Saturday, June 27, 2015

ว่าด้วยเรื่องของ ไข่ ในภาษาอังกฤษ - egg, egg and egg

egg
egg
source: www.lonely-rooyang.com

ไข่เป็นสิ่งที่เราเห็นที่เรากินเกือบจะทุกวัน วันนี้ผมก็เลยอยากจะนำเสนอ คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับไข่

ไข่ในภาษาอังกฤษ
egg (noun - เอก) คำว่าไข่ในภาษาอังกฤษ เราใช้คำว่า egg ซึ่งทุกคนก็น่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว โดยคำนี้เราจะหมายถึงไข่ทั่วๆไปไม่ได้ระบุเจาะจง ถ้าอยากระบุว่าเป็นไข่ของสัตว์ประเภทอะไรเราก็ใส่ชื่อข้างหน้าคำว่า egg  เช่น fish egg  ไข่ปลา chicken egg/hen egg ไข่ไก่ ostrich egg (ออส'ทริชฺ เอก) ไข่นกกระจอกเทศ quail egg (เควลซ เอก) ไข่นกกระทา

Egg Composition
Egg Composition
Source:chemicalbiological.net
ไข่จะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ หลักๆ ดังนี้
eggshell (noun - เอ๊กเชล)  เปลือกไข่
egg white (noun - เอ๊กไวท์) ไข่ขาว (albumen- แอลบู' เมน)
egg yolk (noun - เอ๊กยอล์ค) ไข่แดง

spawn  (noun/verb -  สพอน) คำนี้เป็นอีกคำหนึ่งที่ใช้กันในความหมายของ ไข่ของสัตว์น้ำ (aquatic animal - noun - อะควอท'ทิค แอนิเมิล) เช่น กุ้ง กบ เขียด ปู หอย ที่ลอยติดเป็นแพ) นอกจากนั้นคำว่า spawn ก็ยังแปลว่า วางไข่ได้ด้วย โดยใช้กับสัตว์จำพวกที่กล่าวมาข้างต้น คำๆนี้จึงเป็นที่มาของ คำว่าฤดูวางไข่  ซึ่งในภาษาอังกฤษใช้คำว่า spawning season (noun - สพอนนิง ซีเซิ่น)

roe (noun - โร) หมายถึง ไข่กุ้ง/ไข่ปลา/ไข่ปู ถ้าเป็นไข่เม็ดเดียว เราจะเรียกว่า roe-corn (noun - โรคอร์น) ประเภทของ roe อาจะแบ่งเป็นสองอย่าง คือ hard roe ก็คือไข่ของปลาตัวเมียที่ยังอยู่ในรังไข่ และ soft roe ที่หมายถึงเชื้อของปลาตัวผู้  ไข่ปลาที่เราเอามากิน เรียกว่า roe ไม่เรียกว่า spawn เพราะ ถ้าเป็น spawn เราต้องไปตักจากในน้ำที่ลอยเป็นแพมากิน

nit (noun - นิท) หมายถึงไข่เหา ไข่เห็บ ไข่หมัด

flyblow (noun/adj - ไฟล์โบลว์) หมายถึง ไข่แมงวัน หรือเต็มไปด้วยไข่แมงวัน

berry (noun - ไฟล์โบลว์)  บางที่เราก็ใช้คำว่า berry ในความหมายที่หมายถึงไข่ปลาไข่กุ้ง เช่นในอาหารที่เราเรียกว่า lobster in berry  ซึ่งก็จะหมายถึงกุ้งที่กำลังมีไข่ในท้อง

Salmon roe | Caviar roe
คำว่าวางไข่ในภาษาอังกฤษใช้คำต่อไปนี้
to lay egg (ทู เลย์ เอ็ก)
to lay (ทู เลย์)
to spawn (ทู สพอน)

ส่วนกริยาที่เกี่ยวกับไข่อีกตัวก็คือ
to hatch (ทู แฮทช์) ออกจากไข่, ฟักไข่ หรือกกไข่
to crack (ทู แครค) ตอกไข่ (cracked egg = ไข่แตก)
to break (ทู เบรค) ตอกไข่
to beat (บีท) ตีไข่


อาหารประเภทไข่

ใหนๆก็พูดถึงไข่แล้ว ก็ขอพูดถึงอาหารประเภทไข่หน่อยละกันครับ คำต่อไปนี้เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับอาหารประเภทไข่ทั้งหลายครับ กินหมดนี้สงสัยหน้าจะเป็นไข่

fried egg  (noun - ไฟรดฺ เอก)ไข่ดาว
boiled egg (noun - บอลดฺ เอก)ไข่ต้ม
omelette/omelet (noun - ออมเล็ท) ไข่เจียว
scrambled egg (noun - สแครม'เบิลด์) ไข่คน
steamed beaten egg (noun - สทีมด์ บีททึน เอก) ส่วนไข่ตุ๋น
poached egg  (noun - โฟชด์ เอก) ไข่ดาวน้ำ
salted duck egg (noun - ซอลทิด ดัค เอก) ไข่เค็ม
century egg  (noun -เซนชิวรี เอก) ไข่เยี้ยวม้า
pickled egg (noun -เพิค'เคิลดฺ เอก)  ไข่ดอง
eggs and pork in brown sauce (เอก แอน พอร์ค อิน บราว์น ซอสซ) ไข่พะโล้
sweet and sour eggs/ egg with tamarind sauce (สวีท แอน ซาวเออร์ เอก/ เอก วิธ แทมมะรินด์ ซอส) ไข่ลูกเขย


fired egg
fired egg
Source: bernarduccimeisel.com
เมื่อพูดถึง fried Egg หรือ ไข่ดาว ในภาษาอังกฤษก็มี ชื่อเรียกต่างกันไปซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสุกของไข่แดงนั้นเอง ซึ่งแบ่งออกได้เป็น
1. sunny up/sunny side up ทอดเพียงด้านเดียว (ไม่กลับด้าน)
2. over easy/runny/dippy ทอดทั้งสองด้าน แบบไข่แดงไม่สุก
3. over medium ทอดทั้งสองด้าน แบบไข่แดงสุกปานกลาง
4. over hard/well ทอดทั้งสองด้าน แบบไข่แดงสุกมาก

ส่วน boiled egg หรือ ไข่ต้ม ก็มีอยู่ด้วนกันหลายแบบเช่นกัน ซึ่งก็ใช้คำว่า boiled egg แต่ เพิ่มคำ adj ข้างหน้าระบุความสุกของไข่
hard-boiled egg - ไข่ต้มสุก
medium-boiled egg - ไข่ต้มสุกพอประมาณ
soft-boiled egg - ไข่ลวก

เมื่อพูดถึง ไข่ต้มก็ให้นึกถึงเครื่องชนิดหนึ่งที่ชื่อ egg timer ซึ่งก็คือ เครื่องจับเวลาการต้มไข่อัจฉริยะ ที่บอกได้เลยว่าไข่ที่เราต้มข้างในสุกไปถึงไหนแล้ว  ตัว Egg Timer จะมีขีดบอกระดับความสุกของไข่จะมี 3 ระดับ soft – medium – hard ที่ระบุไว้ด้ายบน ทีนี้ไม่ว่าอยากจะกินไข่แบบใหนจัดไปเลยลูกพี่ very handy indeed.

สำหรับ omelet นั้น จะมีหน้าตาไม่เหมือนไข่เจียวไทยๆ (Thai Omelette) โดยจะออกแนวๆไข่เจียวม้วนเสียมากกว่า โดยอาจจะใส่เครื่องควบคู่ไปด้วย เช่น แฮม (Ham) เบคอน (Bacon) หัวหอม (Onion) มะเขือเทศ (Tomato) หรือ พริกหยวก (Red / Green Pepper)

scrambled egg – ไข่คน ไม่ใช่ไข่ของคนนะครับ อันนั้นเขาเรียก ball หรือ ovum
ไข่คนนั้นจะทำโดยการผัดไข่ที่ผสมเครื่องปรุงไว้แล้ว จนกึ่งสุกกึ่งดิบแล้วนำขึ้นจากกระทะ โดยไข่คนนั้นจะมีส่วนผสมที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่คือ นม เกลือ เนย และ พริกไทย

egg noodles (เอก นูเดิล) คือบะหมี่เหลือง ซึ่งทำมาจากแป้งข้าวสาลีและไข่ (noodles made of wheat flour and eggs)

สำนวนที่เกี่ยวกับไข่

Kill the goose that lays the golden egg (คิล เธอ กูส แธทฺ เลย์ซ เดอะ โกลเดน เอก) หมายถึงทำลายสิ่งที่นำประโยช์มาให้ น่าจะมาจากนิทานเรื่องห่านกับไข่ทองคำ ที่ห่านของชาวนาออกไข่เป็นทองคำให้กับชาวนา แต่ชาวนาโลภมากอยากได้ไข่ทองคำเยอะๆเลยผ่าท้องห่านห่านตายเขาก็เลยไม่ได้อะไรเลย ซึ่งเป็นที่มาของสำนวนนี้

Don’t put all your eggs in one basket (ด้น พุท ออล ยัวร์ เอก อิน วัน แบสคิท) แปลตรงๆก็ประมาณว่าอย่าเก็บไข่ทั้งหมดไว้ที่ตระกร้าไบเดียว ถ้าตระกร้าหายหรือตกเราก็จะสูญเสียไข่ทั้งหมด นั้นก็คือให้มีแผนสำรองเผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่เสียหายเยอะ
Don't put all your eggs in one basket, we need a backup plan.
อย่างฝากไข่ไว้ที่ตระกร้าไบเดียว เราต้องมีแผนสำรอง

Don't count your chickens before they're hatched (ด้นทฺ เค้า ยัวร์ ชิคเคินซ บีฟอร์ แธเออร์ แฮทชฺ) น่าจะคล้ายๆกับสำนวนไทยที่ว่า อย่าหวังน้ำบ่อหน้า แปลตรงๆก็จ่าจะประมาณ อย่านับลูกไก่ก่อนที่มันจะฟัก(เป็นตัวออกมา) บางทีเขาก็ตัวเหลืแแค่ don't count your checkens.
Hold your horse man! Don't count your chickens, thing might not turn the way you expected
ช้าก่อนไอ้เกลอ อย่าพึ่งหวังน้ำบ่อหน้า มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่แกต้องการก็ได้

Achieve a duck’s egg (อะชีฟว อะ ดุคซ เอก) รับประทานไข่ ใช้ในความหมายที่ ได้แต้มศูนย์ เมื่อแข่งกีฬาหรือแข่งขันอะไรซักอย่าง บางทีก็ใช้คำว่าห่านแทน เป็น achieve a goose's egg.
After the competition ended, it turned out that our team achieve a duck's egg.
หลังจากจบการแข่งขัน ปรากฏว่าเรารับประทานศูนย์กันทั่วหน้าครับพี่น้อง

