาติเอามะพร้าวห้าวมาขายในสวนคนไทยหน่อยครับก็คือ คำว่าเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนมีความหมายว่า การแสดงความรู้ อวดฉลาดกับคนที่มีความรู้ ความชำนาญในสิ่งนั้นมากกว่าตน หรือในภาษาอังกฤษ ที่ว่า giving ​advice to someone about a ​subject that they already ​know more about than you.

ทีนี้ถ้าจะบอกว่า อย่าเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน เราก็เติม don't ไปข้างหน้าประโยคกลายเป็น don't carry/take/sell/bring coals to Newcastle

หรือจะเปลี่ยนจาก don't เป็น ​never ก็ได้ never carry coals to Newcastle หรือ never take coals to Newcastle

carry coals to Newcastle
carry coals to Newcastle
Source:ehistory.osu.edu
มีอีกสำนวนหรือ version หนึ่งที่มีความหมายเหมือนกับ don't carry coals to Newcastle แต่เป็น version ที่ดัดแปลงไป ซึ่งก็คือ don't sell ice in the Himalayas แปลตรงๆก็คือ อย่าเอาน้ำแข็งไปขายที่ภูเขาหิมาลัย ลองจินตนาการถึงภูเขาหิมาลัยก็จะรู้ว่าทำไมไม่ควรเอาน้ำแข็งไปขายที่นั่นครับ ถั่วต้มครับมันเป็นภูเขาน้ำแข็งนั่นเอง

ตัวอย่างการใช้สำนวนนี้

Joey told the nurse how to do blood pressure measurement and it seemed he was carrying coals to Newcastle.
โจอี้สอนพยาบาลว่าจะวัดความดันอย่างไร ดูเหมือนว่าเขาจะเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนเด้อ

It was like carrying coals to Newcastle when John was giving a flower to my sister who is a florist.
คล้ายๆกลับว่าจอร์นกำลังเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ตอนที่เขาเอาดอกไม้ไปให้พี่สาวของผม ซึ่งเธอเป็นเจ้าของร้านดอกไม้

You don't need to give coconuts my friend, Mitty. It will be like taking coals to Newcastle. Haven't I told you he is doing coconut export.
เองไม่ต้องเอามะพร้าวไปให้เพื่อนข้าหรอกมิตตี้ มันจะกลายเป็นว่าเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนซะ ข้าไม่เคยบอกเองเหรอว่าเพื่อนข้าทำธุรกิจส่งออกมะพร้าว

If you are going to sell salt to people who is in Samut Songkhram, you are selling coals to Newcastle.
ถ้าคุณจะเอาเกลือไปขายให้กับคนที่สมุทรสงคราม คุณกำลังเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนแล้ว

Explanation In English

There is a saying in Thai meaning "to ​supply or give something to a ​place or ​person that already has a lot of that ​particular thing" and this saying has the very same meaning with idiom in English "to carry or take or sell or bring coals to Newcastle". This evuivalent version of Thai saying is "เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน" ("Owl Ma Prao How Pai Kai Saun")  literally meaning to take ripe coconuts and sell them at the coconut garden or to sell ripe coconuts to the coconut farmer.

The longer version of the Thai saying is "เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน เอาแป้งนวลไปขายชาววัง" ("Owl Ma Prao How Pai Kai Saun  Own Paeng Naun Pai Kai Chao Wang") meaning to take coconuts and sell them at the coconut garden and to sell face powder to the ones who live in the palace. This also has the very same meaning with the short version. This long version has rhyme words "Saun" , which is a garden, and "Paeng Naun", which is face powder.  However, you will hear the short version more often.

In the proverb both in Thai and English, the comparison are done with coconuts and coals.  In English the, comparison is done with coals but in Thai the comparison is done with coconuts, a ripe coconut. However, they're very close in the meaning and usage.


Read more at:
Share:
Read More

Wednesday, March 23, 2016

เจ็บ ปวด ภาษาอังกฤษ | Hurt, Pain, Sore, Ache

เจ็บ ปวด ภาษาอังกฤษ
เจ็บ ปวด ภาษาอังกฤษ-Hurt, Pain, Sore, Ache
source: gclan.net
Hi Folks,

There was a saying that if you don't know what sadness is, how could you treasure the happiness.  And while talking about this saying, I was also thinking of the idioms that could describe this saying -"no gain, no pain"  and "no sweet without sweat".

Talking about pain, there are also many words that have the same or at least similar meaning and they sometimes are confusing. So, in this article I would like to bring them up. Please read along!.

