Thursday, October 13, 2016

ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ



ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ


May I be your humble servant in each and every of my rebirth.

Source: 
http://droidsans.com/node/208349

Share:
Read More

Sunday, October 9, 2016

What time is it? ไม่ได้เป็นการถามถึงเวลาที่เป็นชั่วโมงได้อย่างเดียว

what time is it?
what time is it?
source:slidesharecdn.com


What time is it? (วอท ทายอัม อีส อิท) เป็นประโยคที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ปกติเราใช้ในการถามเวลาว่ากี่โมงแล้ว ซึ่งถาม ว่าเวลา ณ ขณะที่ถาม เป็นเวลากี่โมง ซึ่งบางที่อาจจะ ใช้ประโยคว่า what is the time? (วอท อีส เธอะ ทายอัม)  แทนได้ด้วย โดยมีความหมายเหมือนกัน หรืออาจจะถามว่า

do you have the time? (US)(ดู ยู แฮฝ เธอะ ทายอัม) หรือ
have you got the time? (UK) (แฮฝ ยู กอท เธอะ ทายอัม) ก็ได้

ทั้งหมดนี้จะมีความหมายเท่ากับ
could/can you tell me what time it is? (คูด/แคน ยู เทล มี วอท ทายอัม  อิท อีส)

คำตอบของคำถามข้างต้นก็จะเป็น It is .... ตามด้วยเวลา หรือบอกเวลาไปเลยก็ได้ โดยไม่ต้องมีคำว่า it is เช่น It is 9 o'clock หรือ  9 o'clock เฉยๆก็ได้ที่จะแปลว่า เก้าโมงแล้ว เป็นต้น

do you have the time? คำนี้ถ้าไม่มี the เป็น do you have time? (ดู ยู แฮฝ ทายอัม) อันนี้ไม่ได้ถามเรื่องเวลาแล้วนะครับ แต่เป็นการถามว่าคุณมีเวลาไหม ซึ่งประโยคนี้อาจจะพูดได้อีกแบบว่า
do you have a minute (to spare)?  (US)
have you got a minute (to spare) ? (UK)
มีเวลาซักนาทีไหมครับ/คะ
อันนี้อาจจะเพิ่มเป็น or two เข้าไปก็ได้ เป็น

หรือจะเปลี่ยน a minute เป็น moment

do you have a moment (to spare)? (US)
have you got a moment (to spare)? (UK)
มีเวลาซักครูไหมครับ/คะ

หรือจะเปลี่ยนa minute เป็น a few minutes  ก็ได้กลายเป็น
do you have a few minute (to spare)?
have you got a few minutes (to spare)?

to spare (verb - สแปร์/สเปเออร์) คือ to give นั่นเองครับ

ยกตัวอย่าง

Do you have time? I would like to talk with you about our next meeting.
คุณมีเวลาไหมครับ ผมอยากจะคุยเรื่องการประชุมครั้งหน้าครับ

Do you have a moment, Jennifer? There is a man waiting to see you in the lobby.
คุณเจนนีเฟอร์ คุณมีเวลาซักครูไหม มีผู้ชายคนหนึ่งรอพบคุณที่ห้องรับรอง

I don't have a second to spare. Whatever I know, I already told you.
ผมไม่มีเวลา สิ่งที่ผมรู้ผมบอกไปหมดแล้ว

ผมได้เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่อง time ไว้   3-4 ตอน ติดตามอ่านได้ครับ
ตอนที่ 1 - Time (1) : Time Consuming
ตอนที่ 2 - Time (2) : It's About Time
ตอนที่ 3 - Time (3) : Keep Up With Time
ตอนที่ 4 - Time (4) : From Time To Time


กลับมาที่เรื่องที่ผมจั่วหัวไว้ว่า what time is it? ไม่ได้ถามว่ากี่โมงแล้วอย่างเดียว นั้นหมายถึงอะไร ไปดูกันครับว่าความหมายอีกความหมายหนึ่งคืออะไร ลองดูประโยค ด้านล่างนี้ครับ แล้วลองดูว่าคำถามถามถึงเรื่องอะไร

What time is it when an elephant gets on your bed?

ถ้าท่านคิดว่าคำถามถามว่าเป็นเวลากี่โมงที่ช่างตัวหนึ่งไปนั่งอยู่บนเตียงนอนของคุณละก็ ผิดถนัดเลยครับ

เพราะอาจจะมีคำถามว่า how would I know? (ฮาว วูด ไอ โนว์ ) ผมจะรู้ได้ใง  หรือ
อาจจะหนักถึง how the hell would I know? จะรู้ได้ใงฟะ

ถ้าท่านคุ้นหน้าค่าตากับ คำว่า time มาพอสมควรจะรู้ว่า timeในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เวลาที่หมายถึง ชั่วโมง ลองไปดู โครงสร้างนี้ก่อนครับ

It's time to do something.
It's time for something.

ซึ่งแปลว่า เป็นเวลาหรือได้เวลาที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง หรือเวลาของอะไรบางอย่าง ซึ่งก็คือ point when something happens  เช่น

It's time to say goodbye.
ได้เวลาที่ต้องกล่าวคำอำลา

Children, it's almost time to start our class.
เด็กๆ เกือบได้เวลาเริ่มเรียนแล้ว

It's time for the bad guys to face the music.
ได้เวลาที่พวกเหล่าร้ายต้องรับกรรม

It's time for bed.
ได้เวลานอนแล้ว

It's time for the revenge.
ได้เวลาเอาคืนแล้ว

It's almost the right time for the wedding to begins.
เกือบได้เวลาเริ่มพิธีแต่งงานแล้ว

กลับไปที่คำถามที่ว่า What time is it when an elephant gets on your bed? อันนี้เป็น riddle หรือคำถามปัญหาเชาว์ ที่เด็กๆฝรั่งใช้เล่นกัน ซึ่งเล่นกับคำว่า time หรือเวลา แทนทีคำถามจะถามว่าช้างขึ้นไปบนเตียงของคุณตอนกี่โมง ซึ่ง ก็ให้เข้าใจว่า มันคือเวลาที่จะต้องทำอะไรเมื่อช้างขึ้นไปบนเตียงของคุณ  the answer is "it's time to get a new bed"
หรือจะ บอกอีกอย่างก็ได้ ว่า
"It's time for a new bed".

ครับ ได้เวลาซื้อเตียงใหม่นั่นเองคราบบบบ
Share:
Read More

Thursday, August 18, 2016

ซักผ้า ตากผ้า อบผ้า รีดผ้า ภาษาอังกฤษ Doing The Laundry

ซักผ้า ตากผ้า อบผ้า รีดผ้า ภาษาอังกฤษ
ซักผ้า ตากผ้า อบผ้า รีดผ้า laundry
source: dontforgettofeedthebaby.com


เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ วันนี้อยากพูดถึงเรื่องของ การ ซักผ้า ตากผ้า อบผ้า รีดผ้า ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำกันเป็นกิจวัตร หรือที่เรียกว่า routine ซึ่งเป็นงานบ้าน หรือ household chores (noun - เฮาซฺ'โฮลดฺ คอร์ซ) ประเภทหนึ่ง มาดูกันครับว่าคำศัพท์ที่เกี่ยวกับการซักผ้า ตากผ้า อบผ้า รีดผ้า มีอะไรบ้าง

คำว่าเสื้อผ้า ในภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า clothes (noun - โคลซ) คือสิ่งที่เราสวมใส่ แต่ ถ้าเป็น cloth (noun - คลอธ) จะหมายถึง ผ้า  เช่น
  • cotton cloth/cotton (noun - คอท'เทิน คลอธคอท'เทิน) ผ้าฝ่าย หรือบางทีก็เรียก cotton คำเดียวโดดๆ
  • silk cloth (noun - ซิลค คลอธ)  ผ้าไหม
  • woollen cloth (noun - วูล'เลิน คลอธ) ผ้าที่ทำด้วยขนสัตว์
  • linen cloth/linen (noun - ลิน'เนิน คลอธ/ ลิน'เนิน) ผ้าลินิน หรือบางทีก็เรียก linen คำเดียวโดดๆ

wash - ซักผ้า

เริ่มจากการซักผ้าก่อน เราจะใช้คำว่า wash (verb -วอช ) ที่แปลว่าซัก คำๆนี้นอกจากจะแปลว่าซักแล้วยังแปลว่าล้างได้เช่นกัน  เช่น wash the dishes 
นอกจากนั้นคำว่า wash อาจจะหมายถึงสระได้ด้วย ในกรณีที่ใช้กับผม เช่น wash your hair

แต่ถ้าท่านไปเจอคำว่า washing-up (noun - วอชชิงอัพ) คำๆนี้ไม่ได้แปลว่าซักผ้าแต่อย่างใด แต่จะหมายถึงการ ล้างถ้วย ล้างจาน รวมทั้งช้อนซ้อม หรือหม้อใหก็น่าจะได้ รวมๆก็น่าจะหมายถึงล้างถ้วยโถโอชามน่าจะไม่ผิด

เรากลับมาดู  wash ในความหมายที่แปลว่าซัก คือการซักผ้า ซึ่งเรียกแบบเต็มยศว่า cloth washing (noun-โคลซ วิชชิง) แต่ถ้าท่านนิยมใช้แรงชอบซักมือก็ไม่ว่ากัน การซักด้วยมือก็จะใช้คำว่า hand wash (verb - แฮน วอช) ถ้าเป็นคำนามก็ใช้คำว่า hand-washing (noun - แฮน วอชชิง) ถ้าเป็น คำคุณศัพท์ก็จะใช้คำว่า hand-washed (noun - แฮน วอชดฺ)

เมื่อทำการซักด้วยมือ สิ่งที่ช่วยทุ่นแรงท่านได้ก็เห็นจะเป็น washboard (noun - วอช'บอร์ด) หรือที่เรารู้จักกันดีว่าในชื่อ กระดานซักเสื้อผ้า ส่วนแปรงซักผ้า ก็ง่ายๆเลยใช้คำว่า clothes brush (noun -โคลซ บรัซ) เอาคำว่า brush ไปต่อท้ายคำว่า clothes น่าจะช่วยให้จำได้ง่าย (ไหม ??)
อีกคำหนึ่งก็คือ scrubbing brush (noun -สกรับบิง บรัซ) คือแปรงซักผ้าที่มีขนแปรงแข็งๆ



washing machine เครื่องซักผ้า
washing machine - เครื่องซักผ้า
source: dienlanhtamduc.com

ที่นี้ถ้าเป็นการใช้เครื่องทุ่นแรง โดยการซักด้วยเครื่อง ก็จะใช้คำว่า machine wash (verb - มะชีน วอช) หรือ จะพูดว่า wash in the washing machine ก็ได้

คำว่า washing machine (noun - วอชชิง มะชีน) คือเครื่องซักผ้านั้นเอง อีกคำหนึ่งที่ใช้ก็คือ  laundry machine  (noun - ลอนดริ มะชีน) หรือบางที่ก็เรียกสั้นๆว่า washer (noun - วอชเชอร์) แทนก็ได้ แต่ว่า washer อาจจะหมายถึงคนที่ซักผ้าก็ได้ แต่ในความหมายที่ว่า เป็นคนซักผ้าชิ้นนั้นๆ

วกกลับมาที่เครื่องซักผ้าอีกนิดหนึ่ง เครื่องซักผ้าที่เห็นตามท้องตลาด จะมีอยู่สองชนิด (to the best of my knowledge - เท่าที่ผมทราบนะครับ) คือ
  1. front-loading washer/washing machine ซึ่งก็คือเครื่องซักผ้าที่เป็นแบบเปิดฝาจากด้านหน้า หรือที่เราเรียกว่าฝาหน้า
  2. top-loading washer/washing machine คือเครื่องซักผ้าที่เป็นแบบเปิดฝากจากด้านบน บางที่ก็เรียกว่า traditional top-loading washer/washing machine เพราะเป็นรุ่นแบบดั้งเดิม

ทีนี้ในกรณีที่ผ้าที่ซักไม่ได้ ต้องใช้ซักแห้งแทน คำว่าซักแห้ง ภาษาอังกฤษใช้คำว่า dry wash (verb - ดราย วอช) หรืออาจจะเรียกว่า dry cleaning (verb - ดราย คลีนนิง) ก็ได้ ร้านที่รับซักแห้งจะเรียกว่า dry cleaner's


detergent/softener - ผงซักฟอก/น้ำยาปรับผ้านุ่ม

detergent/softener
detergent/softener
source: prideproducts.com

เมื่อมีการซักผ้าก็ต้องใช้ผงซักฟอก คำว่าผงซักฟอกภาษาอังกฤษก็คือ detergent (noun - ดิเทอร์'เจินทฺ - ผงซักฟอก) หรือเรียกอีกอย่างว่า detergent powder (noun - ดิเทอร์'เจินทฺ พาวเดอร์ - ผงซักฟอก) หรือ washing powder (noun - วอชชิง พาวเดอร์ - ผงซักฟอก)