ไข่ในหิน มาถึงสำนวนไทยของเราบ้างครับกับคำว่า ไข่ในหิน ในภาษาอังกฤษที่ไกล้เคียงกันก็คือ To wrap somebody (up) in cotton wool (ทู แรพ ซัมวัน อัพ อิน คอท'เทิน วูล)

Don't raise your children by wrapping them up in cotton wool. They will not have enough vaccine against suffering when things go wrong.
อย่าเลี้ยงลูกอย่างกับไข่ในหิน เดี๋ยวพวกเขาจะไม่มีภูมิต้านทานความเสียใจ เมื่อเกิดอะไร (ไม่ดี) ขึ้น (คนสมัยนี้เป็นกันเยอะนะครับ)

หรือถ้าจะใช้เป็นคำเดียวสั้นๆ ที่ให้ความหมายคล้ายๆกับไข่ในหินก็คือคำว่า overprotect (verb - โอเวอร์พรอเทค) ครับ ความหมายตามคำก็คือประมาณ ประครบประหงมมากเกินไป

เช่น I feel that that little girl is overprotected by her parents.
ผมรู้สึกว่าเด็กคนนั้นถูกเลี้ยงดูแบบประครบประหงมมากเกินไปจากพ่อและแม่ของเธอ

you can't make an omelette without breaking eggs ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง

If we want to build an office park, we have to tear down that old building. You can't make an omelet without breaking eggs world.
ถ้าเราจะสร้างที่จอดรถของออฟฟิช เราก็ต้องพังตึกเก่าๆนั้นไป ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างเนาะ

Note: nit-picker = คนชอบจับผิดเล็กๆ น้อยๆ ในงานคนอื่น


Put them in sentences.

How would you like your eggs done?
ต้องการไข่แบบใหนครับ

Beat egg whites with sugar to prepare for cake baking.
ตีไข่ขาวกับน้ำตาลเพื่อเตรียมทำเค็ก

Caviar is very expensive.
ไข่ปลาคราเวียแพงมาก

The term caviar refers only to roe from wild sturgeon in the Caspian and Black Sea.
ไข่ปลาคราเวียคือไข่จากปลาสเตอร์เจี่ยนซึ่งอยู่แถบทะเลแคสเพียนและทะเลดำ

Always keep eggs in their carton.
เก็บไข่ไว้ในกล่องของมันไว้ตลอดเวลา

How to tell if eggs are fresh?
จะดูอย่างไรถึงจะรู้ว่าไข่ยังสดอยู่

Do goldfish lay eggs?! Oh yes. Goldfish lay lots of eggs. A female goldfish can lay several thousand eggs in one spawning!
ปลาทองวางไข่หรือเปล่า? วางซิ ปลาทองวางไข่ที่ละมากๆ ปลาทองตัวเมียสามารถวางไข่ที่ละหลายพันฟองในการวางไข่หนึ่งครั้ง

Video Section - Egg Recipe


14 Incredible Edible EGG Tricks


How To Poach an Egg - Perfect Poached Eggs Recipe!


How To Make an Omelet - Easy Cheesy Omelet Recipe Video


Just a gentle reminding, you are what you eat... hope you enjoy the video.


Read more at:
Share:
Read More

Thursday, June 25, 2015

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับการเดินทางโดยเครื่องบิน ตอนที่ 1- Travel By Airplane 1 - Prior Boarding

airplane vocab
airplane/aircraft
source: static3.businessinsider.com

Travel By Airplane 1 - Prior Boarding

สวัสดีครับ วันนี้ผมอยากพาทุกท่านไปเที่ยวกับผมครับพร้อมกับมี คำศัพท์ภาษาอังกฤษมากมายมาฝาก ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ การเดินทางโดย (traveling by an airplane - แทรฟ'เวิลลิง บาย แอน แอร์เพลน) ซึ่ง เครื่องบิน ในภาษาอังกฤษเราก็น่าจะคุ้นๆกันอยู่ นั้นก็คือคำว่า airplane หรือ aircraft (noun- แอร์เพลน/แอร์' คราฟทฺ)

คำศัพท์ที่ผมตั้งใจนำมาฝากมิตรรักแฟนเพลง (กลายเป็นนักร้องไป) ก็มีตั้งแต่คำศัพท์ก่อนขึ้นเครื่อง (prior boarding/pre boarding - ไพรเออร์  บอร์ดฺดิง/พรี บอร์ดฺดิง) ตอนอยู่บนเครื่อง (on board - ออนบอร์ด) จนกระทั้งเครื่องลงจอด (landing แลนดิง) และ ลงจากเครื่อง (deplaning/get off - verb - ดีแพลนิ่ง/เกท ออฟ) หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย

มาออกเดินทางไปก็ผมครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านขึ้นเครื่องเดินทางไปกับสายการบินของเรา English Tips for Thai  เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ - welcome on board/welcome aboard (เวลคัม ออน บอร์ด/เวลคัม อะบอร์ด) ครับ

Prior Boarding - ไพรเออร์  บอร์ดฺดิง - ก่อนขึ้นเครือง

มาตรงด่านแรกครับ เร่ิมจากการจองตั๋วเครื่องบินเราจะใช้คำว่า book an airline ticket (บุค แอน แอร์ไลน์ ทิค'คิท) หรือจะใช้คำว่า reserve (noun - รีเซิร์ฟว') แทนคำว่า book ก็ได้ครับ และหลังจากนั้นทำการซื้อตั๋ว (buy a ticket - บาย เออะ ทิค'คิท) กับ airline (แอร์ไลน์ - สารการบิน) หรือ travel agency (noun - แทรฟ'เวิล เอ' เจนซี - ตัวแทนขาย) หรือจะผ่าน online ก็บ่เป็นหยังเพราะสมัยนี้เราสามารถ ซื้อหรือจองแบบ online ได้แล้ว ค่าตั๋วในภาษาอังกฤษเรียกว่า airfare (noun - แอร์แฟร์)

ในตอนที่เราจองหรือซื้อตั๋ว เราก็ต้องระบุว่าจะซื้อแบบ economy class (อีคอน'นะมี แคลส - ชั้นประหยัด) หรือ business/first class (noun - บิซ'ซิเนส/เฟิร์ส แคลส - ที่นั่งชั้นหนึ่ง) ซึ่งแน่นอนราคาย่อมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้นเราก็ต้องระบุวันที่ที่จะเดินทาง (departure date - noun - ดีพาร์'เชอะ เดท/travel date - แทรฟ'เวิล เดท) รวมทั้งระบุประเภทของตั๋วว่าจะเป็นตั๋วไปกลับหรือตั๋วเที่ยวเดียว (ทำไมมันยุ่งยากจังอย่างนี้แหละครับ เดี๋ยวก็ชิน) ซึ่งในภาษาอังกฤษก็คือ

Type of air ticket - ประเภทของตั๋วโดยสาร
one-way ticket (noun - วันเวย์ ทิค'คิท) ตั๋วเที่ยวเดียว
a round-trip ticket (noun - อะ ราว ทริพ ทิค'คิท) ตั๋วไปกลับ

การซื้อตั๋วไปกลับ หรือ round-trip ticket บางสารการบินเราก็สามารถระบุได้ว่าขอตั๋วแบบ open ended ticket (โอเพิน เอ็นดิด ทิค'คิท) ซึ่งก็คือการซื้อเปิดไม่ระบุวันเดินทางกลับ ซึ่งจะแพงกว่าที่ระบุวันไปเลย

เที่ยวบินในการเดินทางก็จะแบ่งเป็นสองแบบคือไปเที่ยวบินไปต่างประเทศหรือกับเที่ยวบินภายในประเทศ ซึ่งภาษาอังกฤษเราใช้คำว่า

Type of Flight - ประเภทของเที่ยวบิน
flight (noun - ไฟล์ทฺ) เที่ยวบิน
domestic flight (noun - ดะเมส'ทิค ไฟล์ทฺ)  เที่ยวบินในประเทศ
international flight (noun - อินเทอแนช'เชินเนิล  ไฟล์ทฺ) - เที่ยวบินต่างประเทศ

ช้าก่อน ก่อนที่จะออกเดินทางเราก็ต้องเตรียมเอกสารต่างๆไว้ ถ้าเป็นการเดินทางภายในประเทศ ก็ต้องมี Citizen ID (ซิติเซ่น ไอดี) หรือบัตรประชาชนนั้นเอง แต่ว่าถ้าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ เราต้องมี passport (แพสพอร์ท) หรือที่เรียกว่าหนังสือเดินทาง (travel document - แทรฟ'เวิล ดอก'คะเมินทฺ) บางประเทศต้องมี visa ด้วย ก็ต้องไปขอก่อนการเดินทาง

check-in
Source:forum.airways.cz
Checking In
หลังจากที่เอกสารพร้อมและมีตั๋วแล้ว เมื่อถึงวันที่เราต้องขึ้นเครื่อง เราก็จะไปที่ ที่สนามบินหรือท่าอากาศยาน (airport - noun - แอร์พอร์ท) เพื่อที่จะไปทำการ check in (verb - เชคอิน | check-in - noun )
ก่อน check in เราต้องนำกระเป๋าเดินทางที่จะ check in หรือ load ไปกับเครื่อง ไปผ่านการ scan ก่อน ซึ่งเรียกขั้นตอนนี้ว่า check your bag (เชค ยัว แบค์) ผ่านเครื่อง scanning machine ที่เรียกว่า computer tomography (CT) scanner