"no gain, no pain". ไม่เจ็บก็ไม่จำ
No sweet without sweat ไม่ลำบากทุกข์ยากจะรู้จักความสุขได้อย่างไร

ตอนที่แล้วได้มีโอกาสนำเสนอ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ เรื่อง สุขภาพ ภาษาอังกฤษ | health วันนี้เลยอยากนำเสนอ คำว่าเจ็บ และ ปวด ในภาษาอังกฤษ ให้แบบล้วงลึกกันไปเลย

คำว่าเจ็บหรือปวด มีความหมายค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก คำว่า เจ็บ ปวดในภาษาอังกฤษ ก็มีให้ใช้หลายคำซึ่งก็มีวิธีการที่ใช้เหมือนกันและต่างกัน คำเหล่านี้คือ ache, hurt, pain, sore

ลองมาดูคำจำกัดความของ คำว่าเจ็บและปวดในภาษาไทยกันก่อน
คำว่า เจ็บ (painhurt, sore) คือ ความรู้สึกทางกายเมื่อถูกทุบ ตี บีบ หนีบ กด หรือทำให้เกิดแผล เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นบริเวณแคบหรือเฉพาะจุดและมักจะเป็นเวลาสั้น

คำว่า ปวด (ache, pain) คือ ความรู้สึกเจ็บทางกายที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เกิดขึ้นในบริเวณกว้าง เช่น ปวดหลัง. ปวดหัว. ปวดฟัน. นอกจากนี้ ปวด ยังใช้อธิบายความรู้สึกเมื่อต้องการขับถ่ายด้วย เช่น ปวดท้องเบา. ปวดอุจจาระ.

ทีนี้เราลองมาดูกันว่าในภาษาอังกฤษคำว่า เจ็บ ปวด ใช้คำว่าอะไรและใช้อย่างไร และมาดูความแตกต่างของแต่ละคำ ในตอนนี้ ครับ เจ็บ ปวด ภาษาอังกฤษพูดอย่างไร  | The differences between Hurt, Pain, Sore and Ache

pain  (noun-เพน)  

คำว่า pain เป็นคำกว้างๆ แปลว่า เจ็บหรือปวดก็ได้  คำคุณศัพท์ (adjective)  ก็คือ painful (adj - เพนฟูล)

be in pain มีความหมายกว้างๆว่า ปวดหรือเจ็บ
I was in a lot of pain ผมปวดมาก

pain in + part of your body (ส่วนของร่างกาย) ก็จะแปลว่า ปวด หรือเจ็บที่ตรงนั้นๆของร่างการ เช่น

a pain in the back = ปวดหลัง
a pain in the stomach = ปวดท้อง
a pain in the jaw = ปวดขากรรไกร
a pain in the leg = ปวดขา
a pain in the shoulder = ปวดไหล่
a pain in the eye = ปวดตา

ตัวอย่าง
I have a pain in my back.
ผมปวดหลัง

​I feel a pain in my hands.
ผมรู้สึกปวดมือ

แต่ถ้าเป็น a pain in the arse/ass/butt (อะ เพน อิน ดิ อาร์ส/แอส/บัท)นอกจากจะปวดก้นแล้วยังสามารถเป็นสำนวนมีความหมายว่า ตัวแสบ ได้ด้วย

นอกจากนั้น ยังมีสำนวนที่มีความหมายที่เหมือนกัน คือมีความหมายว่า ตัวแสบ หรือ จอมวุ่นวาย หรือ จอมป่วน แต่เปลี่ยนเอาความเจ็บปวดไปไว้ที่อื่นแทน ได้แก่ a pain the backside (อะ เพน อิน เดอะ แบคไซด์), a pain in the neck (อะ เพน อิน เดอะ เนค) , a pain in the rear (อะ เพน อิน เดอะ เรียร์) คำทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เป็น noun phrase แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนเป็นคำ adjective ก็เปลี่ยนเป็น pain-in-the-arse/ass/butt/backside/neck 

ตัวอย่างเช่น

Everybody talks in the same way that he is a pain in the arse.
ทุกๆคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาคือเจ้าตัวแสบ

You know John?, he is a real pain in the neck.
คุณรู้จักจอร์นใหม๊ เขาเป็นไอ้ตัวแสบตัวจริงเสียงจริง

We're having Mary over for dinner tomorrow night. I just hope her pain-in-the-butt husband doesn't come along as well.
แมรี่จะมาทานอาหารเย็นกับเราคืนนี้ ผมได้แต่หวังว่าสามีตัวแสบของเธอจะไม่มาด้วย