ถ้าเปลี่ยนเป็นสูตรน้ำแทนผง หรือที่เราเรียกว่า น้ำยาซักผ้า ก็มีให้ใช้หลายคำ คำแรกก็คือ liquid detergent (noun - ลิคควิด ดิเทอร์'เจินทฺ ) หรือจะเรียกว่า washing liquid (noun - วอชชิง ลิคควิด) ก็ได้หรือจะใช้คำว่า laundry liquid (noun - ลอนดริ ลิคควิด) ก็ไม่ผิด
อาจจะมีบางท่านเห็น คำว่า washing liquid แล้วสงสัยว่า แล้วน้ำยาล้างจ้านละใช้คำว่าอะไร จัดไปอย่าให้เสีย น้ำยาล้างจาน ในภาษาอังกฤษ เราจะเรียกว่า dishwashing liquid (noun - ดิชวอชชิง ลิคควิด) หรือ washing-up liquid (noun - วอชชิง อัพ ลิคควิด)

ส่วนน้ำยาปรับผ้านุ่มจะเรียกว่า softener (noun - ซอเฟินเนอร์) หรือเรียกให้ชัดๆแบบเจาะจงไปเลย ก็เรียกว่า fabric softener (แฟ'บริค ซอเฟินเนอร์) ซึ่ง fabric ก็คือผ้านั่นเอง อีกคำหนึ่งที่เห็นใช้กันในความหมายว่าน้ำยาปรับผ้านุ่ม คือ fabric conditioner (แฟ'บริค คันดิช'เชินเนอร์)

แล้วน้ำยาซักผ้าขาวละจะเรียกว่าอะไร คำตอบก็คือ เรียกว่า bleach (noun - บลีชฺ) ครับ คำนี้เป็นกริยาก็ได้ครับแปลว่าซักด้วยน้ำยาซักผ้าขาวนั่นเอง

ตัวอย่าง
I wash my clothes every Saturday.
ฉันซักผ้าทุกวันเสาร์

These clothes need to be hand-washed. They cannot be washed in the washing machine.
ผ้าพวกนี้ต้องซักมือนะ ซักในเครื่องซักผ้าไม่ได้

Who will help me with the washing up?
ใครจะช่วยผมล้างจาน

When it's a time to do the hand-washing, we will need washboard and clothes brush for jeans.
เมื่อถึงเวลาซักผ้าด้วยมือ เราก็ต้องใช้กระดานซักผ้าและแปรงซักผ้าสำหรับกางเกงยีนส์  (แปลกไหมครับ เราใช้กระดานและแปรงซักผ้า แต่เราต้องซักเอง)

Here is a quick tutorial on how to use bleach in your wash.  (Bleach Your Clothing)
นี่คือวิธีคร่าวๆในการใช้น้ำยาซักผ้าขาวเวลาซักผ้า

Separate your clothes before washing your clothes.
แยกผ้าก่อนที่จะซัก

rinse - ล้างผ้า

ขั้นตอนในการซักผ้าอย่างที่รู้กันไม่ว่าจะใช้ เครื่องซักหรือซักด้วยมือ  ก็ต้องมีการล้างผ้า คำว่าล้างผ้า จะไม่ใช้คำว่า wash แต่จะใช้คำว่า rinse (verb - รินซ) คือ(ชะ)ล้างด้วยน้ำเปล่า

Rinse your clothes 3 times after washing with detergent.
ล้างผ้าสามรอบหลังจากซักด้วยผงซักฟอก

If adding fabric softener by hand, be sure to do it during the rinse cycle.
ถ้าต้องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเอง ต้องเพิ่มน้ำยาปรับผ้านุ่มในช่วงที่ทำการล้างผ้า

คำว่า rinse นี้ยังแปลว่าบ้วนปากหรือล้างปากก็ได้ด้วยเช่นใช้ในกรณี่ที่เราแปรงฟัน คือหลังจากที่แปรงฟันด้วยยาสีฟัน ก็จะบ้วนปาก ก็คือ rinse your mouth with water บ้วนปากด้วยน้ำ

ตัวอย่าง

Don't rinse your mouth right after using mouthwash
อย่าบ้วนปากด้วยน้ำทันที หลังจากใช้น้ำยาบ้วนปาก

คำว่าน้ำยาบ้วนปากคือ mouthwash (noun - เมาธฺ'วอช)

นอกจากนั้นคำว่า rinseใช้ได้กับการล้างผมเวลาที่เราสระผม หรือที่เรียกว่า shampoo (verb - แชมพู) ได้อีกด้วย คำว่า shampoo (noun - แชมพู) ถ้าเป็นคำนามก็คือยาสระผมนั่นเองที่เราชอบใช้ทับศัพท์กัน

Don't forget to rinse your hair with water after shampooing.
อย่าลืมล้างผมด้วยน้ำหลังสระด้วยยาสระผม


dry/air - ตากผ้า อบผ้า

dry/air - ตากผ้า อบผ้า
dry/air - ตากผ้า อบผ้า
source: sheknows.com

ทีนี้มาถึงขั้นตอนทำให้ผ้าแห้ง ซึ่งอาจจะทำโดยวิธีการผึ่งลมก็ได้ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า air (verb - แอร์) ครับคำเดียวกับที่แปลว่าอากาศนั่นแหละครับ หรืออาจจะเรียกว่า air dry (verb - แอร์ ดราย) ก็ได้ในความหมายเดียวกัน

อีกวิธีที่จะทำให้ผ้าแห้งก็คือโดยวิธีการตากผ้าคือ ซึ่งพูดได้หลายแบบ ไม่ว่าจะ

  • dry clothes in the sun (verb - ดราย โคลซ อันเดอร์ เดอะ ซัน)
  • หรือ hang clothes under the sun (verb - แฮง โคลซ อันเดอร์ เดอะ ซัน)
  • หรือ hand out the clothes  (verb - แฮง เอ๊า เดอะ โคลซ )
  • หรือ hang the clothes out (verb - แฮง เดอะ โคลซ เอ๊า)
  • หรือ line dry clothes  (verb - ไลน์ ดราย โคลซ)
  • หรือ hang dry the clothes (verb - แฮง  ดราย  เธอะ โคลซ)

เมื่อพูดถึงการตากผ้าก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงราวตากผ้า (ไม่ใช่ ลาวตากผ้า นะครับ อันนั้นหมายถึงผมละ ฮะๆๆ) คำว่าราวตากผ้า ในภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า washing line (noun - วอชชิง ไลน์) ในภาษาอังกฤษแบบ British  หรือเรียกว่า clothesline (noun - โคลซไลน์) ในภาษาอังกฤษแบบ American ซึ่งสองคำนี้คือเป็น ราวตากผ้าแบบ ที่มีเสาสองเสาและมีสายโยงจากเสาหนึ่งไปอีกเสาหนึ่ง

ส่วนราวตากผ้าที่มีขาตั้ง บางรุ่นสามารถเก็บพับได้ เห็นมีใช้อยู่หลายคำคือ
  • clothes horse/drying horse (noun - โคลซ ฮอร์ส/ดรายอิง ฮอร์ส)
  • clothes rack/drying rack (noun - โคลซ แรค/ดรายอิง แรค)
  • drying stand (noun - ดรายอิง สแตน)
  • clothes maiden  (noun - โคลซ เม'เดิน)
  • airer (noun - แอร์เออร์) อันนี้น่าจะมาจากคำว่า air ซึ่งหมายถึงราวที่เอาผ้ามาผึ่งลมให้แห้ง
และเมื่อตากผ้าบนราว ส่ิงที่เราต้องใช้กันไม่ให้ผ้าปลิวเวลาลมแรงก็คือ ที่หนีบผ้า หรือไม้หนีบผ้า ซึ่งในภาษาอังกฤษแบบลุงแซมเรียกว่า clothespin (noun - โคลซ พิน)  หรือถ้าเป็นแบบ  UK ก็จะใช้คำว่า clothes peg  (noun - โคลซ เพก) หรือ peg  (noun - เพก)  ในความหมายนี้

ส่วนไม้แขวนเสื้อ จะเรียกว่า hanger/coat hanger/clothes hanger  (noun - แฮงเกอะ/โคท แฮงเกอะ/โคลซ แฮงเกอะ) และที่เป็นที่แขวนแบบเป็นวงกลมแล้วมีที่หนีบห้อยลงมา จะเรียกว่า round clothes hanger (noun - ราว โคลซ แฮงเกอะ)

ตัวอย่าง

When it rains, I need to put my washing on the drying rack inside my house.
ตอนฝนตกผมต้องตากผ้าบนราวตากผ้าในบ้าน

My daughters helped hang wet clothes outside on the washing line.
ลูกสาวผมช่วยตากผ้าบนราวตากผ้าข้างนอก

After doing the washing, take out the clothes and hang them under the sun on the clothesline.
หลังจากซักผ้าแล้ว เอ้าผ้าออกไปตากบนราวตากผ้าข้างนอกด้วย

Could you help hang out the washing?
เอาผ้าไปตากข้างนอกให้หน่อย


dryer/drier/spin dryer - ปั่นผ้า อบผ้า

dryer/drier/spin dryer เครื่องอบผ้า
dryer/drier/spin dryer เครื่องอบผ้า
source: www.lg.com
อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ผ้าแห้งก็คือใช้เครื่องอบผ้า ช่วยได้มากเวลาฝนตก แต่ก็แลกมากับค่าไฟที่เพิ่มขึ้น เครื่องอบผ้านี้เรียกกันว่า dryer/drier (noun - ดรายเออร์) หรือจะเรียกเต็มๆว่า clothes dryer/drier (noun - โคลซ ดรายเออร์) หรือ drying machine (noun - ดรายอิง มะชีน)  คำอื่นๆที่เห็นใช้เรียกเครื่องอบผ้าคือ tumble dryer/drier (noun - ทัม'เบิล ดรายเออร์) เครื่องอบผ้าที่ไม่ปั่นผ้า (rotate verb - โรเทท = ปั่น หรือหมุน) จะเรียกว่า drying cabinet  (noun - ดรายอิง แคบบินิท)

เครื่องซักผ้าบางรุ่นอาจจะมีเครื่องอบผ้าในตัวด้วยซึ่งจะเรียกว่า washer-dryer/washer-drier  (noun -วอชเชอร์ ดรายเออร์)

ส่วนเครื่องปั่นแห้ง น่าจะใช้คำว่า spin dryer/drier (noun - สปิน ดรายเออร์) ซึ่งที่เคยเห็นเครื่องซักผ้าบางรุ่นที่เป็นแบบสองถังบน จะมีถังซักถังหนึ่ง และอีกถังใช้ปั่นแห่งซึ่งก็คือ spin dryer/drier นี่เอง

ในกรณีที่ซักผ้าด้วยมือ หรือ hand wash your clothes เมื่อไม่มี spin dryer มาช่วยทำให้ผ้าหมาด ก็ต้องใช้แรงในการ บิดให้แห้งหรือให้หมาด ซึ่งในภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า wring/wring out (verb - ริง/ริง เอาร์) ซึ่งก็คือการ บิดให้แห้ง ต้องขอบคุณความ creative ของคนเรานะครับ สมัยนี้มีคนสร้างตัวบิดแห้งหรือเครื่องบิดแห้ง มาให้ใช้ด้วย ซึ่งเขาใช้คำว่า clothes wringer (noun - โคลซ ริงเกอร์)

Many housewives must have been very happy the day when washing machines and dryers were first made.
แม่บ้านหลายๆคนต้องรู้สึกมีความสุขมากแน่เลยในวันที่มีการสร้างเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าครั้งแรก

You need to put your clothes in the spin dryer to remove the water after washing them and then put them on the drying horse.
คุณต้องเอาผ้าใส่เครื่อง(ถัง)ปั่นแห้งเพื่อไล่น้ำออกให้หมดหลังจากซัก แล้วหลังจากนั้นเอาไปตากบนราวตากผ้า

Tumble dryer is not good for some kind of clothes as the heat will shrink them.
เครื่องอบผ้าไม่เหมาะกับผ้าบางประเภทเพราะความร้อนจะทำให้ผ้าหดเล็กลง

Some type of clothes cannot be washed in the washing machine and you need to hand wash them. After hand-washing them, you will also need to wring them out before line drying them.
ผ้าบางประเภทไม่สามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าเราต้องซักด้วยมือ หลังจากซักด้วยมือแล้วเราต้องบิดให้ผ้าหมาดก่อนที่จะเอาไปตากที่ราว


iron/press - รีดผ้า

iron/press รีดผ้า
iron/press รีดผ้า
source:123rf.com

เมื่อมีการซักผ้า ตากผ้า อบผ้าแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการรีดผ้า รีดผ้า ในภาษาอังกฤษ ใช้อยู่สองคำคือคำว่า iron (verb - ไอเอิน) หรือ press (verb - เพลส) ความแตกต่างของสองคำนี้น่าจะเป็นวิธีการในการรีดผ้า iron ต้องขยับเตารีดไปมาบนผ้าเพื่อให้เรียบ ส่วน press คือการ วางเตารีดลงที่ผ้าและก็รอซักแป๊บหนึ่งและก็ยกเตารีดออก