หลังจากนั้นก็ไปที่ check-in desk/check-in counter/check-in lounge (noun - เชคอิน เดสคฺ/เชคอิน เคา'เทอะ/เชคอิน เลาจฺ) หรือ บางที่ก็จะมี check-in machine (noun - เชคอิน มะชีน) ไว้ให้เพื่อทำการ check in และในขั้นตอนนี้เราก็จะทำการ load  กระเป๋าขึ้นเครื่องด้วย(ถ้ามี) ซึ่งแต่ละสายการบินก็จะอนุญาติให้จำนวนน้ำหนักที่ต่างกันไป ซึ่งน้ำหนักที่ให้นี้เรียกว่า checked/check-in baggage allowance (noun - เชคทฺ/เชคอิน แบกเกจ  อะเลา' เอินซฺ) ส่วนกระเป๋าที่เราจะ load ไปกับเครื่องภาษาอังกฤษเรียกว่า check-in baggage/luggage (noun - เชคอิน แบก'เกจฺ/ลัก'กิจฺ) บางสารการบินก็สามารถที่จะ ทำการ online check-in (noun  - ออนไลน์ เชคอิน) ได้แต่ผมเข้าใจว่าต้องไม่มี กระเป๋าที่จะ load
การ check in online ก็จะได้ boarding pass เหมือนกันครับ ซึ่งจะเรียกว่า e-boarding pass ซึ่งจะส่งเข้า email สามารถ ตรวจสอบได้จากมือถือ (smartphone/mobile phone/tablet) ได้  ในตอนที่เรา check in เราอาจจะสามารถระบุได้ ที่นั่งได้ว่าจะ ที่นั่งติดหน้าต่าง ซึ่งก็คือ window seat (noun - วินโดว์ ซีท) หรือที่นั่งติดทางเดิน aisle seat  (noun -ไอลฺ ซีท)

boarding pass
boarding pass
Source: www.qantas.com.au

หลังจากผ่านขั้นตอนการ check in เราก็จะได้ boarding pass (noun - บอร์ดดิง แพส/พาส) มา โดยใน boarding pass ก็จะประกอบไปด้วย
traveller name (noun - แทรฟ'เวิล เลอร์ เนม) ชื่อผู้เดินทาง
airline code (noun - แอร์ไลน์ โคด) รหัสสายการบิน
flight number (noun - ไฟล์ท นัมเบอร์) เที่ยวบินที่
travel date (noun - แทรฟ'เวิล เดท) วันที่ออกเดินทาง
boarding time (บอร์ดดิง ไทมฺ) เวลาขึ้นเครื่อง
seat (noun - ซีท) เลขที่นั่ง ซึ่งน่าจะมาจาก seat number นั้นเอง ตัวอย่างเช่น 3J, 36K, 40D เป็นต้น
SEQ (sequence-ซีเคว้น) ลำดับที่ในการ  check-in
from, to ก็เป็นตัวบอกว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางจากใหนไปใหน

รหัสเที่ยวบินแต่ละเที่ยวจะประกอบไปด้วย รหัสสายสายการบินกับรหัสเที่ยวบิน เช่น TG606
TG ก็คือรหัสสายการบินของ Thai Airways International 
ตัวอย่างรหัสสายการบินอื่นๆ 
QF = Quantas Airlines
OZ = Asiana Airlines 
NH = All Nippon Airways (ANA) 
MU = China Eastern Airlines 
BA = British Airways  
VN = Vietnam Airlines

รหัสที่ว่าด้านบนนี้สามารถซ้ำกันได้นะครับ เพราะเป็นรหัสแบบ IATA (International Air Transport Association) ซึ่งมีแค่ตัวอักษร 2 ตัวอักษรซึ่งไม่เพียงพอกับสายการบินทั้งหมด รหัสสายการบินอีกแบบก็คือ ICAO (International Civil Aviation Organization) ซึ่งใช้ตัวอักษร 3 ตัวอักษร ซึ่งไม่ซ้ำกันในแต่ละสายการบิน (unique - ยูนีคฺ - ไม่ซ้ำ | duplicate - ดิว'พละเคท - ซ้ำกัน) Thai Airways International ใช้ตัวย่อ THA สำหรับรหัสแบบที่สองนี้

ถ้าอยากรู้เรื่องราวรหัสของสายการบิน ก็ไปที่ website นี้เลยครับ https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_airline_codes


Source: communique.atlastravel.com
หลังจากที่เราได้ boarding pass มาเแล้วเราก็ต้อง ไปทำการรอขึ้นเครื่องตาม gate ที่ระบุไว้ที่ boarding pass นะครับ อย่าลืมดู boarding time ดีๆ ด้วยนะครับ ไม่งั้นอาจจะโดน final call ตาม
โดยปกติถ้าใกล้เวลาที่เครื่องจะออก ทางสายการบินเขาก็จะประกาศแจ้ง (flight announcement) ให้ขึ้นเครื่อง ซึ่งจะมีทั้งภาษไทยและภาษาอังกฤษ ตัวอย่างจากสายการบิน

โปรดทราบ เครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 150 พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางไป นิวยอร์ค ขอเชิญผู้โดยสารทุกท่านขึ้นเครื่องได้ ณ ทางออกหมายเลข 56 โปรดขึ้นเครื่องได้ ณ ทางออกหมายเลข 56 ขอบคุณครับ 

Thai Airways International Flight TG150 To New York 
It's now boarding at gate number 56, please board at gate number 56, Thank You.

หลังจากนั้นก็จะมีการประกาศเรียกขึ้นเครื่องครั้งสุดท้ายที่เรียกว่า final call (noun - ไปนอล คอล)

โปรดทราบ ประกาศครั้งสุดท้ายของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 150 กำลังจะออกเดินทางไป นิวยอร์ค ขอเชิญผู้โดยสารทุกท่านขึ้นเครื่องได้ ณ ทางออกหมายเลข 56 โปรดขึ้นเครื่องได้ ณ ทางออกหมายเลข 56 ด่วน ขอบคุณครับ

Attention please, this is a Final Call of Thai Airways International Flight TG150 To New York.
It's now boarding at gate number 56, please board a gate number 56, immediately,
Thank You.

หรือบางที่ถ้ามีการประกาศครั้งสุดท้าย final call ไปแล้ว ยังมีผู้โดยสารไม่ขึ้นเครื่องก็อาจจะ ถูกระบุชื่อไปด้วย ซึ่งอาจจะมีข้อความประมาณ

Thai Airways International is pleased to announce the FINAL boarding call for Mitty Frost Airlines flight TG150 to New York. All ticketed and confirmed passengers should now be on board the aircraft at gate 60.

คำศัพท์เกี่ยวกับการเดินทางโดยเครื่องบิน

เที่ยวบินและเครื่องบินประเภทต่างๆ
airliner (noun - แอร์ไลเนอร์)  เครื่องบินโดยสาร (large passenger aircraft)
jumbo jet (noun - จัมโบ เจท) เครื่องบินจัมโบ้

jetliner (noun - เจทไลเนอร์)  เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่
flight (noun - ไฟล์ทฺ) เที่ยวบิน
aviation (noun - เอวิเอ' เชิน) เกี่ยวกับการบิน
civil aviation (ซิวิล อิวิเอ' เชิน) การบินพลเรือน
commercial aviation (noun - คะเมอ'เชิล เอวิเอ' เชิน) สายการบินพานิช
commercial airline/aircraft (noun - คะเมอ'เชิล แอร์ไลน์/แอร์' คราฟทฺ) สายการบินพานิช
commercial flight (noun - คะเมอ'เชิล ไฟล์ทฺ) เที่ยวบินพานิช
cargo flight  (noun - คาร์'โก ไฟล์ทฺ) เที่ยวบินบรรทุกสินค้า
cargo aircraft  (noun - คาร์'โก แอร์' คราฟทฺ) เครื่องบินบรรทุกสินค้า
direct flight  (noun - ไดเรคท์ ไฟล์ทฺ)) เที่ยวบินที่บินตรง

ผู้คนที่เกี่ยวข้อง
passenger  (noun - แพส'เซนเจอะ)  ผู้โดยสาร
ground crew/staff (noun - กราวด์ ครู/สแตฟฺ) - พนักงานสายการบินที่ทำงานภาคพื้นดิน
flight crew/aircrew (noun - ไฟล์ทฺ ครู/แอร์ครู) - พนักงานที่เกี่ยวของกับการ
cabin crew (noun - แคบ'บิน ครู - ลูกเรือ ก็คือ flight attendants นั้นเอง)
flight attendant (noun - ไฟล์ทฺ อะเทน'เดินท - พนักงานดูแลบนเครื่อง)
steward (noun - สทู'เอิด - พนักงานดูแลบนเครื่อง ผู้ชาย)
stewardess (noun - สทู'เออดิส - พนักงานดูแลบนเครื่อง ผู้หญิง)
pilot (noun - ไพเลิท) นักบิน
copilot (noun - โค ไพเลิท) นักบินร่วม, นักบินที่สอง, ผู้ช่วยนักบินหลัก
x-ray operator (noun - เอคซเร ออพ'พะเรเทอะ) พนักงานที่ทำหน้าที่เอกซฺเรย์กระเป๋า

คำศัพท์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
in-flight (adj - อินไฟล์ทฺ) ในระหว่างบิน
cockpit (noun - คอค'พิท) ห้องคนขับเครื่องบิน
luggage compartment/bin/locker (noun - ลัก'กิจฺ คัมพาร์ท'เมินทฺ/บิน/ลอค'เคอะ) ช่องเก็บสัมภาระ
overhead compartment/bin/locker (noun - โอเฝอร์เฮด คัมพาร์ท'เมินทฺ/บิน/ลอค'เคอะ) ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ
baggage/luggage (noun - แบก'เกจฺ/ลัก'กิจฺ) กระเป๋าเดินทาง
carry-on luggage (noun - แคร์รี อ่อน ลัก'กิจฺ) กระเป๋าที่เรานำขึ้นเครื่องไปด้วย
baggage/luggage claim  แบก'เกจฺ/ลัก'กิจฺ เคลม จัดรับกระเป๋าสัมภาระ
terminal (noun - เทอ'มะเนิล) อาคารผู้โดยสาร
concourse (noun - คอน'คอร์ส) อาคารเทียบเครื่องบิน
gate (noun - เกท) ประตูทางออก
aisle seat  (noun -ไอลฺ ซีท) ที่นั่งติดทางเดิน
window seat (noun - วินโดว์ ซีท) ที่นั่งติดหน้าต่าง
runway (noun - รันเวย์) ทางขึ้นลงของเครื่องบิน
jet lag (เจท แลก) เอาการเหนื่อยล้า มึนงง นอนไม่หลับ มักจะเกิดกับการขึ้นเครื่องบินทางไกลไปต่างประเทศ ซึ่งมี timezones (noun - ไทมฺโซน - เข็ตแบ่งเวลา) ต่างกัน
arrivals (noun - อะไร'เวิลซ์) ขาเข้า
departures (noun -ดีพาร์'เชอะซ์) ขาออก
arrival passenger (noun - อะไร'เวิล แพส'เซนเจอะ) ผู้โดยสารขาเข้า
departure passenger (noun - ดีพาร์'เชอะ แพส'เซนเจอะ) ผุ้โดยสารขาออก
emergency exit (noun - อิเมอ'เจินซี) ทางออกฉุกเฉิน
refreshments (noun - รีเฟรช'เมินทฺ) เครื่องดื่มและอาหารว่าง
turbulence (noun - เทอ'บิวเลินซฺ) การบินที่ไม่ราบรื่น
seatbelt (noun - ซีทเบลทฺ) เข็มขัดนิรภัยบนที่นั่ง
blanket (noun - แบลงกิท) ผ้าห่ม
oxygen mask (noun - ออค'ซิเจน  แมสคฺ/มาสคฺ) หน้ากากก๊าซออกซิเจน
x-ray scanner/machine (noun - เอคซเร สแกนเนอร์/มะชีน) เครื่องเอกซฺเรย์
touch down (noun/verb - ทัชฺ ดาวน์) จุดที่ล้อเครื่องบินแตะลงสู่พื้นดินเพื่อจอด
life vest/jacket (noun - ไลฟ์ เฝสท์/แจคกิจ) ชุดชูชีพช่วยชีวิตเมื่อต้องลงจอดฉุกเฉินในน้ำ
call light (noun - คอล ไลทฺ) ปุ่มที่ผู้โดยสารใช้กดเรียกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
cabin (noun - แคบ'บิน) พื้นที่ภายในของเครื่องบิน
window shade  (noun - แคบ'บิน)
tray table (noun - เทร เทเบิล) โต๊ะหน้าที่นั่ง
flight information (ไฟล์ทฺ อินฟอร์เม'เชิน ) ข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบิน
departures board (noun - ดีพาร์'เชอะซ์ บอร์ด) กระดานแจ้งเที่ยวบินขาออก
arrivals board (noun - อะไร'เวิลซ์ บอร์ด) กระดานแจ้งเที่ยวบินขาเข้า
conveyor belt (noun - คันเว'เออะ เบลทฺ) สายพานลำเลีย
customs (noun - คัส'เทิมซ) อากรศุลกากร