part of your body + pain มีความหมายเหมือนเดิมคือปวดหรือเจ็บ แต่เอา pain ไปตามหลังส่วนของร่างกายที่เจ็บหรือปวด เช่น
back pain (noun - แบค เพน)  ปวดหลัง
chest pain  (noun - เชสท์ เพน) ปวดหน้าอก
neck pain  (noun - เนค เพน)  ปวดคอ
nerve pain (noun - เนิร์ฟ เพน) ปวดเส้นประสาท
bone pain (noun - โบน เพน) ปวดกระดูก
eye pain  (noun - อาย เพน) ปวดตา
knee pain (noun - นี เพน) ปวดเข่า
kneecap pain (noun - นีแคพ เพน)  ปวดกระดูกสะบ้าหัวเข่า
leg pain (noun - เลก เพน) ปวดขา
arm pain (noun - อาร์ม เพน) ปวดแขน
nose pain (noun - โนส เพน) ปวดจมุก
heel pain (noun - ฮีล เพน) ปวดส้นเท้า
muscle pain (มัสเซิล เพน) = ปวดกล้ามเนื้อ
wrist pain (ริสท์ เพน) ปวดข้อมือ
joint pain (จอยท์ เพน) ปวดตามข้อ
abdominal pain  ปวดท้อง คำว่า abdominal (adj -แอบดอม' มิเนิล) แปลว่า เกี่ยวกับท้อง

I had a stomachache yesterday.
เมื่อวานนี้ผมปวดท้อง

painkiller
painkiller
Source: wedorecover.com
ประเภทและอาการปวด
ทีนี้เมื่อพูดถึงการปวด หรือเจ็บ ซึ่งในที่นี้ก็คือ pain ก็มีคำขยายหรืออธิบายอาการปวดหรือประเภทของการเจ็บหรือปวดดังนี้

แบ่งต่ามประเภทการเกิด
  • acute pain (อะคิวท์ เพน) ปวดแบบเฉียบพลัน
  • chronic pain (ครอนิค เพน) ปวดแบบเรื้อรัง

แบ่งตามอาการ
คำเหล่านี้เกิดจากการ เอา adjective มาผสมกับ คำนามคือ pain (adj + noun) เพื่อบอกลักษณะอาการของ อาการเจ็บปวด
  • mild pain (ไมล์ด เพน) ปวดนิดๆไม่มาก
  • sharp pain (ชาร์พ เพน) ก็คืออาการปวด/เจ็บแปลบ
  • tingling pain (ทิงเกิลลิง เพน) ปวด/เจ็บเสียว ชาๆ
  • stinging pain (สติงกิง เพล)  อาการปวด เหมือนโดยผึ่งหรือแมงต่อย มาจากคำว่า sting (verb - สติง) ที่มีความหมายว่า (ผึ่งหรือแมลง) ต่อย
  • electrical pain ปวด/เจ็บเหมือนไฟชอร์ต
  • shooting pain (ชูททิง เพน)ปวดแป๊บๆ ปวดที่หนึ่งแล้วย้ายไปอีกทีหนึ่ง (a severe pain that starts in one place then quickly moves to another)
  • burning pain (เบอร์นนิง เพน) ปวด/เจ็บแสบ ร้อน
  • stabbing pain ( สแตบบิง เพน) ปวด/เจ็บเหมือนถูกแทง
  • pin and needle pain (พิน แอนด์ นีเดิล เพน) ปวด/เจ็บเหมือนเข็มแทง/ตำ
  • throbbing pain (ธรอบบิง เพน) ปวดตุบๆ
  • splitting pain (สปิททิง เพน) ปวดร้าว splitting คืออาการแบบปวดจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
  • periodic/intermitten pain (เพียร'ออด'ดิค/อินเทอมิท'เทินทฺ เพน) ปวด/เจ็บเป็นพักๆ ปวดๆหายๆ
  • dull pain (ดัล เพน) ปวดตลอดเวลาแต่ไม่รุนแรง (the pain that is not severe but continues for a long time)
  • nagging pain (แนกกิง เพน) ปวดไม่มากแต่ไม่หายซะทีทำให้รำคาญ (the pain that continues for a long time and keeps bothering you)
  • severe/terrible pain (ซีเวียร์/เทระเบิล เพิน) ปวดแบบรุนแรง
  • excruciating pain (เอคซฺครู'ซิเอททิง เพน) ปวดหรือเจ็บอย่างมาก เลือดตาแทบกระเด็น(very severe pain)
  • aches and pains (เอคซ์ แอนด์ เพนซ์) อาการเจ็บปวดที่รู้สึกว่าไม่มากมาย(slight feelings of pain that are not very serious)
  • smart (verb - สมาร์ท) คือการทำให้แสบ
  • cramp (noun - แครมพ์) ปวดแบบตะคริว (writer's cramp ตะคิวที่นิ้ว)
  • crick (noun - คริค) เจ็บหรือขัด เช่ากรณีที่ตกหมอน
  • sprain (noun - สเพรน) เคล็ด