เมื่อเป็นคำนาม  iron (noun - ไอเอิน) ใช้ในความหมาย ที่แปลว่า เตารีด หรืออาจจะเรียกว่า clothes iron  (noun - โคลซ ไอเอิน) หรือ flatiron  (noun - แฟลทไอเอิน)  ส่วนเตารีดไอน้ำที่เห็นใช้กันก็คือ stream iron  (noun -  สตรีม ไอเอิน) เตารีดสมัยก่อน ที่ใส่ถ่านไฟเข้าไปเรียกว่า charcoal iron (noun -  ชาร์'โคล ไอเอิน)

คำนามของ iron ที่แปลว่า การรีดผ้า ก็คือ ironing (verb - ไอเอินนิง)  ส่วนคำคุณศัพท์ ก็คือ ironed (adj - ไอเอินดฺ) เช่นผ้าที่รีดแล้วจะเรียกว่า ironed clothing ส่วนผ้าที่ยับ เรียก wrinkled clothing

ส่วนที่รองรีดผ้าหรือโต๊ะรีดผ้าจะเรียกว่า ironing board/ironing table (noun - ไอเอินนิง บอร์ด/เทเบิล) ในการรีดผ้าคุณแม่บ้านหรือพ่อบ้านก็ต้องใช้น้ำยารีดผ้า ซึ่งเรียกว่า ironing starch/fabric starch  (noun - ไอเอินนิง สทาร์ช/แฟบริค สทาร์ช)  หรือใช้ สเปรย์รีดผ้าเรียบ ที่เรียกว่า spray starch  (noun - สเพรย์ สทาร์ช)

ตัวอย่าง

I'll need to press my laundry.
ผมต้องรีดผ้า

Ironing is a very time consuming activity for me.
การรีดผ้าเป็นงานที่กินเวลามากสำหรับผม

Could you bring me an ironing board? I need to do the ironing for the kids.
เอาที่รองรีดผ้าให้หน่อย ฉันต้องรีดผ้าให้กับเด็กๆ

Apply iron starch first before doing the ironing
ใช้น้ำยารีดผ้าก่อนที่จะรีดผ้า

Please put away the ironed clothing for me.
เอาผ้าที่รีดแล้วไปเก็บให้หน่อย

laundry/washing

คำว่าเสื้อผ้าที่กำลังจะซักหรือเสื้อผ้าที่ซักแล้วเราอาจจะเรียกว่า washing (noun - วอชชิง) ก็ได้ หรือจะเรียกว่า laundry (noun - ลอนดริ) ก็ได้ในความหมายเดียวกัน
ถ้าเป็นเสื้อผ้าสกปรกเราก็เรียกว่า dirty clothes/washing/laundry (adj+noun - เดอร์ทิ โคลซ/วอชชิง/ลอนดริ)

ตัวอย่าง

I really need to do the washing
ฉันต้องซักผ้าจริงๆแล้วละ

All of this dirty washing needed to be laundered.

Could you put the washing out for me?
เอาผ้าไปตากข้างนอกให้ฉันได้ไหม

คำว่าพับผ้า เราจะใช้คำว่า fold (verb - โฟลด) ผ้าที่ซักแล้วแต่ยังไม่ได้พับจะเรียกว่า unfolded washing/laundry

คำว่า laundry นอกจากจะหมายถึง ผ้าที่จะเอาไปซัก หรือผ้าที่กำลังซัก หรือผ้าที่ซักแล้ว ยังหมายถึง ร้านซักรีดได้ด้วย ส่วนคนที่รับซักรีดก็คือ laundryman/laundrywoman

คำกริยาของ laundry ก็คือคำว่า launder (verb - ลอนเดอร์) ซึ่งก็แปลว่า ซักผ้าและรีดผ้า คือรวมการ wash และ iron ไว้ในคำเดียวกัน คำคำนี้ใช้ค่อนข้างเป็นแบบทางการ

มาดูคำศัพท์อื่นๆที่ใช้กับคำว่า laundry หรือมาจากคำว่า laundry

  • laundry basket  (noun - ลอนดริ แบสคิท) ตะกร้าใส่ผ้าที่สกปรกหรือผ้าที่ซักแล้ว หรือที่เรียกว่า hamper  (noun - แฮม'เพอะ)ในอเมริกา
  • laundry bag  (noun - ลอนดริ แบก) ถุงซักผ้า
  • laundry and ironing services บริการซัก-รีด
  • launderette (noun - ลอนเดอริท)  ร้านซักผ้าที่ต้องซักด้วยตัวเอง  (UK)
  • laundromat (noun - ลอนโดรแมท)  ร้านซักผ้าที่ต้องซักด้วยตัวเอง (US, Australia, Canada, NZ)
  • coin-op laundromat (noun - คอยน์ ออพ ลอนโดรแมท), coin-operated laundromat (noun - คอยน์ อัพเพรททิด ลอนโดรแมท), self-service laundry (noun - เซลฟ เซอร์วิช ลอนดริ) coin laundry (noun - คอยน์ ลอนดริ), coin wash (noun - คอยน์ วอชร้านซักผ้าที่ต้องซักด้วยตัวเอง โดยการหยอดเหรียญ


คำกริยาที่เกี่ยวกับการซักผ้า

  • sort the laundry (verb - ซอร์ท เธอะ ลอนดริ) แยกผ้าก่อนซัก
  • hand wash  (verb - แฮนด์ วอช) ซักผ้าด้วยมือ
  • machine wash  (verb - มะชีน วอช) ซักผ้าด้วยเครื่อง
  • scrub the laundry (verb - สกรับ เธอะ ลอนดริ) แปรงผ้า
  • rinse the laundry  (verb - รินซ เธอะ ลอนดริ) ล้างผ้าด้วยน้ำ
  • wring out the laundry  (verb - ริง เอาท์ เธอะ ลอนดริ) บิดผ้าให้หมาด
  • load the washer  (verb - โลด เธอะ วอชเชอร์) เอาผ้าเข้าเครื่องเครื่องซักผ้า
  • unload the washer  (verb - อันโลด เธอะ วอชเชอร์) เอาผ้าออกจากเครื่องซักผ้า
  • load the dryer  (verb - โลด เธอะ ดรายเออะ) เอาผ้าเข้าเครื่องเครื่องอบผ้า
  • hang clothes on the clothes line  (verb - แฮง โคลซ ออน เธอะ โคลซ ไลน์)ตากผ้าบนราวตากผ้า
  • iron (verb - ไอเอิน) รีดผ้า 
  • fold the laundry (verb - โฟล์ด เธอะ ลอนดริ) พับผ้า
  • hang up clothing (verb - แฮง อัพ คลอธธิง) ตากผ้า
  • get the clothes off the clothes line (verb - เกท เธอะ โคลซ ออฟ เธอะ โคลซ ไลน์) เก็บผ้าจากราว

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าคงจะจุใจกับคำศัพท์เกี่ยวกับการซักผ้ากันนะครับ อย่าลืมเอาไปใช้กันนะครับ สำหรับวันนี้คงต้องบอกว่า good night and goodbye and see you again next time, please stay turned.



Read more at:
Share:
Read More

Friday, July 8, 2016

ว่าด้วยเรื่องของอุณหภูมิ - temperature 2

temperature
temperature
from: mrprintables.com

What is the temperature today?

Hi Folks, วันนี้เราจะยังอยู่กับคำว่า temperature (noun - เทม'เพอเชอะ) หรืออุณหภูมิ นะครับ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษของวันนี้อยากนำเสนอคำและวลีที่ใช้อธิบาย temperature หรือ อุณหภูมิครับ คำเหล่านี้ทุกคน น่าจะรู้จักคุณเคยและเห็นบ่อยๆอยู่แล้ว นั่นก็คือคำว่า freezing, cold, cool, warm และ hot คำ 5 คำนี้เป็นคำคุณศัพท์

ดูเกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ เรื่องอุณหภูมิตอนที่แล้วที่ ว่าด้วยเรื่องของอุณหภูมิ - temperature

คำถามที่ใช้ถามเกี่ยวกับ temperature 

What is the temperature today?
อุณหภูมิวันนี้กี่เองศา

What is the temperature in Bangkok today?
อุณหภูมิวันนี้ที่กรุงเทพฯกี่เองศา

What is the temperature like today?
อุณหภูมิวันนี้กี่เองศา

คำที่ใช้อธิยายอุณหภูมิ

freezing (adj - ฟรีซ'ซิง) เย็นมาก เย็นยะเยือก
It is freezing out there. if you want to get outside, you need a jacket.
ข้างนอกเย็นมากๆ ถ้าจะออกไปข้างนอก ต้องใส่เสื้อแจคเก็ทนะ

cold (adj -โคลดฺ)  หนาว
It is very cold today, I don't feel like going out.
วันนี้หนาวมาก ผมไม่รู้สึกอยากออกไปใหนเลย

cool (adj - คูล)  เย็นๆ แบบสบายๆ
It was a little cool on Saturday, but I like it.
วันเสาร์อากาศเย็นนิดหนึ่ง แต่ผมชอบนะ

warm (adj -วอร์ม)  อุ่นๆ ยังไม่ถึงกับร้อน
Don't you think it is a little warm in this room?
คุณว่าในห้องนี้ร้อนไปหน่อยไหม๊

hot (adj - ฮอท)  ร้อน
Oh, it was very hot yesterday.
โอ้ มันร้อนมากเมื่อวานนี้

เราสามารถเพิ่ม คำต่อไปนี้ ข้างหน้าคำว่า cold, cool, warm และ hot นี้  เพื่อบอก degree หรือ ระดับความ ร้อน เย็น หรือหนาวของอากาศหรืออุณหภูมิ
  • a little (adv - เออะ ลิทเทิล) เล็กน้อย, นิดหนึ่ง (a little warm, a little cold, a little hot, a little cool)
  • very (adv - เฝรี) = มาก (very hot, very cold, very warm)
  • extremely (adv - อิคตรีมลิ) = อย่างมาก เช่น  (extremely hot, extremely cold, extremely warm)
  • a bit (adv - เออะ บิท) เล็กน้อย, นิดหนึ่ง = a little (a bit warm, a bit cold, a bit hot, a bit cool)
  • quite (adv - ไควทฺ) ค่อนข้าง  (quite warm, quite cold, quite hot, quite cool)
  • rather (adv - ราเธอ) ค่อนข้าง (rather warm, rather cold, rather hot, rather cool)
  • really (adv - ริลลี/เรียล'ลิ) จริงๆ (really warm, really cold, really hot, really cool)
  • fairly (adv - แฟร์ลิ) นิดหน่อย (fairly warm, fairly cold, fairly hot, fairly cool)
  • uncomfortably (adv - อันคัมฟะทะบลิ) อึดอัด ไม่สะดวกสะบาย (uncomfortably warm, uncomfortably cold, uncomfortably hot)
  • completely (adv - คัมพลีทลิ) อย่างที่สุด (completely cold, completely hot)
คำต่อไปนี้ใช้กับคำว่า hot
  • sizzling hot (adj - ซิสเซิลลิง ฮอท)  ร้อนมาก = very hot 
  • boiling hot (adj - บอยลิง ฮอท)  ร้อนเหมือนน้ำเดือด 
  • burning hot (adj - บอยลิง ฮอท) ร้อนเหมือนถูกเผา
  • red hot (adj - บอยลิง ฮอท) ร้อนจนออกเป็นสีแดง  เช่น red-hot coals ถ่านที่ร้อนจนแดง

คำต่อไปนี้ใช้กับคำว่า cold

  • freezing cold (adj - ฟรีซ'ซิง โคลดฺ) เย็นมาก = very cold 
  • stone cold  (adj - ซึโตน โคลดฺ)  เย็นเหมือนหิน = completely cold
  • icy cold  (adj - ไอซี โคลดฺ) เย็นเหมือนน้ำแข็ง
  • biting cold  (adj - บิททิง โคลดฺ) เย็นยะเยือก 
  • frosty cold (adj - ฟรอสที โคลดฺ) เย็นมาก เย็นจัด




I feel uncomfortably hot in here. Could you please turn the air-con on?
ผมรู้สึกร้อนไมาสะบายเนื้อสะบายตัว เปิดแอร์หน่อยได้ไหม๊

It is freezing cold in the Arctic (North Pole) and the Antarctic (South Pole).
ทั้งอาร์คติก(ขั้วโลกเหนือ) แอนตาร์กติก (ขัวโลกใต้) หนาวแทบเป็นน้ำแข็งเลย

It is really hot in summer and it really cold in winter in this country.
หน้าร้อนที่นี้ก็แสนจะร้อนมากและพอหน้าหนาวมันก็หนาวจับใจ

Do you see that red-hot coals? Don't dare to touch it or you will get burning hot.
เห็นถ่านแดงนั่นไหม๊ อย่าไปแตะมันเข้าเชียว แกจะร้อนแบบโดนเผาเลยละ

Strangely, it is rather warm inside. Could you have someone checked the air-conditioner?
แปลกมากนะที่มันค่อนข้างร้อนข้างใน หาใครมาดูแอร์ให้หน่อยได้ไหม๊

Share:
Read More

Thursday, June 30, 2016

ว่าด้วยเรื่องของอุณหภูมิ - temperature

temperature-อุณหภูมิ
temperature-อุณหภูมิ
source: filepicker.io


ห่างหายไปพักหนึ่ง ยังคิดถึงกันอยู่ไหม๊ครับ ช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าฝนละ ฝนเริ่มตกบ่อยขึ้น ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคร้าบบบ (it's rained a lot recently as it is now rainy season, please take care of yourself)

วันนี้ผมอยากนำเสนอภาษาอังกฤษคำง่ายๆที่เราคุ้นเคยกันในสไตล์เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษครับ คำที่จะพูดถึงวันนี้คือคำว่า temperature (noun - เทม'เพอเชอะ) คำนี้ไม่ได้อ่าน ว่า เทมเพอเรเจอ หรือ เทมเพอเรเชอ นะครับ คำๆนี้แปลว่า อุณหภูมิ  เรานะจะคุ้นเคยได้ใช้ได้เห็นกันบ่อยๆ

What is temperature? 