Verb+Adj  ที่ใช้บ่อยๆ
book/reserve 
confirm (verb - คันเฟิร์ม) ยืนยัน เช่า confirm your ticket.
cancel (verb - แคนเซิล) ยกเลิก
board (verb - บอร์ด) ขึ้นเครื่อง
take off (verb - เทค ออฟ) ทะยานขึ้น (noun = take-off)
land (verb - แลนดฺ) ลงจอด (noun=landing)
arrive (verb - เออะไรฝ์) มาถึง (noun=arrival)
depart (verb - ดิพาร์ท) ออกจาก (noun=departure)
fasten your seatbelt (verb - ฟาสเทน ยัวร์  ซีทเบลท์) คาดเข็มขัดนิรภัย
release your seatbelt (verb - รีลีส ยัวร์  ซีทเบลท์) ปลดเข็มขัดนิรภัย

bumpy/rough (adj - บัมพิ/รัฟ) ความไม่ราบรื่นของเครื่องบินขณะบิน
delayed (adj - ดิเลย์ดฺ) ล่าช้า
cancelled (adj - แคนเซิลท์) ยกเลิก เช่น

Note:
เพื่อให้เห็นภาพ ของคำ 4 คำนี้ airport, terminal, concourse และ gate เราจะเรียงลำดับจาก พื้นที่ใหญ่ที่สุดไปหาพื่นที่เล็กทีสุด
airport -> terminal -> concourse -> gate
1 airport มีได้หลาย terminal
1 terminal มีหลาย concourse
1 concourse  มีหลาย gate



departures board
onemileatatime.img.boardingarea.com

Put them in sentences.

Check-in is usually the first procedure for a passenger when arriving at an airport, as airline regulations require passengers to check in by certain times prior to the departure of a flight.
การ check in ปกติแล้วเป็นขั้นตอนแรกเมื่อผู้โดยสารไปถึงสนามบิน ตามกฏแล้วผู้โดยสารต้อง check in  ตามเวลาก่อนที่เที่ยวบินจะออกจากสนามบิน

In some airport, you can check in at the check-in machine.
ในสนามบินบางที่ คุณสามารถ check in ผ่านเครื่องได้

If it is possible, arrive at the airport 2 or 3 hours before your departure for an international flight and at least 1 hour before your flight departs for a domestic flight.
ถ้าเป็นไปได้ ควรไปถึงสนามบินก่อนเครืองออก ประมาณ 2-3 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศหรือ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเครื่องออกสำหรับการเดินทางภายในประเทศ

When does the plane take off?
When does the flight leave?
When does the flight depart?
What is the departure time?
เครื่องออกกี่โมง (ทั้งสี่ประโยคนี้นี้มีความหมายเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการถาม)

Please be at the boarding gate well ahead of departure time.
กรุณามาที่ประตูทางออกขึ้นเครื่องก่อนเวลาที่จะออกเดินทาง

The airfare has already covered the cost of your meal.
ค่าโดยสารรวมค่าอาหารของคุณเอาไว้แล้ว

Would you like an aisle or a window seat ?
ต้องการที่นั่งริมทางเดินหรือริมหน้าต่างครับ

You're boarding at gate number 7.
คุณจะต้องไปขึ้นเครื่องที่ประตูทางออกหมายเลข 7 ครับ

Smoking is not allowed inside cabin.
ไม่อนุญาติให้สูบบุหรี่บริเวณภายในของเครื่องบิน

Please take a moment to locate the life vest under your seat.
กรุณาใช้เวลาซักครู่เพื่อดูเสื้อชูชีพใต้ที่นั่งของท่าน

Passengers for flight TG252, please board at gate number 4.
ผู้โดยสารที่จะโดยสารไปกับเที่ยวบิน TG252 กรุณาขึ้นเครื่องที่ทางออกหมายเลข 4

Please keep your carry-on bag in the overhead locker or under the seat in front of you.
กรุณาเก็บกระเป๋าของท่านไว้บนที่เก็บสัมภาระเหนือศรีษะหรือใต้ที่นั่งด้านหน้าของท่าน

Please keep your seatbelt fasten at all time while seated.
กรุณารัดเข็มขัดตลอดเวลาขณะที่นั่ง

I had a very bumpy flight this morning as we had turbulence.
เที่ยวบินที่เรามาไม่ค่อยราปรื่นเท่าใหร่ เราเจอ turbulence (การเคลื่อนไหวผิดปกติของบรรยากาศ)

CAT (clear air turbulence) is one kind of turbulence and is commonly found.


ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างวีดีโอสาธิตข้อปฎิบัติต่างๆ บนเครื่องบินครับ (in-flight safty demonstration) 

Video in-flight Safety Video



Thai Airways Safety Demonstration



More videos at In-Flight Safe Demonstration
เป็นการสาธิตความปลอดภัยต่างๆบนเครื่องของสายการบินต่างๆ

Please stay tuned for the next part of English Tips for Thai : Travel by Airplane 2 - On Board. ตอนหน้าผมจำขอนำเสนอคำศัพท์ภาษาอังกเกี่ยวการเดินทางโดยเครื่องบิน  ตอนหน้าจะเป็นภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับตอนที่เราอยู่บนเครื่อง

Read more at:
Share:
Read More

Saturday, June 20, 2015

months - ครบเครื่องเรื่องเดือนภาษาอังกฤษ รวมทั้งจักรราศรีและอื่นๆที่เกี่ยวกับเดือน

months - เดือนภาษาอังกฤษ
months - เดือนภาษาอังกฤษ
source: thumbs.dreamstime.com

วันนี้ผมอยากจะขอเสนอ คำศัพท์ง่ายๆในภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับเรื่อง เดือนในภาษาอังกฤษ (month in English/month name in English - month อ่านว่า มันธฺ ต้องให้มีเสียง th ด้วยแน่นอนเดือนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่เราทุกคนน่าจะได้เรียนกันมาแล้ว และเป็นคำที่เราใช้บ่อยไม่น้อย เช่นในเวลาที่เรา มีนัด (appointment อะพอย'เมินทฺ) หรือทำ project plan ก็ต้องระบุ วันเดือนและปีที่ project จะเริ่มและจะเสร็จ ดังนั้น เดือนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรมาทบทวนกันหน่อย

เดือนในภาษาอังกฤษทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่า มี 12 เดือน ใน 1 ปี (there are 12 months in a year - แธร์ อาร์ ทเวลฟ์ มั้นธฺซ์ อิน อะ เยียร์) ซึ่งเดือนทั้ง 12 พร้อมกับ ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษ นั้นได้แก่

MonthMonth (ย่อ)คำอ่านเดือน
JanuaryJanแจ๊นยุอะริมกราคม
FebruaryFebเฟ๊บบรุอะริกุมภาพันธ์
MarchMarมาร์ชมีนาคม
AprilAprเอพรึลเมษายน
MayMayเมพฤษภาคม
JuneJunจูนมิถุนายน
JulyJulจุลายกรกฎาคม
AugustAugออ-กัสท์สิงหาคม
SeptemberSepเซพเท็มเบอะร์กันยายน
OctoberOctออคโท๊เบอะร์ตุลาคม
NovemberNovโนเว๊มเบอะร์พฤศจิกายน
DecemberDecดิเซ๊มเบอะร์ธันวาคม

คำที่เรามักใช้กับเดือนในภาษาอังกฤษ
preposition เมื่อพูดเกี่ยวกับเดือนในภาษาอังกฤษ เราก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้คู่กับ preposition ซึ่งเราใช้คำกับคำว่า in, on, during, by

In
ถ้าใช้กับเดือนอย่างเดียวเราใช้ in เช่น

I was born in September
(ไอ วอส บอร์น อิน เซพเท็มเบอะร์ - ผมเกิดในเดือนกันยายน)

She needs to go to Australia in January.
(ชี นีดซ์ ทู โก ทู ออสเตรเลีย อิน แจ๊นยุอะริ - เธอต้องไปที่ออสเตรเลียในเดือนมกราคม)

On
แต่ถ้าเมื่อใหร่มีวันเข้ามาด้วย (พร้อมกับเดือน) เราจะใช้ on แทน เช่น

Rosie's born on January 6th.
(โรซี่ซ บอร์น ออน แจ๊นยุอะริ ซิกซธ์ - โรซี่สเกิดวันที่ 6 เดือน มกราคม)

The competition will begin on the 20th of June.
(เดอะ คอมพิทิช'เชิน วิล บิกิน ออน เดอะ ทเวนทิเอธ ออฟ จูน - การแข่งขันจะเริ่มวันที่ 20 เดือนมิถุนายน)

The project need to finish on March 3, 2015.
(เดอะ พรอเจค นีด ทู ฟิน'นิช ออน มาร์ช เธิร์ด ทูเธา'เซินดฺ ฟิฟทีน'  - โครงการต้องเสร็จวันที่ 3 เดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2015)

During (เดียว'ริง - ช่วงระหว่าง)