อาการปวดอื่นๆ
  • labour pains  (เลเบอร์ เพน) ปวดท้องจะคลอดลูก (pain felt by a woman who is starting to have a baby)
  • menstrual pain/period pain (เมน'สทรูเอิล/เพียเรียด เพน) ปวดท้องเมนส์หรือปวดท้องประจำเดือน
  • colic (คอลิค) อาการปวดท้องเหมือเอาคีมมาบีบ (severe pain in its stomach and bowels)
  • gripes (ไกรพฺซ์) อาการปวดท้องแบบเฉียบพลัน (sudden bad stomach pains)
  • angina (noun - แอนใจนะ)  คืออาการปวด แบบจุกเสียด อาจจร้าวไปถึงหน้าอก ไหล่ แขนและคอ เกิดจากการที่เลือดใหลไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ (a condition marked by severe pain in the chest, often also spreading to the shoulders, arms, and neck, caused by an inadequate blood supply to the heart) อาจจะกล่าวได้ว่า เป็น chest pain ชนิดหนึ่ง บางทีก็เรียกว่า 
  • angina pectoris (noun - แอนใจนะ เพค' โทริส) เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ angina
  • migraine (noun - ไมเกรน) ปวดไมเกรนหรือปวดหัวข้างเดียว

ดังนั้นถ้าเอาคำที่เป็นอาการต่างๆเหล่านี้ไปบวกกับส่วนของร่างกายที่ปวดก็จะเป็นการอธิบายอาการปวดของแต่ละที่ได้อีก เช่น

He has a chronic neck pain เขามีอาการปวดคอเรื้อรัง
I feel a tingling pain in my knee. ผมรู้สึกเจ็บเสียวชาๆที่เข่า
John has had a severe back pain for 3 months. จอร์นมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงมา 3 เดือนแล้ว
Sylvie suffer a splitting pain in her head for many hours before getting the medicine.
ซิล์เวียร์ทมารจากอาการปวดร้าวที่หัวหลายชั่วโมงก่อนที่เธอจะได้รับยา

This nagging pain in my stomach has continued after I had a car accident อาการปวดท้องต่อเนื่องที่น่ารำคาญเกิดหลังจากผมเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์

คำว่า nagging มีความหมายถึงอาการที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องไม่หายไปใหน ซึ่งสามารถเอาไปขยาย คำอื่นๆได้ เช่น nagging feeling/doubt/suspicion etc  แปลว่า ความรู้สึก หรืออาการสงสัยที่ไม่หายซะที และอีกความหมายหนึ่งอาจจะแปลว่า จู้จี้ขี้บ่น ก็ได้ เช่น a nagging wife ภรรยาที่ขี้บ่น (Note: nagging เอาไว้ขยายนามได้อย่าเดียวนะครับ)

คำศัพท์อื่นๆที่เกี่บกับ pain
  • ease/relieve/kill pain (verb - อีซ/รีลีฟว์/คิลล์ เพน) ลดหรือหยุดอาการเจ็บหรือปวด
  • pain relief/control (noun - เพน รีลีฟว์/คอนโทร์ล) การลดความเจ็บหรือควบคุมการเจ็บ
  • painkiller/pain-killer (noun - เพน คิลเลอร์)  ยาแก้ปวด
  • pain killer (adj -  เพน คิลเลอร์)  แก้ปวด
  • painful memories/experience etc (adj+noun - เพนฟูล เมมโมรีซ์/เอกซ์พีเรียนซ์) ความทรงจำหรือประสบการณ์ที่เจ็บปวด
  • painless (adj - เพนเลส) ไม่เจ็บไม่ปวด
  • pain level (noun - เพนเลเวล) ระดับของความปวด

This is a painless treatment.
นี้เป็นวิธีรักษาแบบไม่ต้องเจ็บตัว

That must be very painful, I could feel the pain from your face.
นั้นต้องปวดมาก ผมรู้สึกถึงการปวดจาก(สี)หน้าของคุณได้

I feel a pain in my stomach. Could you please give me a pain killer to relieve this pain?
ผมรู้สึกปวดท้อง ขอยาแก้ปวดมาบรรเทาปวดหน่อยครับ
pain
pain - www.toonpool.com

นอกจาก pain แล้วเรายังมีคำอื่นๆที่มีความหมายในทำนองเดียวกันนั้นก็คือ

ache (verb/noun-เอค) 

ache ในที่นี้มีความหมายกินไปถึงอาการเจ็บปวดที่ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งก็คืออาการปวดนั่นเอง รวมทั้งอาจจะแปลว่าเมื่อยก็ได้ สรุปก็คือ แปลว่า ปวด ปวดเมื่อย คำว่า ache เป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยา คำคุณศัพท์ (adjective) ของ ache ก็คือ aching (adj. - เอคคิง) ส่วนคำที่เป็นกริยาวิเศษ (adverb) ก็คือ achingly (adv- เอคคิงลี่) แปลว่า อย่างเจ็บปวด

ache ในหน้าตาที่ป็นคำนาม (noun) นำไปต่อท้ายส่วนใหนของร่างกายก็จะได้ความหมายว่า ปวด หรือปวดเมื่อยตรงนั้น ซึ่งบางคำก็ใช้ คำว่า pain แทนกันได้