มาดูคำจำกัดความของ คำว่า อุณหภูมิ หรือ temperature กันนิดหนึ่งครับ ในทางวิทยาศาตร์ อุณหภูมิ คือการวัดค่าเฉลี่ยของพลังงานจลน์ของอนุภาคในสสารใดๆ ซึ่งสอดคล้องกับความร้อนหรือเย็นของสสารนั้น

definitionในภาษาอังกฤษก็คือ
Temperature is a degree of hotness or coldness the can be measured using a thermometer. It's also a measure of how fast the atoms and molecules of a substance are moving. Temperature is measured in degrees on the Fahrenheit, Celsius, and Kelvin scales.
weatherwizkids.com

temperature conversion
การวัดอุณหภูมิตามหลักสากล ก็จะมีหน่วยอยู่สามหน่วย หรือที่เรียกว่า สเกลอุณหภูมิ  นั่นคือ

  1. Fahrenheit (adj-ฟาร์'เรนไฮทฺ) องศาฟาเรนไฮต์ ตัวย่อก็คือ °F เป็นหน่วยมาตรวัดมาตรฐานของฝรั่งเศสเก่า ประเทศที่มีการใช้หน่วยวัดแบบนี้ได้แก่สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ คอสตาริกา เปอร์โตริโก 
  2. Celsius (adj-เซล'ซียส) องศาเซลเซียส ตัวย่อก็คือ °C  เมื่อก่อนใช้คำว่า Centigrate 
  3. Kelvin  (noun-เคลวิน)เคลวิน (องศาสัมบูรณ์) ตัวย่อก็คือ K
ทราบใหม๊ครับว่า มีสูตรง่ายๆในการแปลงค่า °F ไปเป็น °C และจาก °C ไปเป็น °F  ดังนี้ครับ
°F to °C = deduct 32, then multiply by 5, then divide by 9
°C to °F = multiply by 9, then divide by 5, then add 32
หรือ
°C = ((°F - 32) * 5 )/ 9
°F = ((°C*9)/5) + 32
หรือถ้าไม่อยาก คำนวณเองก็ ใช้ google คำนวณให้ก็ได้ครับ โดยป้อน  keyword  "212°F in °C"  หรือ
"100°C in °F" เป็นต้น
ส่วนเครื่องมือที่ใช้วัดอุณหภูมิเรียกว่า thermometer (noun - เธอมอม'มิเทอะ) เทอร์โมมิเตอร์  มีอยู่  3 ประเภทหลักๆคือ

  • analogue thermometer (แอนนะลอก เธอมอม'มิเทอะ) เทอร์โมมิเตอร์ แบบปรอท
  • digital thermometer (ดิจิทัล เธอมอม'มิเทอะ) เทอร์โมมิเตอร์ แบบดิจิตอล
  • infrared thermometer (อินฟราริด เธอมอม'มิเทอะ) เทอร์โมมิเตอร์ แบบอินฟราเรด


ถ้าอยากรู้ประเภทของ thermometer ที่ละเอียดกว่า 3 ประเภทนี้ก็ตามไปดูที่นี่ครับ different types of thermometer

Do you know that - ทราบไหม๊ครับว่า

  • เครื่องมือที่ใช้วัดอุณหภูมิเรียกว่า thermometer (noun - เธอมอม'มิเทอะ) เทอร์โมมิเตอร์ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ปรอทวัดไข้
  • thermometer ประกอบไปด้วยสองคำ คือคำว่า Thermo และ meter ซึ่งมีความหมายว่า heat (noun - ฮีท - ความร้อน) และ measure (noun/verb - เมช'เชฺอะ -วัด)
  • อุณหภูมิร่างกายเรียกว่า body temperature (บาร์ดิ เทม'เพอเชอะ) 
  • อุณหภูมิร่างกายคนปกติ หรือที่เรียกว่า normal body temperature (นอร์เมิล บาร์ดิ เทม'เพอเชอะ) อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส 
  • มีไข้ต่ำๆ เรียกว่า  have mild fevers (แฮฝ ไมล์ด ฟีเวอร์)
  • มีไข้สูงเรียกว่า have high fever/high temperature (แฮฝ ไฮ ฟีเวอร์/ ไฮ เทม'เพอเชอะ) ซึ่งอุณหภูมิสูงกว่า 38°C (100.4°F)
  • จุดเยือกแข็งของน้ำ เรียกว่า freezing point (ฟรีซิง พอยท์) อยู่ที่ 0°C (32 °F) 
  • จุดหลอมเหลว เรียกว่า melting point (เมลทิง พอยท์) ซึ่งอยู่ที่ 0°C (32 °F) 
  • จุดเดือดของน้ำ  เรียกว่า boiling point (บอยล์ลิง พอยท์) อยู่ที่ 100°C (212  °F)
  • อุณหภูมิห้องหรือที่เรียกว่า room temperature (รูม เทม'เพอเชอะ) คือ 20 to 25°C หรือ 23°C โดยประมาณ 70°F.


Put them in sentences.

Melting point is the temperature at which a substance changes from solid to liquid state.
จุดหลอมเหลวคืออุณหภูมิที่สสารเปลือนจากสภาพของแข็งไปเป็นของแหลว

Water boils at a temperature of 100°C.
น้ำเดือดที่ 100 องศาเซลเซียส

Water freezes at a temperature of 0°C.
น้ำมีจุดเยือกแข็งที่ 0 องศาเซลเซียส

We use thermometer to measure the temperature.
เราใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ

Thermometer is a device that measures the temperature of things.
เทอร์โมมิเตอร์เป็นเครื่องที่ใช้วัดอุณหภูมิของสิ่งต่างๆ

 Let the nurse take your temperature.
ให้พยาบาลวัดอุณหภูมิร่างกายหน่อย (วัดไข้นั่นเอง)

You are having a temperature.
คุณกำลังมีไข้

The symptom starts with having a high temperature.
อาการเริ่มต้นคือมีไข้สูง

Please keep this medicine at room temperature.
เก็บย่านี้ไว้ที่อุณหภูมิห้องนะครับ

Your temperature is 40.5 degrees °C, you're having a high temperature.
อุณหภูมิของคุณ (วัดได้) 40.5 คุณกำลังมีไข้สูง

ดูเกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ เรื่องอุณหภูมิตอนที่แล้วที่ ว่าด้วยเรื่องของอุณหภูมิ - temperature 2


Read more at:
Share:
Read More

Friday, May 13, 2016

การโกง ภาษาอังกฤษ ตอนที่ 2

การโกง ภาษาอังกฤษ ตอนที่ 2
การโกง ภาษาอังกฤษ ตอนที่ 2



It's easier to fool people than
to convince them that they have been fooled.

- Mark Twain



ครั้งที่แล้วเราได้นำเสนอเรื่อง การโกง ภาษาอังกฤษ ตอนที่ 1 ไป ซึ่งพูดถึงสองคำในเรื่องที่เกี่ยวของกับการโกง คือ cheat และ bluff  ครั้งนี้เราจะมาพูดกันต่อในหัวข้อเกี่ยวกับการโกง ไปดูกับครับว่ายังมีคำว่าอะไรกันอีกบ้าง

กลุ่มแรกมาดูวิธีที่จะพูดว่าเราถูกโกง หรือถูกเอาเปรียบ หรือถูกหลอก

has been had 

คำว่า has been had แปลว่าถูกโกง ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับ has been cheated
เช่น 

If you paid for this shirt for 30 bucks, then you must have been had.
ถ้าคุณซื้อเสื้อตัวนี้มาในราคา 30 ดอลลา คุณก็โดนโกงแล้ว

I was told this is a fake picture, I have been had.
มีคนบอกว่านี่เป็นรูปของปลอม ผมโดนให้แล้ว

has been fooled

คำว่า has been fooled ก็มีความหมายคล้ายๆกับ has been had คือถูกโกง หรือถูกหลอก คำนี้มาจาก กริยา foo (verb - ฟูล) ที่แปลว่าหลอกลวง has been fooled ก็อยู่ในรูปของ passive voice คือกรรมวาจก ประธานถูกกระทำ คือถูกหลอก หรือถูกโกงนั่นเอง

เช่น 
You must have been fooled if you paid for this shirt for 300 baht.
คุณโดนโกงแล้วถ้าซื้อเสื้อตัวนี้มา 30 บาท

I don't know this is a fake picture, I have been fooled.
ผมไม่รู้ว่านี่เป็นรูปของปลอม ผมโดนหลอกให้แล้ว

has been tricked

คำว่า trick (verb - ทริค) มีความหมายว่าการ หลอกลวงด้วยเลห์เหลี่ยม ทีนี้พอจะบอกว่าถูกหลอกลวงด้วยเล่เหลี่ยมก็จะพูดว่า has been tricked

เช่น  You had been tricked when you had to pay that huge amount of money for that broken toy.
คุณโดนหลอกแล้ว ตอนที่คุณจ่ายค่าของเล่นพังๆนั้นด้วยเงินจำนวนมาก
It was too late to know that I had been tricked.
กว่าจะรู้ว่าผมโดนโกงก็สายเสียแล้ว

has been duped

คำว่า dupe (verb - ดูพ) มีความหมายว่าการ เหมือนกับ คำว่า trick คือหลอกลวงด้วยเลห์เหลี่ยม ทีนี้พอจะบอกว่าถูกหลอกลวงด้วยเล่เหลี่ยมก็จะใช้ประโยคเดียวกับ trick นั้นคือ has been duped เช่น 

You had been duped when you had to pay that huge amount of money for that broken toy.
คุณโดนหลอกแล้ว ตอนที่คุณจ่ายค่าของเล่นพังๆนั้นด้วยเงินจำนวนมาก

It was too late to know that I had been duped .
กว่าจะรู้ว่าผมโดนโกงก็สายเสียแล้ว

การโกงประเภทต่างๆ 

หลังจากรู้จักวิธีการพูดว่า ถูกโกงในภาษาอังกฤษแล้ว ต่อไปนี้เราไปดูวิธีการพูดถึงการโกงแบบอื่นๆ ต่อจากครั้งที่แล้ว

โกงเงินทอน ในภาษาอังกฤษการโกงเงินทอนจะใช้คำว่า shortchange (verb - ชอร์ท เชนจ์) คือทอนเงินไม่ครบ หรือทอนเงินขาด เช่น

I was shortchanged by that street vendor.
ผมโดยโกงเงินทอนจากพ่อค้าหาบเล่

โกงตาชั่ง ทีนี้มาถึงการโกงตาชั่งบ้าง ในภาษาอังกฤษก็จะพูดว่า shortweight (verb - ชอร์ท เวท) คือชั่งให้ขาด นั่นเอง คำนามของคำนี้ก็น่าจะใช้คำว่า short weight ในภาษาอังกฤษแบบเก่าถ้าจะบอกว่าโกงตาชั่งใครจะใช้คำว่า give someone short wieght/measure คำกริยา ตัวอย่างการใช้ shortweight

This vendor was accused of shortweighting grain.
ผู้ขายเจ้านี้ถูกกล่าวหาว่าโกงตาชั่ง


ทำบัญชีปลอม ทำบัญชีปลอม ภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า cook the accounts (verb - คุก เธอะ อะเคานท์ซ) หรือบางทีก็ใช้คำว่า cook the book (verb - คุก เธอะ บุคซ)

Jane was accused of cooking the accounts of her own company.
เจนถูกกล่าวหาว่า ปลอมบัญชีให้บริษัทของเธอเอง

These companies have hired someone to cook the books for them.
บริษัทเหล่านี้ได้จ้างคนมาปลอมบัญชีให้

แปลงตัวเลขในบัญชี การแปลงตัวเลขในบัญชี จะใช้คำว่า juggle figures (verb - จักเกิล ฟิกเกอะร์) คำว่า juggle แปลว่าตบตา โกง เล่นกล ส่วน figure แปลว่าตัวเลข

Don't try to juggle figures in a ledger
อย่าพยายามแปลงตัวเลขในบัญชี

ปลอมเช็ค มาถึงอีกคำหนึ่งที่ยังไม่หนีไปจากเงินๆทองๆ คำนี้คือคำว่าปลอมเช็ค คำว่าปลอมเช็ค จะใช้คำว่า forge cheques/checks คำว่า forge (verb - ฟอร์จ) ในที่นี้แปลว่า ปลอมแปลง (to illegally copy something, especially something printed or written, to make people think that it is real -  longman)
ส่วนการโกงเช็คจะเรียกว่า cheque/check fraud (noun - เช็ค ฟรอด)  คำว่า cheque จะเป็นการสะกดคำแบบผู้ดีอังกฤษ แต่ check  เป็นการสะกดคำแบบอเมริกันชน