During January the average sunshine hours are around eight hours, which is the same as December and February
(เดียว'ริง แจ๊นยุอะริ  ดิ เอฟเฝอริจ ซันชาย อ๊าวเออร์ซ อาร์ เออะราว เอท อ๊าวเออร์ซ วิช อีส เดอะ เซม แอสซ์ ดิเซ๊มเบอะร์ แอน เฟ๊บบรุอะริ - ช่วงระหว่างเดือนมกราคม ระยะเวลาที่มีแสงอาทิตย์โดยประมาณคือ แปดชม. ซึ่งคล้ายๆกับเดือนธันวาคมและเดือนกุมภาพันธ์)

Within (วิธอิน - ภายใน)

We need to finish this project within July.
(วี นีด ทู ฟิน'นิช เดอะ พรอเจค วิธอิน จุลาย เราจำเป็นที่จะต้องทำโครงงานให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม)

By (บาย - ภายใน
We need to finish this project by next/this July.
(วี นีด ทู ฟิน'นิช เดอะ พรอเจค บาย เนคซ์ทฺ/ธีส จุลาย เราจำเป็นที่จะต้องทำโครงงานให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคมหน้า/ที่จะถึงนี้)


employee of the month
employee of the month
Source:s3.amazonaws.com
Collocation - คำที่เรามักจะใช้กับเดือน

  • early - in early January (อิน เออร์ลิ แจ๊นยุอะริ - ต้นเดือนมกราคม)
  • late - in late January (อิน เลท แจ๊นยุอะริ -  ปลายเดือนมกราคม)
  • beginning - at the beginning of January/the month (แอท เดอะ บิกินนิง อัฟ แจ๊นยุอะริ/เดอะมันธฺ - ต้นเดือนมกราคม/ต้นเดือน)
  • end - at the end of January/the month (แอท ดิ เอ็น อัฟ แจ๊นยุอะริ/เดอะมันธฺ - ปลายเดือนมกราคม/ปลายเดือน) (เราไม่ใช in the end เพราะ in the end = finally ซึ่งตรงข้ามกับ at first)  นอกจากนี้ยังมีคำว่า month end มันธ์เอนด์ - สิ้นเดือน
  • mid/middle - in mid January (อิน มิด แจ๊นยุอะริ - กลางเดือน) We will arrive on site in mid-January.
  • coming - in the coming January/month (อิน เดอะ คัมมิง แจ๊นยุอะริ/มันธฺ - ในเดือนมกราคม/เดือน ที่กำลังจะมาถึง)
  • last - (แลสทฺ/ลาสทฺ) last January/last Month - เดือนมกราคมที่ผ่านมา/เดือนที่ผ่านมา
  • next - (เนคซฺทฺ) ​next January/next month - เดือนมกราคมหน้า/เดือนหน้า
  • this - (ธีส) ​this January/this month - เดือนมกราคมนี้/เดือนนี้
  • holiday - (ฮาละเดย์)  January/February/... holidays วันหยุดในเดือนมกราคม/กุมพาพันธ์/....
  • first - (เฟิร์สทฺ - อันแรก สิ่งแรก) March was originally the first month of the year in the old Roman calendar  เดิมทีนั้น เดือนมีนาคมเป็นเดือนแรกของปีในปฏิทินดั้งเดิมแบบโรมัน.
  • last - (แลสทฺ/ลาสทฺ - สุดท้าย) December is the last month of the year.
  • following - (ฟาละวิง) in the following month ในเดือนถัดมา
  • before - (บิฟอร์ - ก่อน) in the month before
  • after - (แอฟเทอร์/อาฟเทอร์ - หลัง) in the month after
  • late - (เลทฺ) late this month ปลายเดือนนี้
  • later - (เล'เทอะ) later this month หลังจาก(วัน)นี้ในเดือนนี้
  • of - (อัฟ) the month of June เดือนมิถุนายน The zodiac signs for the month of July are Cancer. (เดอะ โซ'ดิแอค ซายน์ ฟอร์ เดอะ มันธ์ อัฟฺ จุลาย อาร์ แคนเซอร์ - ราศีในเดือนกรกฎาคม คือราศีกรกฎ)

เราพูดถึง เดือนภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะให้ข้อมูลสมบูรณ์เราก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึง  ชื่อของวันทั้ง 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ในภาษาอังกฤษ  (when we talk about name of the months and to have complete information, it is inevitable to talk about the name of 7 days in a week in English)
DayDay (ย่อ)คำอ่านวัน
MondayMonมันดิย์วันจันทร์
TuesdayTueทยูส-ดิย์วันอังคาร
WednesdayWedเวนส-ดิย์วันพุธ
ThursdayThuเธอซ'ดิย์วันพฤหัสบดี
FridayFriไฟร'ดิย์วันศุกร์
SaturdaySatแซท'เทอดิย์วันเสาร์
SundaySunซัน'ดิย์วันอาทิตย์

เมื่อพูดถึงวัน คำ preposition ที่ใช้ ก็ต้อง  เป็น on เช่น on Monday,  on Friday

คำอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับชื่อเดือนในภาษาอังกฤษ

คำเหล่านี้เป็นหน่วยวัดที่ใช้กับเวลา โดยไล่จากหน่วยที่เล็กที่สุดไปหาหน่วยเวลาที่ใหญ่ที่สุด
millisecond (1/1000 seconds) ->  second -> minute -> hour -> day -> week -> month ->  year -> decade (10 years) -> century (100 years) -> millennium (1,000 years) -> era (ยุค)

คำคำย่อคำอ่านคำแปล
millisecond/millisec msec. มิล'ลิเซคเคินดฺ/มิล'ลิเซค 1/1000 วินาที
secondsec.เซคเคินดฺ/มิล'ลิเซควินาที
minutemin.มิน'นิทนาที
hourhr.เอา'เออะชั่มโมง
dayเดย์วัน
weekwk.วีคฺสัปดาห์
monthmo.มันธฺเดือน
yearเยียร์ปี
decadeเดค'เคดทศวรรษ
centuryเซน'ชิวรีศตวรรษ
eraเอีย'ระยุค สมัย


Source:www.offthemark.com
calendar -  แคล'เลนเดอร์ - ปฏิธิน
calendar year - ระยะเวลาหนึ่งปีตามปฏิทิน
calendar month - ระยะเวลาหนึ่งเดือนตามปฏิทิน
leap year -  ลีพ์ เยียร์ - ปีอธิกสุรทิน ปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน ซึ่งเกิดขึ้นทุก 4 ปี
schedule - เชด'ดูล, สเคด'ดูล - หมายกำหนดการ, ตารางเวลา

Note - หมายเหตุ
นอกจาก in จะใช้กับเดือนแล้ว เรายังใช้กับ
ปี (year -เยียร์) เช่น in 1992, in 2006
ทศวรรษ (decade - เดค'เคด) เช่น in the sixties, in the 1790s
ศตวรรษ (century -เซน'ชิวรี): in the 19th century
ฤดู (season - ซีซั่น) in winter (วิน'เทอะ - ในฤดุหนาว), in summer (ซัม'เมอะ - ในฤดูร้อน), in autumn (ออ'ทัมน์ - ในฤดูใบไม้ร่วง), in spring (อิน สปริง - ในฤดูใบไม้ผลิ), in dry season (อิน ดราย ซีซัน - ฤดูแล้ง)
ช่วงระหว่างวัน (part of the day - พาร์ท ออฟ เดอะ เดย์) in the morning, in the afternoon, in the evening

last January อาจจะทำให้สับสนไม่แน่ใจได้ว่าเป็น last January ของปีนี้หรือของปีที่แล้ว ซึ่งอาจจะต้องถามให้แน่ใจว่า Is it last January of this year or last year?
ถ้าจะลดความสับสนลงโดยอ้างถึงปีนี้เราควรจะใช้ this January/February... หรือ  this past January/Febuary

day-end closing, month-end closing, year-end closing หรือบางที่ก็เรียกว่า daily close/monthly close/yearly close.
สามกลุ่มคำนี้หมายถึงช่วงเวลาในการตรวจสอบหรือปิดงบทางบัญชี (close out the current posting period)
ซึ่งจะเป็นเมื่อใหร่ก็ขึ้นอยู่กับรอบ day-end closing ก็เป็นการปิดบัญชีช่วงสิ้นวัน month-end closing ก็ก็เป็นการปิดบัญชีช่วงสิ้นเดือน year-end close  ก็เป็นการปิดบัญชีช่วงสิ้นปี

lunar month ลู'นะ มันธฺ - เดือนตามจันทรคติ
lunar calendar ลู'นะ แคล'เลนเดอร์ - ปฏิทินจันทรคติ
zodiac โซ'ดิแอค - จักรราศรี The Zodiac is the twelve constellations in the form animals or humans. จักรราศรีคือกลุ่มดาวทั้ง 12  ซึ่งอยู่ในรูปของสัตว์หรือคน
constellation ค้านสเตเลชั่น - กลุ่มดาว
horoscope ฮอร'ระสโคพ - ดวงชะตาราศี

Zodiac - จักรราศรี
เมื่อพูดถึงเดือนในภาษาอังกฤษก็อยากจะพูดถึงราศีในภาษาอังกฤษ ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับเดือนเกิดของแต่ละคน
zodiac
zodiac - จักรราศี
Source: astrodecision.com

ภาษาละตินคำอ่านภาษาไทยสัญลักษ์Sign
AriesเอริสราศีเมษแกะThe Ram
TaurusทอรัสราศีพฤษภวัวThe Bull
Geminiเจมินี่ราศีเมถุนคนคู่The Twins
Cancerแคนเซ่อร์ราศีกรกฎปูThe Crab
Leoลิ'โอราศีสิงห์สิงโตThe Lion
Virgoเวอร์โกราศีกันย์หญิงสาวThe Virgin
Libraลิเบรอราศีตุลย์คันชั่งThe Scales
Scorpioสโกร์พีโอราศีพิจิกแมงป่องThe Scorpion
SagittariusซะจิเทเรียสราศีธนูคนยิงธนูThe Archer
Capricornแค็พพริโคร์น ราศีมังกรแพะทะเลThe Sea-goat
Aquariusอเควเรียสราศีกุมภ์คนแบกหม้อน้ำThe Water Carrier
Piscesไพ้ซี่สราศีมีนปลาThe Fish

เวลาที่จะบอกว่าเราราศีอะไร ก็จะพูดว่า
I am a Virgo (ไอ แอม อะ เวอร์โก - ผมอยู่ราศีหญิงสาว)
You were born on January 1st so you are a Pisces. (ยู เวอร์ บอร์ ออน แจ๊นยุเออะริ เฟิร์สทฺ โซ ยู อาร์ อะ ไพ้ซี่ส - คุณเกิดวันที่ 1 เดือนมกราคม ดังนั้นคุณจัดเป็นคนราศีมีน)

Chinese Zodiac - ราศีตามปีเกิดในภาษาอังกฤษ
ทางจีนเขาก็มีราศี แต่ต่างจากทางตะวันตก ราศีของจีนจะไม่ได้แบ่งตามเดือนเกิด แต่แบ่งตามปีเกิดแทน ซึ่งเราเรียกว่า 12 นักษัตร แต่ระรอบก็จะมี 12 ปี ซึ่งมีชื่อดังต่อไปนี้
ปีชวดYear of the rat
ปีฉลูYear of the ox
ปีขาลYear of the tiger
ปีเถาะYear of the rabit
ปีมะโรงYear of the dragon
ปีมะเส็งYear of the snake
ปีมะเมียYear of the horse
ปีมะแมYear of the goat
ปีวอกYear of the monkey
ปีระกาYear of the rooster
ปีจอYear of the dog
ปีกุลYear of the pig



leap year
Source: hawaii.hawaii.edu

Put them in sentences

What month were you born in? I was born in May. (what = identify)
คุณเกิดในเดือนใหน? ผมเกิด(ใน)เดือนพฤษภาคม

Which month do you want to go? (which = selection)
คุณอยากไปเดือนใหน?