คำที่มักนำมาใช้กับ ache
earache (noun - เอียร์เอค) ปวดหู
headache (noun - เฮดเดค) ปวดหัว/ปวดศีรษะ
stomachache/stomach ache (noun - เสทัม'มัคเอค) ปวดท้อง
backache (noun - แบคเอค) ปวดหลัง
toothache (noun - ทูธเอค) ปวดฟัน
shoulder ache (โชลเดอร์เอค) ปวดไหล่
muscle ache (มัสเซิล เอค) ปวดกล้ามเนื้อ
heartache (noun - ฮาร์ทเอค) ปวดใจ

ตัวอย่าง
I have a headache
ฉันปวดหัว ภาษาอังกฤษ

Sylvie had a splitting headache and she asked me for a painkiller.
ซิลเวีย ปวดหัวแทบจะแตกและเธอก็ขอยาแก้ปวดจากผม

John has a nagging stomach ache
จอร์นมีอาการปวดท้องแบบน่ารำคาญและไม่หายซะที

She has severe backache
เธอมีอากรปวดหลังอย่างรุนแรง

Jimmy's daughter had a toothache. She ate too many candies and didn't brush her teeth.
ลูกสาวของจิมมีปวดฟันเพราะเธอกินลูกผมเยอะไปหน่อยแถมยังไม่แปรงฟัง

This ​painkiller is good for ​general aches and ​pains, but ​maybe you need something ​stronger.
ยาแก้ปวดนี้ใช้สำหรับอาการเจ็บปวดทั่วไป บางทีคุณอาจจะต้องใช้ยาที่แรงกว่า(ยานี้)

I had terrible stomach ache before I found out that kidney stone was the cause of the severe pain in my stomach.
ผมปวดท้องอย่างหนักก่อนที่จะเจอว่าอาการปวดที่ท้องเกิดจากนิ่วที่ไต

ache ในอีกหน้าตาหนึ่งทำหน้าที่เป็นกริยา (verb) แปลว่า ปวด หรือ เมื่อย ซึ่งเป็นกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม 

His feet were aching from standing so long.
เท้าของเขาปวดซึ่งเกิดจากการยืนนานๆ

Jenny ached all over after marathon walking.
เจนนี่ปวดเมื่อยไปทั้งตัวหลังจากเดินมาราธอน

Your body will be aching after your first exercise, then it will get better and better after several more exercises.
คุณจะปวดเมื่อยตัวหลังจากการออกกำลังกายครั้งแรก หลังจากอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆหลังจากออกกำลังกายหลายๆครี้ง

นอกจากแปลว่าปวดแล้ว ache ยังแปลอีกในหนึ่งว่า ต้องการทำอะไรหรืออยากได้อะไรบางอย่าง (to want to do or have something very much) มีรูปแบบการใช้สองลักษณะคือ

  1. ache for something
  2. ache to do something

ตัวอย่างเช่น
I haven't been sleep for 3 days, I'm aching for sleep.
ผมไม่ได้นอนมาสามวันละ ผมอยากจะนอนมาก

He aches to pursuit his study in the university.
เขาอยากจะเรียนต่อในมาหาวิทยาลัย

sore (adj/noun - ซอร์)

คำว่า sore มีความหมายว่า ระบมหรือบวม อะไรไปโดนก็จะเจ็บ หรือเมื่อมีการใช้งานก็จะรู้สึกเจ็บ ถ้าเป็นคำนาม sore ก็แปลว่าแผล หรืออาการเจ็บ คำนามที่มีความหมายถึงอาการเจ็บปวด ของ sore ก็คือ soreness (noun - ซอร์เนส)

คำที่พบโดยมากที่ใช้กับ sore
  • sore gum (noun - ซอร์ กัม) ปวดเหงือก
  • sore throat (noun - ซอร์ โธรท) เจ็บคอ
  • sore eyes (noun - ซอร์ อายซ์) ปวดตา
  • sore tongue (noun - ซอร์ทัง) อาการเจ็บที่ลิ้น 
  • sore nipples (noun - ซอร์นิพเพิลซ์) ปวดหัวนม
  • mouth sore/canker sore (noun - เมาธ์ซอร์/แคงเกอร์ซอร์) แผลในปาก แผลร้อนใน
  • mouth ulcer/aphthous ulcer/aphthous stomatitis (noun - เมาธ์อัล'เซอะ/แอฟทัสอัล'เซอะ/แอฟทัส สโทมาไททิส) แผลในปาก แผลร้อนใน
  • sore in my mouth แผลในปาก
  • cold sore (noun - โคล์ด ซอร์) เริม
  • sore leg (noun -ซอร์ เลก) ปวดระบมที่ขา 
  • sore foot (noun - ซอร์ฟูท) เท้าระบม
  • bedsore (noun -เบดซอร์ ) แผลกดทับ (a sore place on your skin caused by lying in bed for a long time)
  • running sore (noun - รันนิ่งซอร์) แผลที่ผิวหนังที่มีน้ำใหลออกมา
  • muscle soreness (noun - มัสเซิล ซอร์เนส) อาการปวดกล้ามเนื้อ