ใหนๆก็กล่าวถึงเรื่องเช็คละก็กล่าวถึง คำอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วยเลย การโอนเช็คลอย ฝร้่งจะใช้คำว่า  cheque/check kiting

คำว่า fraud (noun - ฟรอด) แปลว่า การโกง การหลอกลวง การต้มตุ๋น อาจจะใช้กับคำอื่นๆได้ด้วยเช่น tax fraud (noun-แทกซ์ ฟรอด) การโกงภาษี, insurance fraud (noun-อินชัวแรน ฟรอด) การโกงประกัน,  credit card fraud (noun-เครดิท คาร์ด ฟรอด) การโกงบัตรเครดิต election frauds (noun -  อีเลค'เชิน ฟรอด) โกงการเลือกตั้ง vote fraud (noun - โวท ฟรอด) การโกงการออกเสียง เป็นต้น

คำคุณศัพท์ของคำว่า fraud ก็คือ fraudulent (adj - ฟรอ'จะเลินทฺ) เช่น a fraudulent insurance claim การโกงเวลาเคลมประกัน
เช็คคืน (No sufficient funds หรือ NSF Check)  เป็นเช็คที่กิจการนำฝากธนาคาร  แต่ธนาคารไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้

เช็คเด้ง มาถึงกรณีที่ออกเช็คไปแล้วแต่ธนาคารปฎิเสธไม่จ่ายเงิน หรือที่เรียกสั้นๆว่า เช็คเด้ง หรือ เช็คคืน ซึ่งอาจจะเกิดจากได้จากหลายเหตุผล คำจำกัดความในภาษาอังกฤษ คือ a cheque returned by a bank because of insufficient funds in the payer's account

ในภาษาอังกฤษ คำว่า เช็คเด้ง หรือ เช็คคืน มีใช้อยู่หลายคำ ได้แก่
a bounced cheque/check (noun - อะ เบาซฺด เช็ค)  
non-sufficient funds cheque/check(noun - นอน ซะฟิช'เชินทฺ ฟันด์ซ เช็ค)  เรียกย่อๆว่า NFS checks
a bad cheque/check (อะ แบด เช็ค)
dishonoured/dishonored cheque/check (noun - อะ ดิสออน'เนอะ เช็ค)
hot cheque/check (noun - อะ ฮิท เช็ค)
a cold cheque/check (noun - อะ ฮิท เช็ค)
a dud cheque/check (noun - อะ ดูด เช็ค)
a rubber cheque/check (noun - อะ รับเบอร์ เช็ค)
returned cheque/check (noun - อะ รีเทอร์น เช็ค)

คำเหล่านี้ล้วนแต่หมายถึง เช็คเด้ง แต่คำที่แปลว่าเช็คเด้งน่า มาจากคำว่า a bounced cheque/check  คำว่า bounce (verb - เบาซฺ) แปลว่าเด้ง กระเด้งออก คำกริยาของเช็คเด้งก็คือ a cheque/check bounce (verb - อะ เช็ค เบาซฺด)  เช่น

What if a cheque bounces? จะทำยังใงถ้าเช็คเด้ง
What do you do with a bounced check?จะทำยังใงกับเช็คเด้ง
How do you deal with a bad cheque? เราจะรับมือกับเช็คเด้งอย่างไร
The bank will bounce the check when there are insufficient funds in an account.
ธนาคารจะคืนเช็คเมื่อมีวงเงินในบัญชีไม่พอ

โกงการเลือกตั้ง การโกงการเลือกตั้ง ฝรั้งจะใช้คำว่า rig an election (verb - ริก แอน อีเลค'เชิน)
คำว่า  rig (verb - ริก)ในที่นี้แปลว่า ใช้อุบาย หรือวางแผนหลอกลวง โกงการเลือกตั้ง คำนี้มีความหมายถึงการฮั้วราคาโดยไม่เป็นธรรม เช่น

There was a claim from some international observers that the election was rigged.
มีการทักท้วงจากผู้สังเกตุการนานานชาติว่ามีการโกงการเลือกตั้ง

ฮั้วราคา  การฮั้วราคา หรือร่วมกันโก่งราคาในภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า rig prices/rig financial markets (verb - ริก ไพรซิส/ริก ไฟแนนเชิล มาร์เกท) หมายถึงการที่ผู้ค้าร่วมกันตรึงราคาหรือ ฮั้วราคาที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้ราคาสินค้าสูง อีกคำหนึ่งที่ ที่ใช้ในความหมายนี้คือ fix prices (verb - ฟิกซ ไพรซิส)

Two of the largest oil companies have been accused of rigging prices.
สองบริษัทยักใหญ่ถูกกล่าวหาว่าฮั้วราคาน้ำมัน

The government accused the two companies of fixing petrol prices.
รัฐบาลกล่าวหาทั้งสองบริษัทว่าได้ฮั้วราคาน้ำมัน (ตั้งราคาไม่เป็นธรรม)

ฮั้วประมูล การฮั้วประมูล จะใช้คำว่า bid rigging (noun - บิด ริกกิง)

Bid rigging is illegal in most countries.
การฮั้วการประมูลผิดกฏหมายเกือบจะทุกประเทศ

โก่งราคา การขายของหรือบริการด้วยราคาที่สูงกว่าความเป็นจริง ที่เรียกสั้นๆว่าโก่งราคา ก็เป็นการโกงอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งในภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า raise the prices unfairly (เรส เธอะ ไพรซิส อันแฟร์ลี่)

That shop has a double standard prices, they raise the prices unfairly every time they have foreign customer.
ร้านนั้นมีราคาสองมาตรฐาน พวกเขาโก่งราคาถ้ามีลูกค้าต่างชาติ

ล้มมวย มาถึงวงการหมัดมวย ก็ไม่วายจะมีการโกงครับ ล้มมวย จะใช้คำว่า

  • fix the fight (verb - ฟิคซ์ เธอะ ไฟลท์)
  • fix the match (verb - ฟิคซ์ เธอะ แมทช์)

ถ้าเป็นคำนาม จะใช้คำว่า 

  • fight fixing (noun - ไฟลท์ ฟิกซิง) 
  • fixed fight (noun -  ฟิคซท์  ไฟลท์) 
  • fixed boxing fight (noun -  ฟิคซท์ บอกซิง ไฟลท์) 
  • match fixing (noun - แมทช์ ฟิคซิง) 
  • fixed match (noun -  ฟิคซท์  แมทช์) 
คำว่า fix นอกจากเอามาใช้ในวงการหมัดมวยแล้วอาจจะเอาไปใช้กับวงการกีฬาอย่างอื่นก็ได้ คำว่า fix the match หรือ match fixed น่าจะใช้พูดได้ในกีฬาเกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น football, snooker, horse racing และอื่นๆอีกมากมาย แถมให้อีกสาม terms สามคำที่มีความหมายทำนองเดียวกันนี้ครับ
  • game fixing (noun - แมทช์ ฟิคซิง) 
  • race fixing (noun - แมทช์ ฟิคซิง)  
  • sports fixing (noun - แมทช์ ฟิคซิง) 

นอกจากคำว่า fix อาจจะใช้คำว่า manipulate (verb - แมนิพูเลท) แทนก็ได้ โดยคำนามของเขาก็คือ manipulation (noun - แมนิพูเลเชิน) เช่น minipulate the match/flight หรือ match/flight manipulation ซึ่งก็น่าจะใกล้เคียงกับคำว่า จัดฉากการแข่งขันไว้นั่นเอง

There has been a rumour spreading around that this boxing match is fixed.
มีข่าวรือไปทั่วว่าการชกมวยรอบนี้ถูกจัดฉากไว้แล้ว

By monitoring the pre-match betting markets, it is possible to detect planned match fixing.
การจับตาดูตลาดการลงเงินพนันก่อนการแข่งขัน ก็น่าจะบอกได้ว่า การแข่งขันมีการจัดฮากอยู่หรือเปล่า

รู้สึกว่าเกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ เรื่องการโกงยังคงไม่หมดในฉบับนี้นะครับ ขนมาสองรอบก็ยังไม่หมด ครั้งหน้ามาติดตามกันต่อกับ การโกง ภาษาอังกฤษ ตอนที่ 3 ส่วนจะมีอะไรบ้าง โปรดรอดูรอชมกันครับ

Thanks for reading and please stay tuned.





bluff
s3.amazonaws.com



Read more at:
Share:
Read More

Friday, May 6, 2016

การโกง ภาษาอังกฤษ ตอนที่ 1


กลโกงและการโกง ภาษาอังกฤษ
กลโกงและการโกง ภาษาอังกฤษ
source: hubspot.com

วันนี้เรามาดูวิธีการเรียกกลโกงและการโกงประเภทต่างๆ ในแบบฉบับการนำเสนอแบบ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษกันครับ ไม่ว่าจะเป็น โกงเงิน โกงการพนัน โกงเงินทอน โกงในวงไพ่ การโกงตาชั่ง การโกงในการสอบ และสารพัดการโกงแบบอื่นๆ

cheat (verb/noun - ชีท)

คำว่าโกง ภาษาอังกฤษ ก็คือคำว่า cheat (verb/noun - ชีท) ซึ่งเป็นคำที่ใช้พูดถึงการโกงแบบทั่วๆไป คำนี้เป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยาถ้าเป็นคำนามก็แปลว่า การโกง หรือคนโกง  ส่วนอีกคำหนึ่งที่แปลว่าคนที่โกงก็คือคำว่า cheater (noun - ชีทเทอร์) แต่ดูเหมือนว่า cheat จะใช้ในความหมายนี้มากกว่าใน UK และ cheater จะใช้มากกว่าใน US เช่น you are such a cheat/cheater แกเป็นไอ้ขี้โกง

cheat at something/cheat in something/cheat on something ถ้าจะพูดว่า โกงอะไร ก็ใช้คำว่า cheat at + สิ่งนั้น เช่นโกงหมากรุกก็พูดว่า cheat at chess  โกงไพ่ ก็ cheat at card คนที่หากินในการโกงไพ่ก็คือ cardsharper ถ้าเป็นการโกงการสอบ cheat at dice ก็เป็นการโกงลูกเต๋า ก็จะใช้คำว่า cheat in a test หรือ cheat in an exam

Don't try to cheat in your exam, you will fail this subject if you are caught cheating.
อย่าพยายามโกงข้อสอบ คุณจะถูกปรับให้ตกถ้าถูกจับได้ว่าโกง

Jenny's friend cheated at card in the casino.
เพื่อนของเจนนี โกงไพ่ในบ่อนคาซิโน

If you are going to play gamble in that casino, be prepared to be cheated.
ถ้าแกจะไปเล่นการพนันในบ่อนนั้น เตรียมโดนโกงได้เลย

แต่ถ้าเป็น cheat on someone จะไม่ได้แปลว่าโกงใครนะครับ แต่จะมีความหมายว่า นอกใจ หรือ ที่เราเรียกว่า สวมเขานั่นเอง เช่น
She cheated on her husband ก็คือนอกใจสามี

Danny's sister found her ex cheated on her so their love story finished there
น้องของแดนนี เจอว่าแฟนคนที่แล้วของเธอนอกใจ นิยายรักของเธอและแฟนเก่าก็เลยจบลงตอนนั้น

cheat someone out of something ก็คือโกงใครซักคนโดยโกงอะไรซักอย่าง โกงเงินก็พูดว่า cheat someone out of his/her money เช่น cheat John out of his money โกงเงินจอห์น

การโกงมรดกใครซักคน ก็จะใช้คำว่า cheat someone out of his/her inheritance เช่น 
He cheated his brother out of his inheritance

be cheated of victory/success การถูกโกงในการชัยชนะก็จะใช้คำว่า be cheated of victory หรือถ้าถูกโกงความความสำเร็จ ก็จะใช้คำว่า be cheated of success  เช่น

There were many time that the winner of the boxing was cheated of his victory.
มีหลายสังเวียนที่ผู้ชนะในการชกมวยถูกโกงชัยชนะ



line up
cheater
Source:s3.amazonaws.com
เคยดูเรื่อง Final Destination ไหมครับ อันนั้นจะเรียกว่า cheat death คือโกงความตาย ชื่อภาษาไทยของเรื่องนี้คือ เจ็ดต้องตาย โกงความตาย รู้สึกจะมีหลายภาค นะครับ เรื่องนี้