How many days are there in February? Depends, in a leap year there are 29 days and in a non leap year there are 28 days.
เดือนกุมภาพันธ์มีกี่วัน ขึ้นอยู่กับว่า ถ้าเป็นปีอธิกสุรทิน จะมี 29 วัน และถ้าไม่ใช่ก็จะมี 28 วัน

My friend was born in the year of the snake.
เพื่อนผมเกิดปีมะโรง

I love to sit in the sun in spring.
ผมชอบนั่งตากแดดในฤดูใบไม้ร่วง

In accounting the monthly close is the processing of transactions, journal entries and financial statements at the end of each month
ในทางบัญชี การปิดบัญชีประจำเดือนคือการทำธุรกรรม รายการบันทึก และงบการเงิน ณ วันสิ้นเดือนของแต่ละเดือน

สุดท้ายนี้หวังว่า เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับเดือนภาษาอังกฤษ และเกร็ดความรู้อื่นจะมีประโยชน์กับท่านไม่มากก็น้อยนะครับ

Read more at:
Share:
Read More

Wednesday, June 17, 2015

breath - ว่าด้วยเรื่องของลมหายใจ


breath
i.ytimg.com
วันนี้นั่งอ่านภาษาอังกฤษกับลูกสาว ไปเจอคำว่า hold your breath (verb - โฮล์ด ยัว เบร์ธ)มา วันนี้เลยอยากจะนำเสนอคำว่า breath คำว่า hold someone's breath ก็คือการกลั้นใจนั้นเอง ส่วนใครเป็นคนกลั้นก็เอาไปแทนคำว่า someone's เช่น hold your breath, hold our breath. คำว่า breath เป็นคำนาม อ่านว่า เบร์ธ แปลว่าลมหายใจ ส่วนคำกริยาก็คือ breathe เติม e เข้าไป อ่านว่า บรีธ เช่น breathe in (verb - บรีธ อิน), breath out (verb - บรีธ เอ้า) หายใจเข้า หายใจออก หรืออีกคำคือ  inhale  (verb - อินเฮล) และ exhale (verb - เอคซฺเฮล)

กลั้นใจ-hold your breath
กลั้นใจ-hold your breath
source: amazonaws.com

We needed to hold our breath, when one of our friends farted.
เราต้องกลั้นใจแทบแย้เมื่อเพื่อนคนหนึ่งของเราตดออกมา

beath holding (noun - เบร์ธ โฮลดิง)อาการที่เรากลั้นใจเราใช้คำว่า beath holding

There are many cases of death with breath holding underwater.
มีหลายๆกรณีที่การเสียชีวิต เกิดจากการกลั้นใจใต้น้ำ

จากรูปการ์ตูนข้างบน เป็นการเล่นคำ
Don't hold your breath for too long. You might....pass out.
อย่ากลั้นใจนานเกินไป คุณอาจจะ....เป็นลมได้

catch your breath
catch your breath
Source:media.onsugar.com
คำว่า don't hold your breath (ด้นทฺ์ โฮล์ดฺ ยัว เบร์ธ) นอกจากจะแปลว่า อย่ากลั้นใจแล้ว  ยังแปลว่า อย่ารอเลย (used to say that something is not going going to happen soon - ใช้พูดในกรณีที่อยากจะบอกว่าอะไรที่เรากำลังรอยังไม่เกิดหรอก source: Longman)

นอกจาก hold your breath ก็ยังมีคำว่า catch your breath (แคทฺช ยัว เบร์ธ) ซึ่งหมายถึงการหยุดพักหายใจหลังจากที่เหนื่อยจนหายใจไม่ทัน เช่นหลังจากไปวิ่งหรือเล่นกีฬามา ซึ่งอาการเช่นนี้เราเรียกว่า out of breath (เอ้าทฺ์ ออฟ เบร์ทหายใจไม่ทั่วท้อง)

The jogger stopped to catch her breath.
นักวิ่งหยุดเพื่อที่จะหายใจ

อีกสำนวนหนึ่ง take a deep/long/big breath (verb - เทค อะ ดีพฺ/ลอง/บิกฺ เบรธ) แปลว่า หายใจเข้าลึกๆ deep/long/big breathing (noun - ดีพฺ/ลอง/บิกฺ บรีธิง)

Take a deep breath, we are about to face it.
หายใจเข้าลึกๆ เรากำลังจะเผชิญหน้ากับมันแล้ว

ส่วน gasp/fight for breath หมายถึง เหนื่อยหอบ การหายใจเร็วๆถี่ๆซึ่งเกิดจากการหายใจลำบาก

I had to gasp for breath when I reached the top of the building.
ผมถึงกับหอบเลยตอนที่ขึ้นไปถึงชั้นสูงสุดของตึก

take someone's breath away ถ้าอะไรก็ตาม take your breath away นั้นหมายความว่าสิ่งๆนั้น ทำให้คุณประหลาดใจหรือตื่นเต้น (จนลืมหายใจไปเลย)
Believe me, if you have a chance to go to Antelope Canyon, the view over there will take your breath away
เชื่อหัวไอ้เรืองได้เลย ถ้าคุณมีโอกาสไปที่ แอนเทอโลปแคนยอน วิวที่นั้นสวยมากจนทำให้คุณลืมหายใจเลยที่เดียว

don't waste your breath (ด้นทฺ์ เวสทฺ์ ยัว เบร์ธ) สำนวนนี้หมายความว่า  อย่าเปลืองน้ำลายเลย ถ้าแปลตามตัวหนังสือ(literally) ก็ประมาณอย่าเปลืองลมหายใจเลย ใช้ในกรณีถ้ามีใครพยายามมาชักจูงให้เราทำอะไรหรือซื้ออะไร หรือพยายามพูดให้ทำอะไร แต่เราไม่เชื่อ เราก็สามารถใช้สำนวนนี้ได้ save your breath (verb - เซฟ ยัว เบร์ธ) เป็นอีกสำนวนหนึ่งที่มีความหมายเหมือนกันเลย

Don't waste your breath, I am not going to buy those Amway products from you. I have already brought them from my brother.

อย่าเปลืองน้ำลายเลย ผมไม่ซื้อผลิตภัณท์แแอมเวย์ (เหล่านั้น)จากคุณหรอก ผมซื้อมาจากพี่ชายผมแล้ว

a breath away (noun - อะ เบร์ธ อะเวย์) มีความหมายว่าใกล้มาก ห่าง(กัน)แค่ลมหายใจเอง
Don't worry mom, the clinic is just a breath away
ไม่ต้องห่วงครับมาม๊า คลีนิคอยู่ไกล้แค่ลัดนิ้วมือเอง

with last/dying breath (วิธ แลสท์/ดายอิง เบร์ธ) หมายถึง พร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย(ก่อนตาย)
She asked me with her last breath not to take any revenge.
เธอขอร้องผมก่อนสิ้นใจว่าอย่าได้ไปแก้แค้น

bad breath (noun - แบด เบร์ธ) น่าจะหมายความว่าลมหายใจเหม็นหรือปากเหม็นอะไรประมาณนั้น
Many kind of fruits are the cause of bad breath.
ผลไม้หลายชนิดเป็นสาเหตุที่ทำให้ลมหายใจ(ปาก) เหม็น

draw breath (verb - ดรอว์ เบร์ธ) หมายถึ่ง หาเวลาหยุดพัก (หายใจ)
Hey give me a break man. I haven't had a moment to draw breath yet.
เฮ้ยขอให้อั้วได้หยุดพักหน่อยเถอะวะ ยังไม่มีเวลาได้หายใจเลยนี่

breath test (noun - เบร์ธ เทสทฺ์) คือการเป่าแอลกอฮอล์ ซึ่งตำรวจจะตรวจวัดค่าแอลกอฮอล์โดยใช้เครื่องเป่าแอลกอฮอล์เพื่อตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับรถหลังจากดื่มเหล่า (drunk drivers/drunken drivers/drink-drivers กริยาที่ทำแบบนี้เรียกว่า drunk-driving)

Vocabulary (คำศัพท์) ที่เกี่ยวข้อง
​คำประเภทคำอ่านความหมาย
breath (N)เบร์ธลมหายใจ
breathe (V)บรีธหายใจ
bad breath (N)แบด เบร์ธปากเหม็น
hold your breath (V)ไลน์ อัพกลั้นใจ
catch your breath (V)แคทฺช ยัว เบร์ธการหยุดพักหายใจหลังจากที่เหนื่อยจนหายใจไม่ทัน
out of breath (N)เอ้าทฺ์ ออฟ เบร์ทหายใจไม่ทั่วท้อง
last/dying breath (V)แลสท์/ดายอิง เบร์ธลมหายใจเฮือกสุดท้าย
draw breath (V)ดรอว์ เบร์ธหาเวลาหยุดพัก (หายใจ)
breath test (V)เบร์ธ เทสทฺ์การเป่าแอลกอฮอล์
a breath away (N)อะ เบร์ธ อะเวย์ใกล้แค่ลัดนิ้ว
don't waste your breath (PH)ด้นทฺ์ เวสทฺ์ ยัว เบร์ธอย่าเปลื่องน้ำลายเลย
save your breath (N)เซฟ ยัว เบร์ธอย่าเปลื่องน้ำลาย 


take a deep breath
source: po4ep.s3.amazonaws.com

Read more at:
Share:
Read More

Sunday, June 7, 2015

ขับแซง (รถ) ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร

overtake - ขับรถแซง ภาษาอังกฤษ
overtake
source: mylicence.sa.gov.au

ครั้งที่แล้วผมพูดเรื่อง แซงคิว ในภาษาอังกฤษ วันนี้ผมขอพูดเกี่ยวกับเรื่อง แซง ในกรณีที่ใช้กับรถยนต์บ้างครับ ในกรณีที่รถคันหนึ่งแซงรถอีกคันเราจะใช้คำว่า overtake ซึ่งหมายถึงแซงขวาในบ้านเรา หรือแซงซ้ายในประเทศที่ขับรถชิดขวา มีอีกคำหนึ่งคำที่แปลว่าแซงเหมือนกันนั่นคือคำว่า undertake ซึ่งตรงข้ามกันกับ overtake คือ ในบ้านเราแซงจากด้านซ้าย หรือแซงด้านขวาในประเทศที่ขับรถชิดขวา