แต่คำว่า eyesore แปลว่าสิ่งที่ไม่น่ามอง สิ่งที่อุจาดนัยน์ตา
ส่วน sore spot/sore point/sore object ก็คือ สิ่งที่กล่าวถึงแล้วทำให้เศร้าหรือโกรธหรืออาย อาจจะเทียบเคียงได้กับ จุดอ่อนหรือแผลในใจ

hurt
hurt - s3.amazonaws.com

hurt  (noun/verb/adj เฮิร์ท)

คำว่า hurt แปลว่า เจ็บ เป็นได้ทั้งคำนาม คำคุณศัพทและคำกริยา คำนามก็แปลว่า อาการบาดเจ็บ ทั้งนี้ hurt เป็นอาการเจ็บที่มีความหมายแบบทั้งกายและใจก็ได้ คำคุณศัพท์อีกคำหนึ่งของ hurt ก็คือ hurtful (adj - เฮิร์ทฟูล)

เมื่อทำหน้าที่เป็นคำกริยา hurt แปลว่า ทำเจ็บ เจ็บ เช่น ​​

Ouch!! it hurts.
โอ๊ย มันเจ็บนะ

And it still hurts badly.
มันยังเจ็บมากอยู่นะ

My back hurts.
หลังผมปวด

Where does it hurt?
เจ็บที่ตรงใหน

Does it hurts when you move your leg.
ตอนที่ขยับขาเจ็บใหม๊

Do you new shoes hurt you?
รองเท้าใหม่กัดใหม๊

The sun hurts my eyes.
แสงแดดทำให้ผมแสบตา

Giving me that look hurts my feeling very much.
มองผมด้วยสายตาแบบนั้นทำร้ายความรู้สึกผมมาก

hurt เมื่อเทียบกับคำว่า pain หรือ ache เราอาจจะเขียนได้ประมาณนี้
My ankle hurts. = I have a pain/ache in my ankle. ผมปวด/เจ็บทข้อเท้า
My neck hurts. = I have a pain/ache in my neck. ผมปวด/เจ็บคอ
My shoulders hurt. = I have a pain/ache in my shoulders. ผมปวดไหล่

การใช้ hurt เมื่อเป็น คำคุณศัพท์ และ คำนาม

ตัวอย่าง
badly/seriously hurt เจ็บอย่างสาหัส
very/deeply hurt เจ็บอย่างมาก

Fortunately, no one was seriously hurt from the accident.
โชคดี ไม่มีใครบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ

She was badly hurt from the earthquake.
เธอบาดเจ็บอย่างหนักจากแผ่นดินไหว

Alice was deeply hurt after she knew that her boyfriend had an affair.
อลิซเจ็บปวดเป็นอย่างมากหลังจากรู้ว่าแฟนมีชู้

Please stay calm and I promise that nobody is going to get hurt.
กรุณาอยู่อย่างสงบแล้วผมสัญญาว่าจะไม่มีใครได้รับอันตราย

คำศัพท์อื่นๆที่เกี่ยวกับการบาดเจ็บ

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดการเจ็บหรือปวด
  • wound (noun - วูนด์) แผล
  • inflammation (noun - อินเฟลมเมเชิ่น) การอักเสบ
  • fracture (noun - แฟรคเชอร์) กระดูกแตกหัก
  • dislocation (noun -ดิสโลเคเชิ่น) กระดูกเคลื่อน
  • lesion (noun - ลีเชิน) อวัยวะชำรุด
  • contusion (noun - คอทูเชิน) อาการฟกช้ำ
  • cut (noun - คัท) แผลแตก
  • scratch/abrasion (noun - สแครทช์/อะเบรเชิ่น)แผลถลอก
  • swelling (noun - สเวลลิ่ง) อาการบวม
  • bump (noun - บัมพ์) โน
  • laceration (noun - แลสเซอเร'เชิน) แผลฉักขาด
  • discoloration/bruise (noun - ดิสคะเลอร์เร'เชิน/บรูซ) ห้อเลือก
  • bruise (noun/verb - บรูซ) แผลฟกช้ำ รอยฟกช้ำ คล้ายๆกับ contusion คำว่า bruise อาจจะเอาไปใช้กับผลไม้ในกรณีที่มีรอยช้ำได้ เช่น apple bruise, fruit bruise หรือเป็นคำคุณศัพท์ของ bruise ก็คือ bruised  เช่น bruised fruit หรือ bruised knee
  • rankle (verb - แรง'เคิล) ระบม 