ถ้าหากเป็นการโกงหรือฝืนโชคชะตา ก็ใช้คำว่า cheat fate หรือฝืนพรมลิขิตก็เรียกว่า cheat destiny ซึ่งอยู่ในความหมายว่าหลีกเลี้ยงหรือหลบเลี่ยงสิ่งนั้นๆ แต่ถ้าเป็นคำนาม เราก็สลับคำนิดหน่อยเป็น death cheat, fate cheat,  destiny cheat



bluff (verb/noun - บลัฟ) 

bluff คือการหลอกหรือแสร้งให้เชื่อ ตบตา หรือลักไก่ ซึ่งบางที่พี่ไทยเราก็พูดทับศัพท์ ใช้คำว่า บลัฟเลย bluff เป็นได้ทั้งคำกริยาและคำนาม ถ้าเป็นคำนามก็แปลว่าการตบตาการหลอกให้เชื่อ  ยกตัวอย่างเช่นในกรณีที่เล่น poker คนที่จะ bluff จะทำที่ว่าไพ่ของเขาเหนือกว่าคนอื่น ทั้งๆที่ไพ่แต้มไม่ได้ดีอย่างที่แสร้งทำ หรือกรณีที่กระสุนหมดแต่ทำเป็นเอาปืนขู่คนอื่นก็เรียกว่า bluff ได้เหมือนกัน
ส่วน double  bluff ไม่ได้แปลว่า หลอกสองรอบนะครับ หากแต่แปลว่า หลอกหรือแสร้งพูดเหมือนกับว่ากำลังพูดเล่นหรือหลอกอยู่ แต่เอาความจริงมาพูดโดยคิดว่าคนอื่นจะเชื่อว่าเรากำลังหลอกอยู่

You must be bluffing, how could I believe you.
แกเล่นลิ้นอยู่แน่เลย ฉันจะเชื่อแกได้ยังใง

bluff your way out of/through/past etc somebody/something นอกจาก bluff จะ ใช้ในกรณีทั่วๆไปไม่ต้องมีกรรม (object) แล้ว ยังสามารถใช้ในกรณีกล่าวถึงสิ่งหรือคนที่ถูก bluff ได้ด้วย ตัวอย่างเช่น

We need to bluff our way past the guard. เราต้องแสร้งทำให้ผ่าน รปภ.ไปให้ได้

bluff somebody into (doing) something การหลอกให้ใครทำอะไรมนกรณีที่ใช้คำว่า bluff ก็ใช้ในรูปแบบหรือ pattern bluff somebody into something หรือ bluff somebody into doing something 
ตัวอย่างเช่น

Jacked tried to bluff me into giving up without a fight.
แจคพยายามหลอกให้ผมยอมแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง

I won't be bluffed into that cheat game.
ผมไมยอมให้ถูกหลอกไปเล่นเกมโกงนั่นหรอก

ในกรณีที่จับการโกงหรือทำความผิดได้แบบคาหนังคาเขา ฝรั่งเขาจะเรียกว่า catch red-handed (แคทช์ เรด แฮนดิด) ทำไมต้องเป็นมือเปลื่อนสีแดงผมเดาว่าน่าจะมาจากที่ จับได้ตอนที่เลือดเปลื่อนมือ คือกำลังทำการฆาตกรรมนั่นเอง

The thief was caught red-handed while he was trying to steal my car.
โจรถูกจับคาหนังคาเขาขณะพยายามโขมยรถของผม

The police caught human trafficking red-handed.
ตำรวจจับการค้ามนุษย์ได้ดคาหนังคาเขา




bluff
s3.amazonaws.com

Put them in sentences.

Don't look at his answer sheet, that's cheating.
อย่าดูกระดาษคำตอบเขา นั้นเป็นการโกงนะ

He always cheats at card, so never try to play with him.
เขาโกงไพ่เสมอๆ อย่าไปเล่นกับเขาเลย

John has been cheated on by his wife for almost one year when he caught her red-handed.
จอนถูกภรรยาสวมเขาให้มาเกือบปีตอนที่เขาจับได้คาหนังคาเขา

My cousin was cheated of his success in his work.
ญาติของผมถูกโกงเอาความสำเร็จไป

The gang was caught red-handed in the act of unloading the drug.
แก้งนั่นถูกจับได้คาหนังค่าเขาขณะกำลังขนยาลงจากรถ


Read more at:
Share:
Read More

Tuesday, May 3, 2016

Mind Your Language

Family Album USA
Mind Your Language

Hello Folk,

Earlier I have talked about Learning Real English video series, Family Album USA. I hope you have taken a look at it. Today, I would like to bring up British comedy television series, Mind Your Language. The show is set in an adult education college in London and focuses on the English as a Foreign Language class taught by Mr Jeremy Brown, portrayed by Barry Evans, who had to deal with a motley crew of foreign students.

I found this video course very funny. I have learned many news word from these video series. One of them is "french letter" which means a condom.

The website have a complete set of the video and also the video script and it could be found at Learn Real English. You can also get some more information about Mind Your Language and the links to the videos at Mind Your Language.

www.learnrealeng.com
Mind Your Language

สวัสดีอีกครั้งครับ วันนี้เป็นอีกวันทีเกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษมี video ภาษาอังกฤษดีๆ มาฝากอีกครั้งครับกับ video sitcom (situational comedy) ชุดนี้ Mind Your Language ซึ่ง เป็นการใช้ภาษาอังกฤษแบบ British English และเป็นเรื่องราวของ เจเรมี่ บราวน์ ครูสอนภาษาอังกฤษหนุ่มที่มาสอนภาษาให้กับนักเรียนที่มาเรียนภาษาอังกฤษภาคค่ำในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งนักเรียนแต่ละคนเป็นชาวต่างชาติที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษ บางคนยังพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เลย

เรื่องนี้พกความฮาเต็มพิกัด จากนักเรียนแต่ละเชื้อชาติต่างภาษา ซึ่งมีทั้งชาว Italian, German, Spanish, Indian, Chinese, Japanese,  French, Pakistani, Swedish และ Hungarian และจุดที่ series นี้เอามาเล่นคือการพูดภาษาสำเนียงและรูปแบบของแต่ละเชื้อชาติ การเข้าใจภาษาอังกฤษที่ไม่ถูกต้อง

เป็น series ที่สนุกมากๆครับรับรองว่าดูไปหัวเราะไป รับประกันความฮาความมันได้เลยครับ สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนไปดูไปชม ก็คือ ภาษาอังกฤษของตัวละครของแต่ละชาติอาจจะมีการพูดภาษาอังกฤษที่ผิดเพื้ยนอยู่บ้าง อาจจะต้องระวังตรงนั้นนิดหนึ่ง นอกนั้นก็เตรียมไปพบกับความฮาครับ


​ More at:
Share:
Read More

Saturday, April 30, 2016

ฤดู ภาษาอังกฤษ - seasons

ฤดู ภาษาอังกฤษ
ฤดู ภาษาอังกฤษ - season

วันนี้ อยากพูดถึง คำว่าฤดูในภาษาอังกฤษ ในแบบฉบับของเกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ
คำจำกัดความของฤดู ก็คือ ส่วนของปีซึ่งแบ่งตามภาวะของดินฟ้าอากาศ เช่น ฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน, เวลาที่กำหนดสำหรับงานต่างๆ, เวลาที่เหมาะ คราว, สมัย เป็นต้น

ทีนี้มาดูคำว่าฤดู ในภาษาอังกฤษ ซึ่งคงจะคุ้นเคยกันอยู่แล้วนะครับ ในภาษาอังกฤษจะใช้ตรงกับคำว่า season (noun - ซีซั่น) ถ้าเป็น adjective ก็จะใช้คำว่า seasonal (adj - ซีซันเนิล) แปลว่าตามฤดูกาล ส่วนคำว่าไม่เป็นไปตามฤดูการก็จะใช้คำว่า unseasonal/nonseasonal/off-season (อันซีซั่นเนิล/นอนซีซั่นเนิล/ออฟซีซั่น)

ตามมาดูกันครับว่าจะมีฤดูอะไรบ้างและฤดูใหนที่ท่านรู้จักและอันใหนที่ไม่เคยรู้ว่าภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไร

season in a year

ฤดูกาล - seasons and weather

มาดูกันถึงฤดูที่หมายถึงฤดูกาลตามภูมิอากาศ (one of the main periods into which a year is divided, which each have a particular type of weather. In the west, the seasons are spring, summer, autumn, and winter) ซึ่งจะมีดังนี้

summer (ซัม'เมอะ) ในฤดูร้อน
dry season (ดราย ซีซัน) ฤดูแล้ง
rainy/wet season (เรนนี่/เวท ซีซั่น) ฤดูฝน
winter (วิน'เทอะ) ฤดุหนาว
autumn/fall (ออ'ทัมน์/ฟอล) ฤดูใบไม้ร่วง
spring (สปริง - ฤดูใบไม้ผลิ)

ในบ้านเราจะมีสามฤดูที่บางที่ก็เรียกว่า
hot season (ฮอท ซีชั่น) ฤดูร้อน 
cool season  (คูล ซีชั่น) ฤดูหนาว
rainy season  (เรนนี่ ซีชั่น) ฤดูฝน

ฤดูตามกิจกรรมต่าง - season and activities

ส่วนฤดูที่หมายถึงเวลาที่เหมาะ ก็ใช้คำว่า season เหมือนกัน แต่จะมีคำอื่นๆมาขยายเพื่อบอกว่าเป็นฤดูอะไร (a period of time in a year during which a particular activity takes place, or during which something usually happens)
monsoon season  (มอนซูน ซีซั่น) ฤดูมรสุม (ซึ่งอาจจะหมายถึงฤดูฝนด้วยก็ได้)
harvest season (ฮาร์เวสท์ ซีซั่น) ฤดูเก็บเกี่ยว
mating season/breeding season/seasonal breeders (เมททิง ซีซั่น/บรีดดิงซีซั่น/ซีซั่นเนิล บรีดเดอร์) ฤดูสัตว์ผสมพันธุ์
spawning season (สพอนนิ่ง ซีซั่น) ฤดูวางไข่ (ทำไมถึงเรียกว่า spawning ดูเหตุผลที่ใช้คำนี้ได้ที่ ว่าด้วยเรื่องของ ไข่ ในภาษาอังกฤษ)

เคยเห็นฝนที่ตกในหน้าแล้งหรือหน้าหนาวไหมครับ เราน่าจะเรียกว่าฝนหลงฤดู คำว่าฝนหลงฤดูภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า unseasonal rain/off-season rain
ส่วนฤดูนำ้หลาก จะใช้คำว่า flood/flooding season  (ฟลัด/ฟลัดดิง ซีซั่น)  

ฤดูกาลกับผลไม้ - fruit and season

ส่วน seasonal fruit ก็จะแปลว่า ผลไม้ตามฤดู ตรงกันข้ามกับ non-seasonal fruit 
ถ้าจะบอกว่าเป็นฤดูผลไม้อะไรก็ใช้คำว่า season for ตามด้วยชื่อผลไม้ ซึ่งก็น่าจะมีความหมายว่า หน้าในบ้านเรานั่นเอง
เช่น season for durian/durian season ก็เป็นฤดูทุเรียนหรือหน้าทุเรียน  season for rose apple/rose apple season ก็เป็นฤดูหรือหน้าชมพู่ season for rambutan/rambutan season ก็เป็นฤดูหรือหน้าเงาะ

ส่วนผลไม้พวกมะละกอก็จัดเป็น non-seasonal fruit ซึ่งผลไม้พวกนี้ออกตลอดทั้งปี

ถ้าแบ่งตามภูมิประเทศของการเพาะปลูก ผลไม้เมืองร้อน จะเรียกว่า tropical fruit (ทรอพพิเคิล ฟรุท) ส่วนผลไม้เมืองหนาว จะเรียกว่า cold weather fruits (โคลด์ เวธเธอร์ ฟรุท) ส่วน temperate fruits (เทมเพรท ฟรุท) คือ ผลไม้เขตอบอุ่น
แต่ถ้าแบ่งตามหน้าของมัน ผลไม้หน้าหนาวจะเรียกว่า winter fruits (วิน'เทอะ ฟรุท) สผลไม้หน้าร้อนก็จะเรียกว่า summer fruit (ซัมเมอร์ ฟรุท) ผลไม้ฤดูใบไม้ผลิก็จะเรียกว่า spring fruit (สพริง ฟรุท)

ถ้าเป็นผักเราก็เปลี่ยนจาก fruit เป็น vegetable คำนี้อ่านว่า เวจทะเบิล นะครับไม่ใช่  เวเจทเทเบิล เช่น
ผักตามฤดูการก็เป็น seasonal vegetable ผักที่มีกินซื้อหาได้ตลอดทั้งปี ก็จะเรียวกว่า non-seasonal/unseasonal vegetable 

มีดอกไม้บางจำพวกก็เกิดตามฤดูการเช่นกัน เราเรียกดอกไม้พวกนี้ว่า seasonal flower อยากรู้ดอกอะไรออกหน้าใหนไปดูได้ที่ Seasonal Flower ซึ่งเขาได้จำแนกได้เป็น summer/spring/summer/winter/fall flower

ถ้าหากเป็นพวกอาหารก็ใช้คำว่า seasonal food หรือ non-seasonal/unseasonal food เพื่อบอกถึงอาการตามฤดูการและอาหารที่หาได้ตลอดทั้งปี

ฤดูสำหรับเพาะปลูก ภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า planting/growing season (แพลนทิง/โกรอิง ซีซั่น)