คำว่าแซงอีกคำที่ใช้กันก็คือ pass ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษแบบ American คำนามของสามคำนี้คือ overtaking, undertaking  และ passing ตามลำดับ (respectively)
คำจำกัดความของคำว่า overtake และ pass จาก Longman คือ
To overtake/to pass = to go past a moving vehicle or person because you are going faster than them and want to get in front of them in the same direction.

do not over take turning vehicle
do not over take
turning vehicle
Source:redorbit.com
เมื่อพูดถึงการแซง ก็เลยอยากพูดถึงภาษาอังกฤษคำอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันเรื่องจราจร การเปลี่ยนเลนภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า make a lane change หรือ ที่เป็นทางการหน่อยว่า commit a lane change การกระทำอีกอย่างที่เป็นการเปลี่ยนเลนโดยกระทันหันที่เรียกว่า ขับปาดหน้า ในบ้านเรา ภาษาอังกฤษก็จะใช้คำว่า lane jump แปลตรงๆก็ประมาณ กระโดดข้ามเลน คนที่ทำกริยาอย่างนั้นเรียกว่า lane jumper

รู้ใหม๊ครับว่า คำว่า lane ที่เราใช้ทับศัพท์ในบ้านเรามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ช่องจราจร ทีนี้เมื่อเราเห็น lane ก็จะสังเกตุเห็นเส่นที่แบ่งเลน หรือที่เรียกว่า เส่นแบ่งจราจร ซึ่งในภาษาอังกฤษก็จะเรียกว่า lane line นั่นเอง  และ lane line นี่ก็จะมีหลายๆลักษณะ คือมีทั้ง เส่นป่ะที่เรียกว่า broken  line เส่นทึบ ซึ่งเรียกว่า solid line เส่นทึบคู่ ซึ่งก็เรียกว่า double solid line  ซึ่ง lane line แต่ละประเภทก็มีความหมายที่ทางจราจรที่ต่างกันไป ซึ่งขอเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหน่อย คือ เส่นทึบก็คือห้ามแซง (no overtaking) เส่นป่ะก็คือแซงได้ ถ้าเจอเส้นทึบและมีเส้นป่ะด้วยก็แสดงว่า รถที่วิ่งเลนด้านที่เป็นเส้นป่ะสามารถแซงได้

การจอดข้างทางหรือบนไหล่ทาง ใช้คำว่า pull over  หรือ pull in หลังจากจอดบนไหล่ทางแล้วเราจะขับไปต่อต้องมีการทำตรงข้ามกับ pull over คือ ขับออกมา ภาษาอังกฤษใช้คำว่า pull out

คำว่าไหล่ทาง ในภาษาอังกฤษ ใช้เหมือนกับไหล่คนเลยครับ นั่นคือ shoulder ซึ่งมาจากคำเต็มว่า road shoulder

ไฟจราจร ในภาษาอังกฤษเรียกว่า traffic light, traffic signals, traffic lamps, traffic semaphore, signal lights หรือ stop lights หรือในทางเทคนิคเรียกว่า traffic control signals ส่วนมากจะถูกตั้งไว้ที่ทางมาลาย หรือทางแยก ไฟจราจรถูกใช้ครั้งแรกที่ลอนดอนในปี ค.ศ.1868 โดยใช้คนควบคุมและทำงานโดยใช้น้ำมันแต่ใช้มาได้ซักพักมันก็ระเบิด ส่วนไฟจราจรที่ทำงานแบบอัตโนมัติถูกและทำงานโดยใช้ไฟฟ้าเปิดใช้ครั้งแรกที่สหรัสอเมริกาในช่วงปลายทศวรรตที่ 1890s

traffic cones
traffic cones
Source:redorbit.com
กรวยจราจร ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า traffic cones, traffic pylons, road cones, highway cones, safety cones, witch's hat หรือ construction cones

กรวยจราจรถูกค้นพบในปีค.ศ. 1940 โดยชาวอเมริกาชื่อ Charles D. Scanlon ซึ่งเกิดจากตอนที่เขาได้ทำงานเป็นพนักงานทาสีถนนให้กับหน่วยงานทาสีถนนในเมืองลอสแอนเจลิส







Vocabulary (คำศัพท์) ที่เกี่ยวข้อง
​คำประเภทคำอ่านความหมาย
overtake (N)โอเวอร์เทคแซง (British)
undertake (N)อันเดอร์เทคแซง (American)
pass (V)แพสแซง (British)
brake (V)เบรค์เบรค
traffic cone (N)แทรฟฟิคโคนกรวยจราจร
make a lane change (V)เมค อะ เลน เช้นจ์เปลี่ยนเลน
lane (N)เลนเลนหรือช่องจราจร
lane line (N)เลน ไลน์เส่นแบ่งเลนหรือเส่นแบ่งช่องจราจร
lane jump (V)เลน จัมพ์ขับรถปาดหน้าหรือแซงคิว
lane jumper (N)เลน จัมเพอะคนที่ขับรถปาดหน้าแซงคิว
hard shoulder (N)ฮาร์ด โชล์เดอไหล่ทาง (British)
shoulder (N)โชล์เดอไหล่ทาง (American)
zebra crossing (N)ซี'บระ ครอสซิงทางม้าลาย (British)
crosswalk (N)ครอสวอร์คทางม้าลาย (American)
pedestrian crossing (N)พะเดส'เทรียน ครอสซิงทางม้าลาย
pull over/in (V)พูลโอเวอร์/อินจอดเข้าข้างทาง
pull out (V)พูลเอาท์ขับรถออกจากข้างทาง



passing
team-bhp.com

Put them in sentences.

Be very careful when you are overtaking (another vehicle)
ต้องระวังให้มากตอนที่แซง(รถคันอื่นๆ)

Always check your rear view mirror before you overtake (another car).
มองกระจกหลังเสมอก่อนที่จะแซง(รถคันอื่นๆ)

I was trying to pass the car in front me when the accident took place.
ผมกำลังแซงรถคันที่อยู่ข้างหน้าผม ตอนที่เกิดอุบัติเหตุ

When another vehicle passes you on the right, decrease speed slightly and keep to the left
ถ้ามีระแซงขึ้นมาด้านขวา ให้ลดความเร็วลงและขับชิดซ้ายไว้

The law requires you to use turn signals at least 100 feet (30 m) before you make a lane change
ตามกฏหมายก่อนที่จะเปลี่ยนเลน คุณต้องเปิดไฟสัญญานบอกอย่างน้อย 100ฟุต (30เมตร)

In Thailand, there are many lane jumpers, this caused a lot of accident.
ในประเทศไทย เรามีคนขัดรถปาดแซงเข้ามาในแถวเยอะมาก ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุหลายต่อหลายครั้ง

A shoulder, often serving as an emergency stopping lane, is usually slightly narrower than a full traffic lane..
ไหล่ทาง เป็นเลนที่เอาไว้สำหรับการจอดฉุกเฉิน ซึ่งจะแคบกว่าเลนปกติเล็กน้อย

Driving very fast and brake hard/sharply will ruin your brake lining.
การขับระเร็วๆแล้วเบรคทันทีทันไดจะทำให้ผ้าเบรคเสี่ยมเร็ว

Admit it or not, pedestrian crossings in some countries are very much like "killing fields". Too many innocent victims lose their lives in these supposedly safe zones.
ยอมรับกันหรือเปล่าว่าทางมาลายในบางประเทศดูเหมือนจะคล้ายกับ ทุ่งสังหาร มีผู้บริสุทธิ์หลายต่อหลายชิวิตตกเป็นเหยื่อและเสียชีวิตในบริเวณที่ควรจะปลอดภัยนี้

Traffic cones are placed on roads or footpaths to temporarily redirect traffic during a road construction.
กรวยจราจรถูกวางไว้บนถนนหรือฟุตบาทเพื่อที่จะเปิดทางจราจรให้ไปอีกทางชั่วคราวในช่วงที่มีการสร้างหรือซ่อมถนน

Is it illegal to drive on the road shoulder in a traffic jam?
จะผิดกฏหมายใหม่ถ้าขับรถบนไหล่ถนนในช่วงรถติด

Read more at:
Share:
Read More

Friday, June 5, 2015

แซงคิว ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร

แซงคิว-jump the queue
แซงคิว-jump the queue
source: diskuze.prf.cuni.cz

เมื่อวานมีน้องที่ทำงานถามว่าคำว่า แซงคิว ภาษาอังกฤษพูดว่ายังใง วันนี้ผมก็เลยอยากที่จะนำเสนอคำนี้ คำว่า queue คือการเข้าแถวรอการให้บริการหรือเพื่อทำอะไรบางอย่าง ซึ่งอยู่ในรูปของ first come, first servered คือใครมาก่อนก็ได้ก่อน คำว่า
คำว่าคิว หรือ queue ในภาษาไทยเราใช้ทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษแบบ British (แบบผู้ดีอังกฤษ)  ส่วนแบบ American (แบบอเมริกันชน) จะใช่คำว่า line ทั้งสองคำนี้ใช้ในรูปแบบที่เป็นคำนาม
definition หรือคำแปลของสองคำนี้คือ
row of people, cars etc that are waiting one behind the other (Longman)
(แถวของคน รถ หรืออื่นๆซึ่งต่อกันไปเรื่อยๆ)

line up
queue
Source:telegraph.co.uk

กริยาของการเข้าแถวภาษาอังกฤษ มีให้ใช้อยู่หลายคำ แล้วแต่ว่าถนัดแบบผู้ดีอังกฤษหรืออเมริกันชน ดังนี้ครับ
ถ้าเข้าแถวภาษาอังกฤษแบบผู้ดีอังกฤษก็
  • queue up
  • be in a queue
  • get in a queue
  • join a queue
  • stand in a queue
ถ้าเข้าแถวแบบอเมริกันชนก็
  • line up
  • be in a line
  • get in a line
  • join a line
  • stand in line
  • wait in line