คำศัพท์อื่นๆ
  • symptom (noun - ซิมพฺ'เทิม) อาการ
  • sign (noun - ไซน์) สัญญานบอกเหตุ
  • cause (noun - คอสซ์) สาเหตุ
  • symptoms and signs อาการและสัญญานบอกเหตุ
  • prevention (noun - พริเวนเชิ่น) การป้องกัน
  • treatment (noun - ทรีทมั่น) การรักษา
  • remedy (noun - เรมมิดี) การรักษา
  • cure (verb/noun - คิวเออะร์) รักษา การรักษา
  • menopause (เมนะพอซ) วัยหมดประจำเดือน
  • menstruation / period (noun -เมน'สทรูเอชั่น/ เพียเรียด) ประจำเดือน

prevention is better than cure (พริเวนเชิ่น อีส เบทเทอร์ แธน คิวเออะร์) กันไว้ดีกว่าแก้

หวังว่าท่านคงอิ่มหนำสำราญกับ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ ในเรื่อง อาการเจ็บและปวด นะครับ please stay tuned for my next post.


pain hurt sore ache - amazonaws.com

Read more at:
Share:
Read More

Thursday, March 17, 2016

All About Place | สถานที่ เพิ่ม degree ภาษาอังกฤษของคุณ

place
Place
source:previews.123rf.com

Timing has always been a key element in my life. I have been blessed to have been in the right place at the right time. 
- Buzz Aldrin

การอยู่ในเวลาที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญในชีวิตของผมเสมอมา ผมโชคดีที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา

Hi Folks!!

In this article, for English Tips For Thai, I'd like to talk about the very common word "place"

วันนี้อยากจะนำ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ คำว่า place ซึ่งคำๆนี้เป็นคำที่เราทุกคนทั่วไปรู้จักกันเป็นอย่างดี
place (noun/verb - เพลสซฺ)
มีให้ใช้อยู่สองหน้าตา คำนามและกริยา หน้าตาแรกเป็นคำนามที่เราคุ้นเคยกันอยุ่แล้ว ซึ่งแปลว่า ที่ สถานที่ บริเวณ หรือ ตำแหน่ง

และอีกหน้าตา place ทำหน้าที่เป็นกริยา ซึ่งแปลว่า วาง คำนี้บางท่านอาจจะคุณหน้าน้อยกว่า แบบแรก ซึ่งความหมายของแบบที่สองนี้เหมือนกับคำว่า put เลย
ตัวอย่างของการใช้คำนี้

There is no place like home.
ไม่มีที่ใหนเหมือนบ้าน

I am finding a place to park my car.
ผมกำลังหาที่ที่จะจอดรถ

Thailand is just a place for my holiday.
ประเทศไทยเป็นที่ที่เหมาะสำหรับวันหยุดของผม

I have been looking for a place that I can call home for all of my life and I find it here with you.
ผมได้มองหาสถานที่ที่จะเรียกว่าบ้านทั้งชีวิต และผมก็เจอมันแล้วที่นี่พร้อมกับได้เจอคุณ (how sweet and how romantic I am อิอิ)

Do you know any proper place that we can place this box.
คุณรู้จักสถานที่ที่เหมาะที่จะวางกล่องนี้ใหม่

I couldn't place this toy back into this box.
ผมผมไม่สามารถวางของเล่นกลับเข้ากล่องได้


place
there is no place like home
Source:thumbs.ebaystatic.com

ยังครับยังไม่หมด นอกจากสองหน้าตานี้ ผมยังมีสำนวนและคำอื่นๆที่เกี่ยวและมีเอี่ยวกับ place มาฝากครับ ตามไปดูกันครับ

hiding place (noun - ไฮดิง เพลสซฺ) = ที่ซ่อน คำนี้ค่อนข้างจะตรงตัว เป็นคำนามผสม  compound noun โดยใช้คำว่า hide ที่แปลว่าซ่อน เติม ing กลายเป็น adjective มาขยายคำว่า place

A tree house in my backyard was my hiding place when I was a kid.
บ้านต้นไม้หลังบ้านของผมเป็นที่ซ้อนของผมตอนที่ผมเป็นเด็ก

meeting place  (noun - มีดดิง เพลสซฺ) = สถานที่หรืออาคารที่คนมาพบเจอกัน สถานที่นัดพบ คำนี้ ก็เป็น compound noun เหมือนกับ hiding place โดยนำ กริยา meet  ที่แปลว่า พบ หรือ เจอ มาขยาย คำว่า place

The pub is a popular meeting place for local teenagers.
ผับเป็นสถานที่นัดพบที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่นท้องถิ่น

place of birth (noun-เพลสซฺ ออฟ เบริธ) สถานที่เกิด คำนี้จะเห็นบ่อยๆ เวลาที่ต้องกรอกเอกสารต่างๆ คำย่อของเขาก็คือ POB นั้นเอง

The applicants need to fill in their place of birth in the application form.
ผู้สมัครต้องกรอกสถานะที่เกิดในใบสมัคร