ฤดูการท่องเที่ยว ฤดูการแข่งขัน

high/peak season (ไฮ/พีค ซีชั่น) คือฤดูที่มีคนท่องเที่ยวเยอะ ตรงกันข้ามกับคำว่า off-season/low season (ออฟซีซั่น/โล ซีชั่น) ซึ่งก็คือช่วงฤดูที่ไม่ค่อยมีคนท่องเที่ยว

holiday season/tourist season ก็คือฤดูหรือช่วงเวลาที่มีการหยุดยาวๆ เหมาะแก่การท่องเที่ยว

holiday season (AE) คือ ช่วงวันหยุด ของอเมริกา คือช่วง Thanksgiving ไปถึง New Year ซึ่งรวมวัน Christmas, Hanukkah และวันหยุดอื่นๆด้วย
festive season (BE) คือช่วง Christmas and New Year

อีกคำที่เห็นกันบ่อย คือ season's greetings (ซีชั่นซ์ กรีททิงซ์) เป็นข้อความที่เขียนบนการ์ดอวยพร วันคริสมาส ปีใหม่ หรืออื่นๆ

racing season  คือ ฤดูแข่งขัน
fishing season คือ ฤดูตกปลา
hunting/shooting season คือ ฤดูล่าสัตว์
hiking season คือ ฤดูปีนเขา



trees through the seasons
CR: i.pinimg.com
football/cricket etc season ฤดูการแข่งกีฬาก็ใช้คำว่า season เหมือนกัน เช่น football/soccer season ก็คือฤดูแข่งฟุตบอล cricket season ก็คือฤดูแข่งกีฬาคริกเก็ต boxing season ก็คือฤดูการแข่งขันชกมวย

off-season(AE)/close season(BE)/closed season (ออฟ ซีซั่น/โคลส ซีซั่น/โคลสด์ ซีซั่น) คือหมดฤดูการที่มีการแข่งขันกีฬา หรืออีกคำหนึ่งที่ใช้กัน คือ out of season (เอ๊าท์ ออฟ ซีซั่น) ซึ่งรวมไปถึงหมดฤดูการล่าสัตว์อีกด้วย

คำว่าฤดูยังเอาไปใช้กับโรคภัยไข้เจ็บด้วยครับ มีไข้หวัดใหญ่ที่มีชื่อเป็นทางการว่า seasonal influenza (ซีซันเนิล อินฟลูเอน'ซะ) ก็คือไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่จะระบาด ในช่วงฤดูหนาวหรือในเขตที่มีอากาศหนาว (winter or temperate regions) เป็นการติดเชื้อ Influenza virus ซึ่ง สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ในคนมีหลายสายพันธุ์แต่ที่จะยกตัวอย่างที่เป็นกันบ่อยๆ คือ สายพันธุ์ H1N1 และ H3N2 เป็นการติดเชื้อทางเดินระบบหายใจ

หรือแม้กระทั้งโรคภูมิแพ้ประเภทที่เป็นตามฤดูกาล ที่เรียกว่า seasonal allergies/allergic rhinitis (ซีซันเนิล แอล' เลอจีซ์/แอล' เลอจิค ไรไน'ทิส) ซื่งอีกชื่อหนึ่งก็คือ hay fever ที่เรียกว่า ไข้ละอองฟาง







Put them in sentences.

The season for durians is typically from June to August
ฤดูทุเรียนโดยทั่วไปจะอยู่ช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือน สิงหาคม

The planting season is in spring, with harvest (season) in the fall.
ฤดูเพาะผลูกอยู่ในฤดู ใบไม้ผลิ ส่วนฤดูเก็บเกี่ยวอยู่ในฤดูไบไม้ร่วง

The racing season starts in June.
ฤดูแข่งขันเริ่มในเดือนมิถุนายน

The season for strawberries usually starts in early June.
โดยปกติฤดูสตอร์เบอรี่เริ่มในเดือนมิถุนายน

The end of the football season.
สิ้นสุดฤดูการแข่งฟุตบอล

He was caught fishing out of season.
เขาถูดจับได้ขณะที่ตกปลานอกฤดูกาล

Some footpaths are closed during the shooting season.
ถนนจะถูกปิดในช่วงฤดูการล่าสัตว์

African rivers turn to hard mud during the dry season.
แม่น้ำในแอฟฟริกาจะกลายเป็นโคลนช่วงฤดูแล้ง

There are two boat trips a day, more in high season.
มีเรือสองเที่ยวต่อวัน และจะมีเที่ยวมากขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยว

We arrived at the height of the tourist season.
เราไปถึงในช่วงฤดูแห่งการท่องเที่ยว

There are 3 types of seasonal influenza viruses – A, B and C.
ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลจะมี 3 สายพันธ์ คือ สายพันธ์ A, B และ C


Read more at:
Share:
Read More

Monday, April 25, 2016

Family Album USA


Family Album USA
Family Album USA

Hello Everyone,

Today I would like to introduce you to one of the greatest English video courses. It is Family Album USA. Family Album, U.S.A. is a 1991 book by George Lefferts that later became a television course teaching English on an example of American everyday life. The story is about the Stewarts' family life in New York. Richard Stewart is a professional photographer who decided to make a book of pictures about the USA, called "Family Album USA".

I found this video course very helpful and at the same time enjoyable. It is real English learning which bring you everydayAmerican English expression and conversation. This will also help to expose you to real English usage and also American culture. I hope you will like it as much as I do

The website have a complete set of the video and also the video script and it could be found at Family Album USA. You can also get some more information about Family Album USA and the links to 26 episodes at Family Album USA Episode List.

www.learnrealeng.com
family album usa

สวัสดีอีกทีครับเป็นภาษาไทย วันนี้ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษมี video ภาษาอังกฤษดีๆ มาฝากครับ เป็น video สอนภาษาอังกฤษที่ขอเรียกได้ว่าดีที่สุดอันหนึ่ง ซึ่งก็คือ  Family Album USA บางท่านอาจจะเห็นผ่านหูผ่านตามาบ้าง ผมอยากจะบอกว่า ส่วนหนึ่งของภาษาอังกฤษที่ผมได้ทุกวันนี้ มาจาก video ชุดนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นสำนวน a piece of cake (อะ พีซ อัฟ เคกค์) ที่ไม่ได้หมายถึง แค่ เคกชิ้นหนึ่ง อย่างที่เห็น แต่หากหมายถึง ส่ิงที่ง่ายมากๆ หรืออาจจะเทียบกับภาษาไทยเราว่า กล้วยๆ นั้นเอง ซึ่งจะอยูที่ episode ที่ 4 - Episode 4 - A Piece of Cake หรือ จะเป็นวัฒนธรรมของอเมริกาที่ตอนแต่งงานต้องมี ของสี่อย่าง เข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นก็คือ something old, something new, something borrowed, and something blue ใน episode ที่ 19  - Episode 19 - I Do

นับได้ว่า Family Album USA เป็น video สอนภาษาอังกฤษแบบอเมริกาที่พูดได้ว่าครอบคลุมการใช้งาน ตั้งแต่การเจอกันครั้งแรก การใช้ชีวิต การออกเดท การแต่งงาน และอื่นๆอีกมากมาย ถ้าดู  video นี้และจำคำพูดที่ใช้ใน video ชุดนี้ได้ และนำเอามาใช้ได้ ผมว่า คุณพูดภาษาอังกฤษได้แน่นอนครับ

where where is where where LOL ใหนๆก็ใหนละ อีดนิดหนึ่งเกี่ยวกับ Family Album USA ในแต่ละ episode จะประกอบไปด้วย สาม ตอนย่อยๆ ที่เรียกว่า ACT และในตอนท้ายแต่ละ ACT จะเป็นการสอน  english expression หรือการใช้ภาษาอังกฤษ ที่ใช้ ในแต่ละตอน ต้องบอกว่า I'm really impressed with Family Album USA ต้องขอยอมรับว่า การเรียบเรียงการออกแบบและดำเนินเรื่องของ George Lefferts ทำไว้ได้ดีมากๆ (The plot in each episode were perfectly disigned and planed)

เนื้อเรื่องใน video ชุดนี้จะเกี่ยวกับครอบครับ Stewarts ซึ่ง plot ของ เรื่องก็คือ Richard (อ่านว่า ริเชิด นะครับ ไม่ใช่ ริชาด) ซึ่งเป็นนักถ่ายภาพมืออาชีพตัดสินใจทำหนังสือรูปภาพขึ้นมา และเขาตั้งชื่อหนังสือของเขาว่า Family Album USA  ก็คือชื่อเรื่องนั่นเอง Richard ได้ให้คำอธิบายหนังสือของเขา ไว้ว่า

It's an album of pictures of the United States:the cities, the special places, and the people. And these are pictures of people working:steel workers, bankers, police, street vendors, ambulance drivers, doctors etc.

นั่นก็คือ เป็นอัลบัมรูป ของประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง ซึ่งจะประกอบไปด้วย เมืองต่างๆ สถานะที่ที่สำคัญ ผู้คนในอเมริกา ซึ่ง ได้แก่ stell worker คือช่างที่ทำงานเกี่ยวกับเหล็ก  police ก็คือตำรวจ  (อ่านว่า เพอะลิส  ไม่ใช่ โปลิส นะครับ อิอิ) street vendors อันนี้ บ้านเราก็มี ก็คือพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของตามริมถนน หรือแผงลอย ที่ไม่ได้มีร้านเป็นหลักแหล่ง ambulance driver ก็คนขับรถพยาบาล doctor หมอ  และอื่นๆอีก อันนี้จะอยู่ที่ ตอนแรกของเรื่องครับ ชื่อตอนว่า 46 Linden Street

You don't want to miss Family Album USA, if your goal is to be able to speak English fluently. ถ้าเป้าหมายของคุณๆท่านๆ คือการที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ละก็ Family Album USA ก็น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือก (once of your choice) ของท่านที่จะนำไปช่วยเป็นหนึ่งอาวุธในการก้าวไปสู้ เป้าหมายนั้นครับ ที่สำคัญ Free of Charge ไม่มีค่ใช้จ่ายครับ ขอแค่เข้า net ได้ก็เป็นใช้ได้  let enjoy the world wide web world as there is no learning boundary

หากติดขัดหรือมีคำถามอะไรไม่ว่าจะเกี่ยวกับ Family Album USA หรือเรื่องภาษาอังกฤษอื่นๆ จัดมาได้เลยครับ ผมยินดีช่วยเต็มที่ครับ only ask and I will be happy to help.

Enjoy while learning and please come back again.



Read more at:
Share:
Read More

Tuesday, April 19, 2016

It's raining all over the place and I only had a bucket to get water

แซงคิว-jump the queue
bucket in the rain
source: mexicoinsmallbytes.com

หลายเดือนมาละผมได้เข้าประชุมกับ finance ที่อเมริกา ผ่านทาง online ที่เรียก webx (ไม่ได้ดูเวปโป้กันนะ) ด้วยความรู้อันน้อยนิด ของผมเกี่ยวกับ บัญชี ทำให้ผมไม่ค่อยเข้าใจขบวนการมากเท่าใหร่ พอประชุมเสร็จ IT ฝั่ง US ถามผมว่าประชุมเป็นใงมั้ง (How was the meeting?  - ฮาว วอซ เธอ มีททิง) ผมก็เลยตอบว่า

It seemed like it's raining all over the place and I only had a little bucket to get water (อิท ซีมท์ ไลค์ อิทซ์ เรนนิง ออล โอเวอร์ เธอ เพลซ แอนด์ ไอ โอนลี แฮด เออะ ลิททึล บัคเคท ทู เกท วอร์เทอร์)

rain
rain
Source: ytimg.com
ความหมาย (literally) ก็ประมาณว่า มันเหมือนกับว่าฝนตกทั่วฟ้าแต่ผมมีแค่ถังน้ำใบเล็กๆไว้รองน้ำ ความหมายจริงๆก็คือ เขาพูดถึงเรื่อง บัญชีกันเยอะแยะแต่ผม เก็บความรู้ได้แค่นิดเดียวเอง

There were a lot of detail that has been talked in the meeting and I only could picked some up.