ส่วนถ้าจะบอกเพิ่มเติมไปว่า เข้าแถวเพื่ออะไร ก็เพิ่มคำว่า for + something หรือ เข้าแถวเพื่อทำอะไร ก็เพิ่ม to do something แต่ท้ายเข้าไป ซึ่งจะเป็นอะไรก็จะแทน something ด้วยคำๆนั้น  รูปแบบของประโยคก็จะเป็น
    For Something
  • queue up/line up for +  something
  • be in a queue/line for + something
  • get in a queue/line for + something
  • join a queue/line for + something
  • stand in a queue/line + for something
  • wait in a queue/line + for something
  • To Do Something
  • queue up/line up for +  to do something
  • be in a queue/line for + to do something
  • get in a queue/line for + to do something
  • join a queue/line for + to do something
  • stand in a queue/line + to do something
  • wait in a queue/line + to do something
เช่น 
queue up for the toilets เข้าคิวเพื่อเข้าห้องน้ำ
line up for the ticket เข้าแถวเพื่อ(ซื้อ)ตั๋ว
be in a queue to get into the cinema เข้าคิวเพื่อเข้าไปดูหนัง
stand in line to get into the toilets เข้าแถวเพื่อเข้าห้องน้ำ
wait in line to buy iPhone เข้าแถวซื้อ iPhone

ในกรณีที่ต้องการพูดถึงคิวหรือแถวในรูปแบบของคำนามและบอกจุดประสงค์ของคิวหรือแถวก็ใช้คล้ายๆกันกับคำกริยา แต่มีเพิ่ม of เข้ามาอีกคำหนึ่ง คือ

  • a/the queue/line of + something
  • a/the queue/line for + something
  • a/the queue/line + to do something

เช่น

the queue for the toilets คิวเข้าห้องน้ำ
a line for the bus คิวขึ้นรถเมล์
a queue for the van คิวขึ้นรถตู้
a queue of people waiting for the bus คิวของคนรถรถเมล์
a queue to get into the cinema แถวเพื่อที่จะเข้าไปดูหนัง

ถ้าอยากเติมให้รู้อีกว่าแถวหรือคิวที่เราเข้าหรือรออยู่ มันยาวก็ ใช้ คำว่า long queue/line หรือถ้า queue ไม่ยาวก็คือ  short queue/line นั่นเอง

ส่วนต่างๆของ แถว หรือ queue/line ก็จำแนกเป็น
หัวแถวก็จะใช้คำว่า
  • the front of a queue/line
  • the head of a queue/line
ท้ายแถวก็จะใช้คำว่า
  • the back of a queue/line
  • the end of a queue/line

กลับมาที่คำที่เราอยากนำเสนอวันนี้ คำว่าแซงคิว ในภาษาอังกฤษมีใช้อยู่หลายคำ เช่น jump the queue, jump in line หรือ cut the queue, cut in line การทำอย่างนี้เราเรียกว่า queue jumping, line jumping หรือ cutting in line, cutting the queue

นอกจากคำว่า jump ที่นำมาใช้ในกรณีที่แปลว่า แซง(คิว)แล้วยังมีอีกหลายคำที่มีความหมายที่คล้ายกันนี้ ได้แก่
butt in the queue/line
barge in the queue/line
bud in the queue/line
budge in the queue/line
skip the queue/line
ditch the queue/line
break the queue/line
short the queue/line
push in

คำนามอาการที่ทำการแซงคิวจากคำเหล่านี้ก็คือ
queue/line butting
queue/line barging
queue/line budding
queue/line budging
queue/line skipping
queue/line ditching
queue/line breaking
queue/line shorting
pushing in

คนที่ทำการลัดคิวหรือแซงคิวก็จะเรียกว่า line jumper/queue jumper หรือ line/queue cutter หรือ สั้นๆว่า cutter ส่วนคำอื่นๆ เช่าร line/queue skipper/butter/budder/breaker/budger ก็น่าจะใช้ได้

ที่นี้มาถึงว่าถ้ามีกรณีลัดคิวแล้วอยากจะไล่คนที่ทำการลัดคิวออกไปจากแถว จะใช้คำว่าอะไร มีกริยาหลายคำที่หมายถึงไล่ออกจากแถวคือ
    Oust
  • oust someone from something
  • Expel
  • expel someone form something
  • expel someone for doing something
  • expel someone for something
  • Drive
  • drive someone off something
  • drive someone out of something

เช่น
expel him from the queue for jumping the queue. ไล่ออกจากแถวเพราะลัดคิว
oust the line jumper from the line ไล่คนที่ลัดคิวออกจากแถว
drive the queue jumper out of the queue ไล่คนที่ลัดคิวออกจากแถว

มาสมัยนี้มีการพัฒนาระบบมารองรับการเข้าคิว เรียกว่า electornic queue/line ซึ่งเป็นระบบออกบัตรและเรียกตามเลขที่ออกให้ การ jump the queue ก็ไม่เกิดขึ้น (unless the officer allow it to happen) นอกจากระบบจะช่วยไม่ให้เกิดการลัดคิวแล้วยังช่วยเก็บสถิติข้อมูลของการเข้ามาใช้บริการได้ด้วย

ที่นี้มาพูดถึงการเข้าแถวแบบไม่ได้เป็นการแซงคิวโดยไปต่อแถวหลังสุดจะเรียกว่า stand/wait at the end of the queue/line 

ส่วน line/queue stander หมายถึง คนที่รับจ้างไปเข้าแถวรอแทนคนอื่นมีให้เห็นทุกที่ทุกประเทศ

จะใช้ line หรือ queue ก็ได้ตามความชอบนะครับ แต่ไม่ว่าจะใช้คำใหนทั้งแบบอเมริกันหรือแบบอังกฤษดั้งเดิม ก็ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับ native speaker หรือเจ้าของภาษา

Vocabulary (คำศัพท์) ที่เกี่ยวข้อง
​คำประเภทคำอ่านความหมาย
queue (N)คิวแถว (British)
line (N)ไลน์แถว (American)
queue up (V)คิว อัพเข้าแถว (British)
line up (V)ไลน์ อัพเข้าแถว (American)
stand/wait in a queue (V)สแตน/เวท อิน อะ คิวเข้าแถว, ต่อคิว (British)
stand/wait in line (V)สแตน/เวท อิน ไลน์เข้าแถว, ต่อคิว (American)
jump the queue (V)จัมพ์ เธอะ คิวแซงคิว (British)
jump in line (V)จัมพ์ อิน ไลน์แซงคิว (American)
cut in line (V)คัท อิน ไลน์แซงคิว (American)
queue-jumper (N)คิว จัมเพอะคนที่แซงคิว (British)
line-jumper (N)ไลน์ จัมเพอะคนที่แซงคิว (American)
queue stander (N)คิว สแตนเดอคนที่รับจ้างต่อคิว (British)
line stander (N)ไลน์ สแตนเดอคนที่รับจ้างต่อคิว (British)



queue-jumper
expatlingo.files.wordpress.com

Put them in sentences.

People needed to line up to buy a new iPhone 6 as there were so many people wanted to get the new iPhone 6.
ผู้คนต้องไปเข้าแถวรอซื้อ iPhone 6 ตัวใหม่เพราะว่ามีผู้คนมากมายที่ต้องการ iPhone 6 (ที่พึ่งวางขาย)

My friend had to wait in a queue early at 2 o'clock to buy a new Harry Potter book.
เพื่อนของผมต้องเข้าคิวรอซื้อหนังสือเรือง Harry Potterเล่มใหม่ตั้งแต่ตีสอง

Hey! don't jump the line, you need to wait at the end of the line.
เฮ้ย อย่าแซงคิว คุณต้องไปต่อด้านหลัง (คำแปลแล้วแต่ toneการพูด นะครับ)

Cutting in line is considered as a bad manner.
การแซงคิวเป็นมารยาทที่ไม่ดี

I saw those 2 boys pushing in at the head of the queue, they need to go to the end of the queue.
ผมเห็นเด็กสองคนนั้นแซงคิว พวกเขาต้องไปต่อด้านหลังแถว

Hey guys! No cutting please.
เฮยพวก อย่าแซงคิว

Butting in line is not permitted in the cafeteria at our school, you're not supposed to allow your friend to pass up everyone else just because you are in the front of the line.
โรงเรียนไม่อนุญาติให้มีการแซงคิวในโรงอาหาร (และ) คุณก็ไม่ควรให้เพื่อแซงคิวคนอื่นๆเพียงเพราะว่าคุณอยู่ต้นคิว

A line stander is a person who stands in a line instead of another person.
line stander คือคนที่(รับจ้าง)เข้าแถวรอแทนคนอื่น

The students were standing in line waiting for their teacher.
เด็กนักเรียนเข้าแถวรอครูของพวกเขา

Are you in the line/queue?
คุณอยู่ในแถวหรือเปล่าครับ/คะ

There is a long queue to get into the van which I don't think I will be able to wait.
มีคิวขึ้นรถตู้ยาวมากผมไม่คิดว่าผมจะรอไหวหรอกนะ

Hey, you don't have to jump the line, the line is already very short.
เฮ้ย นายไม่จำเป็นต้องลัดคิว (ป่ะวะ) คิวมันก็แสนจะสั้นอยู่แล้ว

I saw a group of people butted in line for a new comic book.
ฉันเห็นกลุ่มคนลัดคิวที่จะซื้อหนังสือการ์ตูนออกใหม่

I felt very bad seeing those guys skipping the line over the children who has waited in line for many hours.
ผมรู้สึกแย่ที่เห็นคนเหล่านั้นลัดคิวเด็กๆที่เข้าแถวมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง (ชั่วจริงๆ)

If everyone defended the space of the line in front of them, line jumping would not be a problem.
ถ้าทุกคนรักษาพื้นที่ในแถวข้างหน้าตัวเอง การลัดคิวจะไม่เป็นปัญหาเลย

We need to oust that queue jumper from the queue to project our right.
เราต้องไล่ไอ้คนที่แซงคิวออกจากแถวเพื่อรักษาสิทธิของเรา

We can't let those queue jumper step in front of any of us. เราไม่ยอมให้พวกลัดคิวเข้าแซกด้านหน้าของเราไม่ว่าคนใหนก็ตาม

How to deal with people who cut in line?
จะรับมือกับคนที่ลัดคิวอย่างไร

Read more at:
Share:
Read More