What is your place of work? (not - Where is your place of work?)
คุณเกิดที่ใหน (สถานที่เกิดของคุณคือที่ใหน)

place of work (noun - เพลสซฺ ออฟ เวิร์ค) ที่ทำงาน (= workplace - เวิร์คเพลสซ์) คำนี้ก็จะคล้ายๆกับคำว่า place of birth คำพบเจอบ่อยๆในการกรอกเอกสารต่างๆ

What takes place in your place of work that customers do not know?
อะไรบ้างที่เกิดที่ทำงานของคุณที่ลูกค้าไม่รู้

place of worship (nounเพลสซฺ ออฟ วอร์ชิพ)  เทวสถาน (= shrine - ชไรนฺ) คำนี้มีให้เห็นบ่อยเหมือนกัน
This path will lead you to the place of worship for islam.
เส้นทางนี้จะนำไปสู่เทวสถานของชาวอิสลาม

take place (verb - เทค เพลสซฺ ) เกิดขึ้น บังเกิด (= occur - ออคเคอร์, happen - แฮพเพน) กริยา take place จะเห็นได้บ่อยๆ เป็นคำที่เห็นถูกใช้บ่อยมาก จนผมจำได้ขึ้นใจเลย

Where did the accident take place.
อุบัติเหตุเกิดที่ใหน

The volcano eruption took place many million years ago.
ภูเขาไฟระเบิดเกิดขึ้นมาหลายล้านปีแล้ว

1st place, 2nd place, 3rd place, ... (adv - เฟิร์สทฺ เพลสซฺ, เซคเคิน เพลสซฺ, เธิร์ด เพลสซฺ,...) ลำดับที่ คำนี้เป็นการบอกลำดับที่ในการแข่งขันว่าได้ลำดับที่เท่าใหร่ เมื่อใหร่มีการแข่งขันคำเหล่านี้นำเอาไปใช้ได้เลยครับ

He took 2nd place in the long jump.
เขาได้ที่สองในการแข่งกระโดดไกล

John finished in 3rd place in grand prix racing league 2015.
จอร์นได้ที่สามในการแข่งกรังปรีซ์ปี 2015

out of place (adj - เอาร์ ออฟ เพลสซฺ) ไม่เข้าที่เข้าทาง แปลก ไม่เข้ากับ คำว่า  out of place มีให้เห็นไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อใหร่ก็ตามเราไปเจออะไรที่ แปลก หรือดูแปลกที่แปลกทาง ก็เอาคำนี้ไปใช้ได้เลยครับ

This picture frame looked out of place in this room.
กรอบรูปอันนี้ดูไม่เข้ากับห้องนี้

all over the place (adj - ออล โอเวอร์ เธอะ เพลสซฺ) ทุกหนแห่ง (=everywhere)
His writing is very famous and is sold all over the place.
งานเขียนของเขาโด่งดังมากและก็มีขายทุกหนทุกแห่ง

in the first place (prep phr -  อิน เธอะ เฟิร์สทฺ เพลสซฺ)  ประการแรก ในตอนแรก ในเบื้องต้น คำๆนี้บางที่ก็นำไปใช้เวลามีการอภิปรายโดยเป็นการเกิ่นนำก่อน น่าจะใกล้เคียงกับคำว่า from the beginning

In the first place, I'm too busy, and in the second I don't really want to go.
ประการแรก ฉันยุ่งมาก ประการที่สองผมไม่ได้อยากจะไปจริงๆ

I didn't want to come in the first place.
ผมไม่ได้อยากมาตั้งแต่แรกแล้ว

be in the right place at the right time (phr - บี อิน เธอะ ไรท์ เพลสซฺ แอท เธอะ ไรท์ ไทม์) อยู่ถูกที่ถูกเวลา

Opportunity sometimes just popup in front of you when you are in the right place at the right time.
โอกาสบางที่ก็กระโจนออกมาตรงหน้าเมื่อคุณอยู่ถูกที่ถูกเวลา (ดูเรื่อง โอกาสได้ที่ Opportunity | โอกาส)

in somebody's place (prep phr - อิน ซัมบอร์ดีซ์ เพลสซฺ) ใช้กล่าวในกรณี่ที่อยู่ในสถานะการของใครซักคน คำๆนี้น่าจะมีความหมายคล้ายๆกับสำนวนที่ ว่า  to put yourself in someone else's shoes เช่น  put yourself in my shoes คือถ้าเป็นเข้าแล้วจะเป็นอย่างไร น่าจะใกล้เคียงกับสำนวนที่ว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา

What would you do in his place?
ถ้าเป็นเขาคุณจะทำอย่างไร

Try to put yourself in my place and think how you would feel.
ลองคิดดูว่าถ้าเป็นผมแล้วคุณจะรู้สึกอย่างไร




out of place
lowres.jantoo.com



Read more at:
Share:
Read More