จำได้ว่า เจ้าหน้าที่ IT คนนั้นก็ปลอบว่า It's ok, you still have some time to keep up with these stuffs and I will help you get up to speed (อิทซ์ โอเค ยู สทิล แฮฝ ซัม ไทม์ ทู คีพ อัพ วิธ ดีส สตัฟซ์ แอนด์ ไอ วิล เฮลพ์ ยู เกท อัพ ทู สพีด)

คำว่า to get up to speed ในที่นี้ แปลว่าให้เรียนรู้หรือให้ตามให้ทัน อีกความหมายหนึ่งคำนึ้ก็แปลว่าได้รับข้อมูลที่ล่าสุด  (to have the most recent information)

It took a long time for the FBI to get up to speed on computer crime.
FBI ใช้เวลานานมากเพื่อที่จะให้ได้ข้อมูลล่าสุดของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

to keep up with + someone/something แปลว่า ตามให้ทัน จะตามทันคนหรือตามทันอะไรก็ใส่ คำนั้นหลัง with เช่น

I need to keep up with my classmate as I have been away from school for awhile.
ผมต้องตามให้ทันเพื่อนของผม  เพราะผมไม่ได้ไปเรียนไปพักหนึ่ง

Everyone in the web team needs to keep up with the latest technology.
ทุกๆคนในทีมเว็บต้องตามให้ทันเทคโนโลยี่ล่าสุด

อีกคำหนึ่ง เราสามารถใช้คำว่า to catch up with + someone/something ได้ในความหมายเดียวกัน

If you miss a lot of classes, it's very difficult to catch up.
ถ้าคุณขาดเรียนหลายๆครั้ง การตามให้ทันเพื่อนจะทำได้ยาก

Drive faster - they're catching up with us.
ขัดเร็วกว่านี้หน่อย พวกเขาจะตามทันเราแล้ว
Share:
Read More

Friday, April 15, 2016

ไข้หวัด ภาษาอังกฤษ

ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ภาษาอังกฤษ
source: www.diabetesplan.org - ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ภาษาอังกฤษ/

เห็นมีคนสงสัยถามกันมากมายว่า ไข้หวัด ในภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ อย่างเราก็เห็นจะไม่เอาคำตอบมาชี้แจงแถลงไข ก็เห็นจะกระไรอยู่ จัดไปครับตามแบบฉบับของ เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ
ดูบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่ เจ็บ ปวด ภาษาอังกฤษ | สุขภาพ ภาษาอังกฤษ | ลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน ภาษาอังกฤษ

คำว่าไข้หวัด ก็คือ คำว่า cold (noun - โคลด์) หรือ common cold (noun - คอมมอน โคลด์) นั่นเอง
เวลาเป็นไข้หวัด ในภาษาอังกฤษก็จะจับคู่ cold กับคำกริยา get หรือ have หรือ catch เช่น
have a cold (phrv verb - แฮฝ เออะ โคลด์)
get a cold (phrv verb -เกท เออะ โคลด์)
catch a cold (phrv verb -แคทช์ เออะ โคลด์)

ซึ่งคำเหล่านี้ล้วนแปลว่า เป็นไข้หวัด
ที่นี้ อาการของไข้หวัดเป็นอย่างไร ในภาษาอังกฤษเขาบอกว่าอย่างไรไปดูกันครับ

อาการที่เป็นก็คือ difficult to breathe through your nose หายใจ(ผ่านจมูก)ลำบาก เพราะ จะมีน้ำมูก  ที่เรียกว่า runny nose/running nose (รันนี่ โนส/รันนิ่ง โนส) นั่นเอง  อาจจะมีการจาม (ในที่นี้ไม่ใช่ขวานนะครับ :-) แป๊ก) ซึ่งเรียกว่า  sneeze (verb - สนีซ) บวกกับมีการไอ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า cough (verb - คอฟ)  บางที่อาการไอจะเป็นแบบ ไอแห้งๆ ก็เรียกว่า dry cough (noun - ไดร คอฟ)

ส่วนมากอาการไข้หวัด (cold symptom - noun - โคลด์ ซิมพฺ'เทิม) ก็จะเริ่มด้วย sore throat (ซอร์ โธรท) ก็คือเจ็บคอ ซึ่ง หายไปเองภายในสองสามวัน (goes away after a day or two - โกซ์ อะเวย์ แอฟเทอร์ เออะ เดย์ ออร์ ทู)  แล้วตามมาด้วย runny nose อย่างที่บอกไว้ข้างบน ถัดจากนั้นอาจจะมี อาการไอ  cough ในวันที่ 4-5 หลังจากนั้นก็จะมีไข้ตามมา ที่เรียกว่า fever (noun - ฟีเวอร์) บางทีก็เรียกว่า temperature (noun - เทมเพอะเจอ)

เวลาที่พูดถึงการมีไข้ ลำดับของไข้ก็จะ มีตั้งแต่อ่อนๆถึงไข้สูง ซึ่งถ้าไข้อ่อนๆฝรั่งเข้าก็จะพูดว่า low/slight fever (noun-โล/สไลท์ ฟีเวอร์) ถ้ามีไข้สูงก็จะบอกว่า  high fever (noun-ไฮ ฟีเวอร์)  หรือถ้าใช้กับ temperature ก็จะเป็น low/slight temperature (noun-โล/สไลท์ เทมเพอะเจ้อ)
และ high temperature (noun-ไฮ เทมเพอะเจ้อ)  ซึ่งการจะดูว่าเป็นไข้หรือเปล่า ดูจากอุณหภูมิของร่างกาย ที่เรียกว่า body temperature (บอดี เทมเพอะเจ้อ)  อุณหภูมิของคนปกติ หรือที่เรียกว่า normal body temperature (นอร์มัล บอดี เทมเพอะเจ้อ) จะอยู่ที่ 37°C หรือ 98.6°F ถ้าอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า normal body temperature แสดงว่ามีไข้ ซึ่งตัวที่ใช้วัดไข้เราเรียกว่า thermometer (noun - เธอมอม'มิเทอะ)

ถัดมาหลังจากมีไข้ ก็จะมีอาการน้ำมูกไหล ซึ่งนำ้มูกเขาเรียกว่า mucus (noun - มิวเคิส) และมีอาการคัดจมุกตามมา อาการคัดจมูก จะเรียกว่า stuffy nose (noun - สทัฟฟี โนส) หรือ nasal congestion (noun - แนซัล คานเจสเชิน)

กริยาที่ใช้เมื่อมีไข้ก็ใช้ have (got) a fever หรือ have (got) a temperature แต่ถ้าเป็นไข้แบบไม่ลดมีไข้ต่อเนื่อง ก็จะเรียกว่า persistent fever/temperature (noun - เพอซิส'เทินทฺ ฟีเวอร์/เทมเพอะเจ้อ

อาการของ ไข้หวัดโดยปกติจะ เป็นอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ โดยประมาณ แล้วก็จะหายเอง  (cold symptom will last about 1 week or so - โคลด์ ซิมพฺ'เทิม วิล แลสท์ เออะเบ๊า วัน วีค ออร์ โซ ) แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังจาก 1 อาทิตย์ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะ ติดเชื้อแบคที่เรีย ที่เรียกว่า bacterial infection (noun - แบคทีเรียล อินเฟคเชิน) ซึ่งต้องใช้ยาปฏิชีวนะ antibiotic (noun - แอนไทไบออททิค/แอนทีไบออททิค

โดยปกติไข้หวัดจะเป็นและหายเอง  แต่อะไรละเป็นสาเหตุของมัน จริงๆแล้วไข้หวัด สามารถเกิดจาก เชื้อไวรัสหลายๆชนิดได้ แต่โดยทั่วๆไปตัวการที่ทำให้เกิดเชื้อไวรัสก็คือ  เชื้อไรโนไวรัส (Rhinoviruses)  ซึ่งเชื้อไวรัสก็คือ virus (noun - ไวรัส) (อันนี้ใช้ได้ทั้งที่เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นโรคและไวรัสในเครื่อง computer)

เชื้อไข้หวัด ที่เรียกว่า cold virus เข้าสู่ร่างการได้ทาง  ปาก (mouth) ตา (eyes) หรือ จมูก (nose) เชื้อไวรัสสามารถแพร่เชื้อผ่านละอองเล็กที่อยู่ในอากาศที่มาจากคนที่เป็นไข้หวัด ไอ หรือ จาม (cough or sneeze) หรืออีกทางก็คือ ผ่าน hand-to-hand contact คือผ่านการสัมผัส ซึ่งอาจจะผ่านการสัมผัสหรือการใช้ของร่วมกับผู้ป่วย

When to see the doctor เมื่อใหร่ต้องไปพบแพทย์

เมื่อผู้ใหญ่หรือเด็กมีอาการเหล่านี้ต้องรีบพาไปพบแพทย์ (When having these following symptoms, you need to seek medical attention - เวน แฮฝวิง ดีส ฟอลโลวิง ซิมพฺ'เทิมซ์ ยู นีด ทู ซีค เมดิคัล แอทเทนเชิ่น)

ผู้ใหญ่ (adults - เออะดัลท์)

  • มีไข้ เกิน  38. 5 องศาเซนเซียส  (101.3 องศาฟาเรนไฮ)  (having fever greater than 38.5 C - (101.3 F))
  • มีไข้ติดต่อกันตั้งแต่ 5 วันเป็นต้นไป (fever lasting five days or more)
  • หายใจลำบาก (shortness of breath)
  • หายใจมีเสียงฟืดฟาดหรือฮืดฮาด (wheezing)
  • มีอาการเจ็บคออย่างรุนแรง ปวดหัว หรือปวดบริเวณไซนัส (severe sore throat, headache or sinus pain)

บริเวณไซนัส
  • บริเวณหน้าผาก ใกล้กับหัวคิ้วทั้ง 2 ข้าง (frontal sinus - ฟรอนทัล ไซนัส)
  • บริเวณหัวตาทั้ง 2 ข้าง (ethmoid sinus - เอธมอยด์ ไซนัส)
  • บริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง (maxillary sinus - แมกซิล'ละริ ไซนัส)
  • บริเวณกะโหลกศีรษะ ใกล้ฐานสมอง (sphenoid sinus - สฟี'นอยดฺ ไซนัส)



เด็ก (children - ชิลเดรน)

โดยทั่วไปเด็กๆไม่จำเป็นต้องไปพบหมอถ้ามีอาการของ ไข้หวัดธรรมดา (common cold) แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ต้องพาไปพบแพทย์ด่วน
  • มีไข้ 38 องศาเซนเซียส (100.4 องศาฟาเรนไฮ) ในเด็กแรกเกิด (newborn - นิวบอร์น) ถึง 12 สัปดาห์ 
  • มีไข้สูงขึ้น หรือ มีไข้มากกว่า 2 วัน ในเด็กทุกวัย (rising fever or fever lasting more than two days in a child of any age - ไรซิง ฟีเวอร์ ออร์ ฟีเวอร์ แลสททิง มอร์ แธน ทู เดย์ซ อิน ชาย ออฟ แอนิ เอจ)
  • มีอาการไม่ดีขึ้น เช่น มีอาการปวดหัว (headache - เฮดเดค) หรือไอ (cough -  คอฟ) หรือหายใจมีเสียง (wheeze - วีซ)
  • ปวดหู (ear pain - เอียร์ เพน)
  • ซึมผิดปกติ (unusual drowsiness - อันยูสชวล ดราวซินิส)
  • เบื่ออาหาร (lack of appetite - แลค ออฟ  แอพ'พิไททฺ)

การรักษา (treatment)

การรักษา ในภาษาอังกฤษมีใช้อยู่หลายคำ ที่เห็นบ่อยๆ ก็จะเป็น treatment  (noun - ทรีทเมินทฺ) อีกคำก็คือ remedy (noun - เรมมิดี)  หรือจะใช้คำว่า cure (noun/verb - คิวเออะ) การรักษา หรือ รักษา

ที่นี้ว่าด้วย treatment หรือการรักษาของ ไข้หวัด เขาบอกว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้   (there's no cure for the common cold - แธร์ส โน คิวเออะร์ ฟอร์ เธอะ คอมมอน โคลด์) นอกจากรักษาไปตามอาการ (treatment is directed at relieving signs and symptoms - ทรีทเมินทฺ อีส ไดเรคทิด แอท รีลีฝวิง ไซน์ซ์ แอน ซิมพฺ'เทิมซ์) เพราะจริงๆแล้วถ้าเป็น ไข้หวัดธรรมดา ก็จะหายได้เอง อย่างที่บอกไว้แล้ว เขายังบอกอีกว่ายาปฏิชีวนะ ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้จัดการการกับ ไวรัสไข้หวัดและไม่ควรใช้หากไม่ติดเชื้อ (antibiotics are of no use against cold viruses and shouldn't be used unless there's a bacterial infection - แอไทไบออร์ทิคซ์ อาร์ ออฟ โน ยูส เออะเกนซท์ โคลด์ ไวรัสซิส แอน ชูดซึนท์ บี ยูสท์ อันลิส แธร์ซ แบคทีเรียล อินเฟคเชิ่น )

ตัวอย่าง

In winter, you have to keep yourself warm so you don't catch a cold.
ในหน้าหนาว คุณต้องทำให้ตัวอุ่นตลอดเวลาเพื่อที่จะไม่เป็นไข้หวัด

Children younger than six are at greatest risk of colds, but healthy adults can also expect to have two or three colds annually.
เด็กที่อายุน้อยกว่า 6 ขวบมีโอกาสสูงที่จะเป็นไข้หวัด แต่ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงก็มีโอกาสเป็นไข้หวัดได้ 2-3 ครั้งต่อปี

Most people recover from a common cold in a week or 10 days.
โดยทั่วไปคนเราจะหายจากเป็นหวัดธรรมดาภายใน หนึ่งสัปดาห์หรือ 10 วัน

Symptoms of a cold might last longer than a week in people who smoke.
อาการของไข้หวัดอาจจะหายช้ากว่า 1 สัปดาห์สำหรับคนที่สูบบุหรี่

If symptoms of a cold don't improve, see your doctor.
ถ้าอาการของไข้หวัดไม่ดีขึ้น ให้ไปพบหมอ


อ่านเพิ่มเติม :
http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/common-cold/symptoms-causes/dxc-20199808
Share:
Read More